[Special Scoop] Beam Rifle ปืนลำแสงคู่บุญซีรี่ส์กันดั้ม

หากพูดถึงอาวุธในคอนเทนท์ Sci-Fi เราอาจจะคุ้นเคยกับปืนเลเซอร์ หรือไลท์เซเบอร์ แต่ในจักรวาลกันดั้ม บีมไรเฟิล (Beam Rifle) เป็นอาวุธคู่บุญของ "กันดั้ม" ในทุกๆ ภาค และไม่ใช่ได้เป็นเพียงแมคคานิคสมมติธรรมดา หากแต่เป็นศูนย์กลางของทิศทางการพัฒนาทางเทคโนโลยีของแต่ละจักรวาล เพื่อพลิกโฉมหน้าสงครามอย่างแท้จริง!

จุดกำเนิดสุดเร้าใจในยุค UC (Universal Century)

ย้อนกลับไปในช่วงสงครามหนึ่งปี กองทัพโลกที่กำลังเสียเปรียบกองทัพซีออนได้เข็น Operation V ออกมา ซึ่งหนึ่งในผลผลิตที่ทำให้ ชาร์ อัสนาเบิล ถึงกับต้องรับศึกหนึกก็คืออาวุธของกันดั้มที่ชื่อว่า "บีมไรเฟิล" นี่แหละ

แฟนกันดั้มจำประโยคนี้ได้ไหม?

"ถูกทำลายในนัดเดียว... เป็นไปได้ยังไง...

โมบิลสูทตัวนั้นมีปืนบีมระดับเรือรบเลยเหรอ!?"

ใช่แล้ว... แค่โดนยิงถากๆ ซาคุของลูกน้องท่านชาร์ก็กลับบ้านเก่าไปเลย เพราะนี่คือครั้งแรกที่มนุษย์สามารถย่อส่วนปืนใหญ่เมก้า (Mega Particle Cannon) ของเรือรบอวกาศให้เล็กลงจนโมบิลสูทสามารถถือมันได้นั่นเอง

ความลับใต้กระบอกปืน...

กลไกของบีมไรเฟิลนั้นดูจะซับซ้อนอยู่บ้างเพราะมันไม่ได้ยิง "ความร้อน" ออกมาตรงๆ แต่สิ่งที่พุ่งออกมาคือ อนุภาคเมก้า (Mega Particles) ที่ถูกเร่งความเร็วให้เกือบเท่าความเร็วแสง

พลังงานเหล่านี้ถูกเก็บไว้ในที่เก็บพลังงานจิ๋วที่เรียกว่า Energy Cap เมื่อเหนี่ยวไก อนุภาคจะถูกเร่งและบีบอัดผ่าน คอลลิเมเตอร์คอยล์ (ขดลวดบีบอัดลำแสง) ที่อยู่ตามแนวกระบอกปืน ทำให้ลำแสงพุ่งเป็นเส้นตรงไม่แตกกระจาย และเมื่ออนุภาคความเร็วสูงนี้พุ่งทะลวงเป้าหมาย พลังงานจลน์ทั้งหมดจะเปลี่ยนเป็น "ความร้อนมหาศาล" ละลายเกราะศัตรูได้จากภายใน

บีมไรเฟิลในยุคต่างๆ

Universal Century (UC)

ในช่วงต้น UC (One Year War - UC 0079): ถือเป็นจุดเริ่มต้นของการบีบอัดอนุภาคเมก้าที่เดิมใช้ได้เฉพาะเรือรบอวกาศ ให้ลงมาอยู่ในระดับโมบิลสูทผ่านเทคโนโลยี Energy Cap ซึ่งทำการกักเก็บอนุภาคพลังงานสูงไว้ล่วงหน้า ด้านรูปลักษณ์ เน้นความแข็งแกร่งทรงอุตสาหกรรม ลำกล้องหนา มีขดลวดบีบอัดลำแสงล้อมรอบ ปืนกระบอกแรกอย่างของ RX-78-2 จึงมาพร้อมศูนย์เล็งออพติคอลสีเหลืองขนาดใหญ่

ช่วงกลาง UC (Gryps Conflict & Neo Zeon War - UC 0087–0093): เทคโนโลยีในช่วงนี้เปลี่ยนมาใช้ระบบ Energy Pack หรือแมกกาซีนบรรจุอนุภาคถอดเปลี่ยนได้ ทำให้โมบิลสูทไม่ต้องกลับยานแม่ไปเติมพลังงานบ่อยๆ และเริ่มพัฒนารายละเอียดเอาต์พุต เช่น Mega Beam Launcher หรือลำกล้องที่ปรับระยะได้ ส่วนรูปลักษณ์ เริ่มมีความเพรียวบาง คล้ายปืนไรเฟิลจู่โจมของทหารมากขึ้น มีด้ามจับเสริมสำหรับเชื่อมต่อระบบควบคุมของ MS และช่องเสียบแมกกาซีน Energy Pack ที่เห็นชัดเจน


แต่ในยุคนี้ยังมีอาวุธที่ทรงอานุภาพและบ้าคลั่งซึ่งมีการพัฒนาแบบก้าวกระโดด นั่นคือ Beam Magnum ของ RX-0 Unicorn Gundam

บีมแม็กนั่มไม่ได้ใช้พลังงานในรูปแบบ Energy Pack ทั่วไปที่ยิงได้หลายสิบนัดต่อหนึ่งแมกกาซีน แต่ใช้ระบบ E-Pack Clip ที่บรรจุตลับพลังงาน 5 ตลับต่อหนึ่งตลับยาว มีจุดเด่นคือ ในการเหนี่ยวไกยิงเพียง 1 นัด ตัวปืนจะทำการดึงพลังงานทั้งหมดของ E-Pack 1 ตลับเต็มๆ มาอัดรวมกันแล้วยิงออกไปในทีเดียว ทำให้มันมีพลังทำลายล้างมหาศาลเทียบเท่ากับบีมไรเฟิลมาตรฐานถึง 4-5 นัดรวมกัน อนุภาคที่ยิงออกมามีความหนาแน่นสูงมากจนเกิด Shockwave แผ่ขยายออกรอบวิถียิง เพียงแค่ยิงเฉี่ยวโมบิลสูทศัตรู แรงปะทะของลำแสงก็มากพอจะแผดเผาและทำลายเกราะของ MS ฝ่ายตรงข้ามให้ระเบิดได้โดยไม่ต้องโดนยิงตรงๆ

การที่บีมแม็กนั่มปล่อยคลื่นพลังงานความหนาแน่นสูงฉับพลันจนเกิดแรงสะท้อนมหาศาลส่งผ่านกระบอกปืนมายังโครงแขนของโมบิลสูทได้ ทั้งที่บีมไรเฟิลทั่วไปจะแทบไม่มีแรงถีบได้นั้น ทำให้มีเพียง RX-0 Unicorn Gundam, Banshee และ Phenex ที่ใช้โครงสร้าง Psycho Frame ทั้งตัวเท่านั้น ที่สามารถทนทานต่อแรงกระแทกนี้ได้

ช่วงปลาย UC (UC 0123–0153 - F91 / Victory): เทคโนโลยีของยุคนี้เป็นยุคของ V.S.B.R. (Variable Speed Beam Rifle) หรือเวสเบอร์ เป็นปืนบีมที่ปรับความเร็วและแรงอัดของลำแสงได้ หากยิงด้วยความเร็วสูงจะสามารถทะลวงเกราะบีมชีลด์ได้โดยตรง หรือปรับความเร็วต่ำเพื่อสร้างความเสียหายเป็นวงกว้างได้ ส่วนดีไซน์นั้นถูกออกแบบให้ยึดติดกับโครงสร้างตัวเครื่อง เพื่อดึงพลังงานโดยตรงจากเตาปฏิกรณ์ของโมบิลสูท ตัวปืนจึงมีขนาดใหญ่ ทรงอนาคต ลื่นไหล ไม่เน้นแมกกาซีนแยก


After Colony (AC - Gundam Wing)

เทคโนโลยีในช่วง After Colony บีมไรเฟิลในจักรวาลนี้เน้นพลังยิงอันมหาศาล โดยเฉพาะ Buster Rifle ของ Wing Gundam ที่ใช้ตลับพลังงานจิ๋ว (Energy Cartridge) บรรจุพลังงานความหนาแน่นสูง ยิงเพียงนัดเดียวมีอานุภาพทำลายล้างเทียบเท่าปืนใหญ่เรือรบหรือทำลายกองทัพ MS ได้ทั้งฝูง การออกแบบนั้นเป็นสไตล์นีโอกอธิคผสมผสานคลาสสิก ลำกล้องยาว เพรียว แต่ท่อนท้ายและกลไกปล่อยพลังงานมีความซับซ้อน โดยปืนบางชนิดเช่น Dober Gun ของ Tallgeese หรือ Twin Buster Rifle มีขนาดใหญ่กว่าตัว MS และสามารถแยก-รวมตัวปืนได้

After War (AW - Gundam X)

นอกเหนือจากบีมไรเฟิลมาตรฐาน เทคโนโลยียุคนี้เด่นเรื่องการรวมพลังงานจากภายนอกเข้ากับอาวุธลำแสง เช่น Satellite Cannon ที่รับพลังงานคลื่นไมโครเวฟจากสถานีบนดวงจันทร์ ส่วนบีมไรเฟิลทั่วไปเน้นการทำงานร่วมกับระบบยิงรัวและการเปลี่ยนโหมดเป็นดาบบีมซาเบล ด้านรูปลักษณ์นั้นมีการผสมผสานคมดาบหรือโครงสร้างอเนกประสงค์เข้ากับตัวปืน รูปร่างเน้นความกะทัดรัด คล่องตัว เหมาะกับการรบบนโลกที่ล่มสลาย

Cosmic Era (CE - Gundam SEED Series)

เทคโนโลยีบีมไรเฟิลของจักรวาล Cosmic Era ถูกสร้างขึ้นเพื่อหักล้างเกราะ Phase Shift ที่กันกระสุนจริงได้ 100% บีมไรเฟิลจึงกลายเป็นอาวุธมาตรฐาน พลังงานดึงจากแบตเตอรี่ตลับหรือ Neutron Jammer Canceller ในยุคหลัง และเริ่มพัฒนาไปสู่ระบบบีมชีลด์และเกราะต้านบีมอย่าง Femtech Armor ส่วนรูปลักษณ์นั้นมีดีไซน์ที่ไฮเทค มีการใช้สีสันให้สอดคล้องกับตัว MS มีช่องระบายความร้อน Cooling Vents ชัดเจน ลำกล้องปืนมักมีแผงเซนเซอร์สีฟ้าหรือเขียวติดตั้งอยู่


Anno Domini (AD - Gundam 00)

ในภาค 00 มีการใช้อนุภาค GN ที่สร้างจากเตา GN Drive ลำแสงมีความหนาแน่นสูง ไม่เพียงทำลายล้าง แต่ยังสามารถบิดเบี้ยววิถีรบและรบกวนสัญญาณสื่อสารได้ ปืนสามารถปรับโหมดระหว่างการยิงแบบพัลส์ (Rifle Mode) หรือการปล่อยลำแสงต่อเนื่องยาวนาน (Mega Launcher Mode) ได้ ส่วนดีไซน์นั้นมีความล้ำยุคและสมมาตร มีการซ่อนกลไกพับเก็บหรือรวมเข้ากับใบมีด เช่น GN Sword หรือ GN Rifle โครงสร้างเน้นสีขาว-เทา เรียบหรู และมีส่วนกระจายอนุภาคสีเขียวหรือชมพูชัดเจน

Advanced Generation (AG - Gundam AGE)

จุดเปลี่ยนสำคัญของเทคโนโลยีบีมไรเฟิลในภาคนี้คือ DODS Rifle (Direct Orbital Diamond Scatter Rifle) ซึ่งพัฒนาโดยระบบ AGE System โดยเปลี่ยนลำแสงบีมธรรมดาให้หมุนควงเป็นเกลียวสว่านความเร็วสูง ทำให้สามารถทะลวงเกราะอันหนาแน่นของศัตรูได้อย่างง่ายดาย ตัวปืนนั้นมีกลไกลำกล้องหมุนได้ ทรงกระบอกชัดเจน เน้นการออกแบบที่เป็นรูปทรงเรขาคณิตและดูเป็นวิทยาศาสตร์ยุคใหม่


Post Disaster (PD - Iron-Blooded Orphans)

ในยุคเสื่อมถอยของอาวุธลำแสงนี้ ทำให้จักรวาลนี้สวนทางกับภาคอื่นอย่างสิ้นเชิง อาวุธบีมไรเฟิลระดับโมบิลสูทแทบไม่มีการใช้งาน เนื่องจากมนุษย์ใช้เกราะ Nanolaminate Armor ที่สามารถกระจายพลังงานความร้อนของบีมได้เกือบ 100% ทำให้บีมไรเฟิลกลายเป็นอาวุธไร้ประสิทธิภาพ และมีใช้งานเฉพาะในโมบิลอาร์เมอร์โบราณอย่าง Hasmael เท่านั้น ส่วนด้านรูปลักษณ์ ในเมื่อไม่มีบีมไรเฟิลขนาดเล็กสำหรับ MS ทั่วไป ปืนบีมของ MA จึงมีขนาดมหึมา และเป็นส่วนหนึ่งของโครงสร้าง รูปร่างจึงคล้ายปืนใหญ่พลังงานโบราณที่ดูน่ากลัวและอันตราย

Ad Stella (AS - The Witch from Mercury)

ในยุคที่เทคโนโลยีผูกติดกับระบบประสาทและเครือข่าย Permet จึงมีจุดเด่นคือ การติดตั้งระบบ Non-Lethal Output Limiter (โหมดกระสุนฝึกซ้อมสำหรับสถาบันการศึกษา) ที่ปรับลดความเข้มของบีมให้เหลือเพียงแรงปะทะ แต่ในโหมดสงครามจริง เช่น Calibarn's Variable Rod Rifle สามารถเร่งพลังงานสูงสุดผ่านท่อขับดันและเซนเซอร์ขั้นสูงได้ ดีไซน์ดูมีความทันสมัย เรียบหรู บางรุ่นผสมผสานกับโครงสร้างทวิสเทอร์หรือท่อขับดัน เช่น ไรเฟิลของคาลิบานที่มีลักษณะคล้าย "ด้ามไม้กวาดวิเศษ" ผสมท่อไอพ่น หรือไรเฟิลสายซุ่มยิงที่มีความยาวพิเศษและดูมนเรียบ

CC (Correct Century - Turn A Gundam)

ยุคสมัยที่อารยธรรมมนุษย์ผ่านการล่มสลายและเริ่มต้นใหม่ ยุทโธปกรณ์อย่างโมบิลสูทและอาวุธไม่ได้เกิดจากการสร้าง แต่เป็นการขุดค้นพบจากอดีตกาล บีมไรเฟิลของ Turn A Gundam คือผลงานชิ้นเอกที่สะท้อนถึงเทคโนโลยีขั้นสูงสุดของมนุษยชาติในอดีต ซึ่งมีโครงสร้างทนทานต่อการกัดกร่อนและก้าวผ่านยุคสมัยแม้จะถูกฝังอยู่ใต้ดินเป็นเวลานาน แต่เมื่อถูกขุดขึ้นมาก็ยังสามารถจ่ายพลังงานและใช้งานได้อย่างสมบูรณ์โดยระบบไม่ขัดข้อง

จุดเด่นที่สุดของบีมไรเฟิลกระบอกนี้คือ การเร่งพลังงานแบบมหาศาล เมื่อเปิดโหมดเอาต์พุตสูงสุด อานุภาพของมันจะพุ่งสูงจนเทียบเท่าหรือเหนือกว่าปืนใหญ่เมก้า (Mega Particle Cannon) ของระดับเรือรบ และสามารถยิงทะลวงการป้องกันของกองทัพศัตรูหรือทำลายฐานทัพขนาดใหญ่ให้พินาศได้ในการยิงเพียงครั้งเดียว

ด้านโครงสร้างนั้นตัวปืนถูกออกแบบให้มีกลไกยืดขยายได้ เมื่อต้องการยิงในโหมดพลังงานสูงสุด ส่วนท้ายและพานท้ายปืนจะสไลด์เปิดออก เผยให้เห็นโครงสร้างขับดันพลังงานภายใน และเปิดตำแหน่งด้ามจับเสริมเพื่อให้โมบิลสูทจับยิงด้วยสองมืออย่างมั่นคง


จะเห็นว่าแม้จะถูกเรียกว่า "บีมไรเฟิล" เหมือนกัน แต่ทีมสร้างมีการใส่ใจรายละเอียดในแต่ละจักรวาลแบบสุดๆ ทั้งหลักการทางวิทยาศาสตร์ รูปลักษณ์ และบทบาทในสงคราม น่าสนใจว่าในภาคต่อๆ ไปอาวุธคู่บุญของกันดั้มนี้จะพัฒนาไปอย่างไร...

▱▰▱▰ INFO ▱▰▱▰

ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง FB MEGAXGAME Special Scoop

แสดงความคิดเห็น

0 ความคิดเห็น