[Reviews] EVIL WITH IN 2


The Evil Within 2


• Platform: PS4, Xbox One, PC
• Genre: Action Adventure
• Publisher: Bethesda Softworks

[Reviews] EVIL WITH IN 2 Reviewed byNaiMa on . โดยรวมแล้ว แม้จะรู้สึกเหมือนเล่นเกมใหม่ แต่ก็ถือว่าสนุกไปอีกแบบครับ โดยเฉพาะเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูจำนวนมากแล้ว การเล่นแบบหลบซ่อนทำได้หลากหลายขึ้น ดูให้อารมณ์หลบซ่อนและลอบฆ่ามากขึ้นกว่าภาคก่อน ศัตรูก็โหดกว่าภาคก่อน แต่ตายง่ายกว่า รวม ๆ แล้วถือว่าดีและน่าเล่นครับ ซื้อมาเล่นไม่น่าจะผิดหวังแน่ ๆ ยิ่งซื้อตอนลดราคาแบบนี้ (ฮา) อีวิล วิท อิน เกมแนวสยองขวัญที่ภาคที่แล้วเป็นผลงานของชินจิ มิคามิ โปรดิวเซอร์ ผู้สร้างชื่อจากไบโอฮาซาร์ด ทว่าภาคนี้เขาเป็นแค่ผู้ดูแลและให้ไดเรคเตอร์ใหม่ของแทงโก้เกมเวิร์คเข้ามากำกับแทน และน่าจะเป็นเพราะเหตุนี้ ทำให้อีวิล วิท อิน 2 ค่อนข้างแตกต่างไปจากภาคแรกพอสมควร ทั้งเรื่องของอารมณ์ ความโรคจิต หรือความมีเหตุผลของเกมมันแตกต่างกันอย่างมาก แม้จะมีตัวเอกคนเดียวกัน ตัวละครเดิมก็มาเกือบหมด แต่ว่าเล่นแล้วรู้สึกเหมือนเล่นคนละเกมกันเลยทีเดียว [gap height="15"] ย้อนกลับไปถึงเรื่องราวก่อน ตัวเอกของเกมคือ เซบาสเตียน ตำรวจผู้มากฝีมือ ในภาคก่อนเขากับลูกน้องสองคนคือโจเซฟ และคิทแมน เข้าไปปฏิบัติการในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่ว่าต้องเข้าไปพบกับการทดลองขององกรลับ และร่างทดลอง ที่สุดท้ายพบว่าพวกตัวเองถูกดึงเข้าไปในโลกของสเตม ซึ่งภาคนี้แม้จะไม่มีโจเซฟที่ตายไปแล้วในภาคก่อน แต่คิทแมน มาปรากฏตัวต่อหน้าเซบาสเตียนอีกครั้ง และเรื่องราวก็ยังกลับไปสู่องกรลับ โมเบียส และคราวนี้ถูกดึงไปพัวพันกับลูกสาวของเขา ลิลี่ และเหตุการณ์ที่เซบาสเตียนไม่เคยลืมเลือนในอดีต แต่ไม่สปอยละกันครับไว้ไปดูเอง เพราะนั่นมันเป็นแกนหลักของเกมเลยทีเดียว [gap height="15"] ในส่วนของตัวระบบ จริง ๆ ผู้สร้างพยายามคงระบบเดิม ๆ เอาไว้เกือบหมด มีทั้งการอัพเกรดพลังของเซบาสเตียนผ่านทางสารที่เก็บมาได้จากร่างของสิ่งมีชีวิตที่ถูกเปลี่ยนแปลงโดยคอร์ ทั้งการอัพเกรดอาวุธ กระสุนปืนต่าง ๆ รวมถึงพยายามดึงตัวละครเก่า ๆ อย่างคุณพยาบาลจุดเซฟ แม้จะเปลี่ยนจุดเซฟไปคล้าย ๆ ไบโอฮาซาร์ด คือมีจุดเซฟด้วยอุปกรณ์อย่างที่ชาร์ทอุปกรณ์สื่อสาร แต่การเซฟเกมที่เราหาโซฟา กับหาที่ชาร์ท ก็ทำให้ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ความพยายามจะดึงเอาการมองผ่านกระจกส่องแสงไปยังอีกโลกหนึ่งก็ยังมี แต่ทว่า ระบบเดิม ตัวละครเดิม ตัวเกมก็ยังให้อารมณ์ที่ไม่เหมือนเดิม ทำให้รู้สึกว่าไม่ใช่เกมเดิม [gap height="15"] ถ้าจะให้อธิบายก็คืออารมณ์เกมเปลี่ยนแปลงไป ตั้งแต่การเข้าสู่เนื้อเรื่อง ที่ค่อนข้างอิงเหตุการณ์ที่เป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น ต่างจากภาคที่แล้วที่ดูเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นมากกว่า ที่ตัวเอกและพวกจับพลัดจับผลูเข้าไปเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และเข้าไปเผชิญหน้ากับโลกแปลกประหลาด และดันมีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวเองขึ้นมา ทว่าภาคนี้ เซบาสเตียนนั้นเหมือนรู้ทุกอย่าง (ในขณะที่ผู้เล่นเองก็รู้สึกแบบนั้น) เข้าใจโลกสเตมมากกว่าใคร (แม้แต่โมเบียสเอง) ความรู้สึกถึงโลกที่เปลี่ยนแปลงไปเลยไม่มาก แถมยังดูพยายามอ้างอิงเหตุ และผลมากกว่าเดิม ทำให้การเปลี่ยนแปลงภายในโลกที่น่าจะเป็นโลกแห่งความฝันมีน้อยลง เมื่อเทียบกับภาคที่แล้วที่ไม่รู้ว่าจะถูกย้ายไปเมื่อไหร่ เจอศัตรูเมื่อไหร่ กลายเป็นรู้ว่าเดี๋ยวก็จะเจอศัตรูละ ซึ่งในเกมมีการทำสัญญาณให้เห็นชัดเจนมากว่าภาคที่แล้วมาก รวมถึงความโหดและความโรคจิตก็น้อยลง ถึงจะพยายามให้มีภาคชิ้นส่วนอวัยวะ แต่อารมณ์โรคจิตที่แฝงมากับความเรียบง่ายในภาคก่อนผ่านทางบรรยากาศ และตัวละคร มันหดหายไปในภาคนี้ ตัวละครในภาคนี้มีความเป็นคนมากกว่าภาคก่อนมาก รวมถึงคุณพยาบาลด้วย [gap height="15"] จุดที่น่าจะบอกว่าดีขึ้นกว่าภาคก่อน น่าจะเป็นเรื่องของแอ็คชั่น และระบบเสริม ที่มีให้เล่นหลากหลายมากขึ้น ตัวละครที่เป็นพวกก็ดูมีชีวิตมากกว่าตอนโจเซฟ กับคิทแมน ที่ดูเหมือนเป็นพวกแต่มีความลึกลับ มีสิ่งที่เป็นความลับที่ซ่อนอยู่ เรื่องราวของเซบาสเตียนในภาคก่อน มีความโหดร้ายของโลกนี้อย่างหนึ่งที่ชัดเจนคือ “การโกหก” ที่ทุกคนในเกมมีความลับแลการโกหกซ่อนอยู่ ทว่าในภาคนี้ดูจะไม่ลึกซึ้งขนาดนั้น Rating: 4

เรื่องราวเดิม แต่คนละอารมณ์

อีวิล วิท อิน เกมแนวสยองขวัญที่ภาคที่แล้วเป็นผลงานของชินจิ มิคามิ โปรดิวเซอร์ ผู้สร้างชื่อจากไบโอฮาซาร์ด ทว่าภาคนี้เขาเป็นแค่ผู้ดูแลและให้ไดเรคเตอร์ใหม่ของแทงโก้เกมเวิร์คเข้ามากำกับแทน และน่าจะเป็นเพราะเหตุนี้ ทำให้อีวิล วิท อิน 2 ค่อนข้างแตกต่างไปจากภาคแรกพอสมควร ทั้งเรื่องของอารมณ์ ความโรคจิต หรือความมีเหตุผลของเกมมันแตกต่างกันอย่างมาก แม้จะมีตัวเอกคนเดียวกัน ตัวละครเดิมก็มาเกือบหมด แต่ว่าเล่นแล้วรู้สึกเหมือนเล่นคนละเกมกันเลยทีเดียว
ย้อนกลับไปถึงเรื่องราวก่อน ตัวเอกของเกมคือ เซบาสเตียน ตำรวจผู้มากฝีมือ ในภาคก่อนเขากับลูกน้องสองคนคือโจเซฟ และคิทแมน เข้าไปปฏิบัติการในโรงพยาบาลแห่งหนึ่ง แต่ว่าต้องเข้าไปพบกับการทดลองขององกรลับ และร่างทดลอง ที่สุดท้ายพบว่าพวกตัวเองถูกดึงเข้าไปในโลกของสเตม ซึ่งภาคนี้แม้จะไม่มีโจเซฟที่ตายไปแล้วในภาคก่อน แต่คิทแมน มาปรากฏตัวต่อหน้าเซบาสเตียนอีกครั้ง และเรื่องราวก็ยังกลับไปสู่องกรลับ โมเบียส และคราวนี้ถูกดึงไปพัวพันกับลูกสาวของเขา ลิลี่ และเหตุการณ์ที่เซบาสเตียนไม่เคยลืมเลือนในอดีต แต่ไม่สปอยละกันครับไว้ไปดูเอง เพราะนั่นมันเป็นแกนหลักของเกมเลยทีเดียว
ในส่วนของตัวระบบ จริง ๆ ผู้สร้างพยายามคงระบบเดิม ๆ เอาไว้เกือบหมด มีทั้งการอัพเกรดพลังของเซบาสเตียนผ่านทางสารที่เก็บมาได้จากร่างของสิ่งมีชีวิตที่ถูกเปลี่ยนแปลงโดยคอร์ ทั้งการอัพเกรดอาวุธ กระสุนปืนต่าง ๆ รวมถึงพยายามดึงตัวละครเก่า ๆ อย่างคุณพยาบาลจุดเซฟ แม้จะเปลี่ยนจุดเซฟไปคล้าย ๆ ไบโอฮาซาร์ด คือมีจุดเซฟด้วยอุปกรณ์อย่างที่ชาร์ทอุปกรณ์สื่อสาร แต่การเซฟเกมที่เราหาโซฟา กับหาที่ชาร์ท ก็ทำให้ไม่ต่างกันเท่าไหร่ ความพยายามจะดึงเอาการมองผ่านกระจกส่องแสงไปยังอีกโลกหนึ่งก็ยังมี แต่ทว่า ระบบเดิม ตัวละครเดิม ตัวเกมก็ยังให้อารมณ์ที่ไม่เหมือนเดิม ทำให้รู้สึกว่าไม่ใช่เกมเดิม
ถ้าจะให้อธิบายก็คืออารมณ์เกมเปลี่ยนแปลงไป ตั้งแต่การเข้าสู่เนื้อเรื่อง ที่ค่อนข้างอิงเหตุการณ์ที่เป็นเหตุเป็นผลมากขึ้น ต่างจากภาคที่แล้วที่ดูเหมือนการ์ตูนญี่ปุ่นมากกว่า ที่ตัวเอกและพวกจับพลัดจับผลูเข้าไปเจอเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิด และเข้าไปเผชิญหน้ากับโลกแปลกประหลาด และดันมีส่วนเกี่ยวข้องกับตัวเองขึ้นมา ทว่าภาคนี้ เซบาสเตียนนั้นเหมือนรู้ทุกอย่าง (ในขณะที่ผู้เล่นเองก็รู้สึกแบบนั้น) เข้าใจโลกสเตมมากกว่าใคร (แม้แต่โมเบียสเอง) ความรู้สึกถึงโลกที่เปลี่ยนแปลงไปเลยไม่มาก แถมยังดูพยายามอ้างอิงเหตุ และผลมากกว่าเดิม ทำให้การเปลี่ยนแปลงภายในโลกที่น่าจะเป็นโลกแห่งความฝันมีน้อยลง เมื่อเทียบกับภาคที่แล้วที่ไม่รู้ว่าจะถูกย้ายไปเมื่อไหร่ เจอศัตรูเมื่อไหร่ กลายเป็นรู้ว่าเดี๋ยวก็จะเจอศัตรูละ ซึ่งในเกมมีการทำสัญญาณให้เห็นชัดเจนมากว่าภาคที่แล้วมาก รวมถึงความโหดและความโรคจิตก็น้อยลง ถึงจะพยายามให้มีภาคชิ้นส่วนอวัยวะ แต่อารมณ์โรคจิตที่แฝงมากับความเรียบง่ายในภาคก่อนผ่านทางบรรยากาศ และตัวละคร มันหดหายไปในภาคนี้ ตัวละครในภาคนี้มีความเป็นคนมากกว่าภาคก่อนมาก รวมถึงคุณพยาบาลด้วย
จุดที่น่าจะบอกว่าดีขึ้นกว่าภาคก่อน น่าจะเป็นเรื่องของแอ็คชั่น และระบบเสริม ที่มีให้เล่นหลากหลายมากขึ้น ตัวละครที่เป็นพวกก็ดูมีชีวิตมากกว่าตอนโจเซฟ กับคิทแมน ที่ดูเหมือนเป็นพวกแต่มีความลึกลับ มีสิ่งที่เป็นความลับที่ซ่อนอยู่ เรื่องราวของเซบาสเตียนในภาคก่อน มีความโหดร้ายของโลกนี้อย่างหนึ่งที่ชัดเจนคือ “การโกหก” ที่ทุกคนในเกมมีความลับแลการโกหกซ่อนอยู่ ทว่าในภาคนี้ดูจะไม่ลึกซึ้งขนาดนั้น
เกมเพลย์
กราฟฟิค
เสียง
เล่นได้สนุกไม่ผิดหวัง
โดยรวมแล้ว แม้จะรู้สึกเหมือนเล่นเกมใหม่ แต่ก็ถือว่าสนุกไปอีกแบบครับ โดยเฉพาะเมื่อเผชิญหน้ากับศัตรูจำนวนมากแล้ว การเล่นแบบหลบซ่อนทำได้หลากหลายขึ้น ดูให้อารมณ์หลบซ่อนและลอบฆ่ามากขึ้นกว่าภาคก่อน ศัตรูก็โหดกว่าภาคก่อน แต่ตายง่ายกว่า รวม ๆ แล้วถือว่าดีและน่าเล่นครับ ซื้อมาเล่นไม่น่าจะผิดหวังแน่ ๆ ยิ่งซื้อตอนลดราคาแบบนี้ (ฮา)

User Rating:

/5
(0 votes)

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *