[Review] Shadows of The Tomb Raider

Image result for shadow of the tomb raider

Shadow of The Tomb Raider


Platform : PS4, Xbox One, PC 

Genre : Action Adventure

Publisher : Squareenix

Developer : Eidos Montreal

Release Date : 12 September 2018


[Review] Shadows of The Tomb Raider Reviewed byNaiMa on . ถ้าพูดถึงการพัฒนา แน่นอนว่ากราฟฟิค รายละเอียดเของฉากต่างๆ  ถือว่าทำมาได้ดีกว่าเดิม  รูปแบบของแอ็คชั่น ก็มีมากขึ้น ไอเทม ก็มีมาก แต่ว่ามีมากไปจนไม่สมดุล ระบบช่วย และคำใบ้ก็เยอะเกิน ถือว่าทำให้เกมเสียสมดุล เนื้อเรื่องก็ค่อนข้างเครียด และดึงให้เรารู้สึกอีดอัดกับการเลือกหนทางของตัวลาร่า เกมเพลย์ที่เพิ่มมาก็ทำให้เกมเง่ายไป เรียกว่าภาคนี้กลับไปเหมือนภาคแรก ที่สมดุลเกมหายไปเกือบหมด แต่ก็ไม่ใช่ว่าเกมไม่สนุกเลย เล่นก็วางไม่ลง เนื้อเรื่องก็ทำให้อยากดูต่อ เพียงแต่มีความรู้สึกว่าเกมง่ายไปเท่านั้นแหละครับ หลังจากการรีเมคใหม่หมดจดในปี 2013 ทูมไรเดอร์ ถือว่ากลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง โดยเฉพาะภาค ไรซ์ ออฟ เดอะ ทูมไรเดอร์ ถือว่าได้รับทั้งเสียงชื่นชม และขายดี โดยส่วนตัวแล้วถือว่าภาค ไรซ์ ออฟ เดอะ ทูม ไรเดอร์ ทำออกมาได้สมดุล และสนุกกว่าภาคแรกมาก และแน่นอน ผลจากภาค 2 ของการกลับมาเกิดใหม่ของเธอ ทำให้ผมรอคอยภาคนี้ อย่างใจจดใจจ่อ ทว่า... [gap height="15"] ชาโดว์ ออฟ เดอะ ทูม ไรเดอร์ ดำเนินเรื่องราวต่อจากภาค 2 จากการต่อสู้ปะทะกับ ทรินิตี้ ลาร่า และ โจนาส ยังคงต้องค้นหาความลับที่พ่อของเธอทิ้งเอาไว้ พร้อมกับปะทะกับทรินิตี้ กันต่อไป ซึ่งภาคนี้ ลาร่า นำพาทุกคนไปผจญภัยที่อเมริกาใต้ เริ่มต้นที่เปรู เพื่อชิงเอากริช ซึ่งเป็นกุญแจเปิดกล่องศักดิ์สิทธิ์ แน่นอนว่า ทรินิตี้ ต้องมาที่นั่นด้วย โดยลาร่าได้พบกับ ด๊อกเตอร์ เปโดร โดมิงเกวซ ซึ่งเป็นถึงผู้นำระดับสูงของทรินิตี้ และเขาชิงกริชแห่งชักเชล (Chac Chel) เทพธิดาแห่งการสร้างสรรค์ ของชนเผ่ามายา และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความวินาศอีกครั้ง [gap height="15"] จากการที่ภาคนี้ชื่อว่า ชาโดว์ รูปแบบของเกม รวมถึงตัวลาร่า จัดว่าค่อนข้างดาร์ก เรียกว่าลาร่าเข้าสู่เงามืดแห่งความปรารถนาของตัวเองก็ว่าได้ครับ โดยเรื่องผูกให้เธอพยายามตามหาสิ่งที่พ่อเธอทิ้งไว้ ต่อสู้กับทรินิตี้ และค้นหาความลับแห่งอดีตกาล จนแทบไม่สนใจคนอื่น (โดยเฉพาะความพินาศที่มักเกิดขึ้นในที่ที่เธอไป) เนื้อเรื่องผูกให้ลาร่าจมลงไปกับความต้องการทำสิ่งที่ตัวเองตั้งใจให้สำเร็จ โดยไม่สนใจผลลัพธ์ที่ตามมา และเพื่อนสนิทของเธออย่างโจนาส ที่ลำบากมาด้วยกันถึงสามภาค ก็เป็นกระจกสะท้อนสิ่งนี้ได้เป็นอย่างดีในภาคนี้ [gap height="15"] จากความดาร์กในเรื่องเนื้อเรื่อง มาสู่ความดาร์กในเกมบ้าง ภาคนี้มืดครับ แม้จะปรับยังไง เงามืดก็ยังเยอะมาก ก็คงเพราะตัวเกมพยายามให้ออกมาในโทนนั้น และเงามืดพวกนี้มีผลในการเล่นด้วย เนื่องจากลาร่า จะสามารถซ่อนตัวจากศัตรูในเงาไม้ หรือพุ่มไม้ (ที่แม้จะเล็กๆ) ได้ ยิ่งเรื่องราวดำเนินในป่าอเมซอน ยิ่งทำให้ทุกอย่างมืดและกลืนกันไปหมด แต่ก็ใช่ว่าภาคนี้กราฟฟิคไม่ดีนะครับ ต้องบอกว่าทำได้ดีมากทีเดียว (แม้จะมีจุดที่ลาร่าเดินไปแล้วลอยๆ บ้าง) ถึงจะไม่ได้เล่นบนจอ 4K แต่ก็ต้องยอมรับว่าสวยขึ้นกว่าภาคที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด [gap height="15"] ในส่วนของเกมเพลย์ มีการเพิ่มลูกเล่นในการต่อสู้ และการผ่านฉากหลายอย่าง ระบบซิปไลน์ นำมาใช้ตั้งแต่ต้น ลาร่าสามารถโหนเชือกทิ้งตัวลงมาจากหน้าผาด้วยเคียวและเชือกได้ตั้งแต่แรก สิ่งที่เพิ่มมาในการต่อสู้อย่างที่บอกในพารากราฟก่อน ลาร่าสามารถแนบตัวกับพุ่มไม้ทั้งบนผนังและบนพื้น เรียกได้ว่าสเนคยังอายครับ เพราะแค่แนบตัวไปก็มองไม่เห็นแล้ว เวลาเจอศัตรู วิ่งหนีไปไกลๆ แล้วแอบในพุ่มไม้ จากนั้นก็ลอบฆ่า จนทำให้ภาคนี้กลายเป็นเน้นการเล่นด้วยการลอบฆ่า แต่ใครอยากเล่นแบบอื่นก็ทำได้นะครับ เพียงแต่บรรยากาศในเกมกับองค์ประกอบมันดึงไปทางนี้จริง ๆ จนทำให้เกมจืด ๆ ไปเลย เรียกได้ว่าจุดนี้ทำให้ไม่ค่อยรู้สึกว่าเป็นทูมไรเดอร์เท่าไหร่ [gap height="15"] ในขณะที่ระบบการอัพสกิล ถือว่ามีจุดดีขึ้น อย่างเช่นการเคลียร์ทอมบ์ หรือการเคลียร์เนื้อเรื่อง แล้วมีสกิลเพิ่มให้พิเศษ ถือเป็นแนวคิดที่ดีทีเดียว แต่ว่าสกิลอย่างเช่นอาย ออฟ อีเกิ้ล หรือ อีเกิ้ล ไซต์ ถือว่าค่อนข้างอำนวยความสะดวกให้มากเกินไป ถ้าเล่นแบบนอร์มอล นี่จัดว่าทำให้เกมง่ายไปเลยครับ จากเรื่องสกิล มาดูในส่วนของไอเทม ภาคนี้ก็ยังสามารถอัพเกรดได้เหมือนภาคที่แล้ว แต่ว่าไอเทมมีเยอะจนเหลือเฟือเกินไป คงไม่อยากให้อึดอัดขัดใจว่า อีกนิด หรือทำไมไม่มีของให้เก็บเลย แต่เอาจริงๆ มีจำกัดจะดีกว่านะครับ [gap height="15"] จุดที่ชอบอีกอย่างของเกม คือฉากพัสเซิลที่ต้องใช้ความคิดในการผ่าน แม้จะมีจุดใบ้ แต่ก็ต้องคิดเยอะ บางจุดก็ง่าย แต่บางจุดก็ต้องคิดนานเหมือนกัน ถือว่าทำให้สนุกได้มากกว่าภาคก่อนสำหรับส่วนนี้ และฉากชาเลนจ์ก็ไม่ยาวเกินไป ภาคแรกบางทีเข้าชาลเลนจ์ ยาวจนลืมเกมหลักไปเลยก็มี Rating: 4.4

เงามืดกัดกินทั้งเกมทั้งใจ

หลังจากการรีเมคใหม่หมดจดในปี 2013 ทูมไรเดอร์ ถือว่ากลับมาประสบความสำเร็จอีกครั้ง โดยเฉพาะภาค ไรซ์ ออฟ เดอะ ทูมไรเดอร์ ถือว่าได้รับทั้งเสียงชื่นชม และขายดี โดยส่วนตัวแล้วถือว่าภาค ไรซ์ ออฟ เดอะ ทูม ไรเดอร์ ทำออกมาได้สมดุล และสนุกกว่าภาคแรกมาก และแน่นอน ผลจากภาค 2 ของการกลับมาเกิดใหม่ของเธอ ทำให้ผมรอคอยภาคนี้ อย่างใจจดใจจ่อ ทว่า...
ชาโดว์ ออฟ เดอะ ทูม ไรเดอร์ ดำเนินเรื่องราวต่อจากภาค 2 จากการต่อสู้ปะทะกับ ทรินิตี้ ลาร่า และ โจนาส ยังคงต้องค้นหาความลับที่พ่อของเธอทิ้งเอาไว้ พร้อมกับปะทะกับทรินิตี้ กันต่อไป ซึ่งภาคนี้ ลาร่า นำพาทุกคนไปผจญภัยที่อเมริกาใต้ เริ่มต้นที่เปรู เพื่อชิงเอากริช ซึ่งเป็นกุญแจเปิดกล่องศักดิ์สิทธิ์ แน่นอนว่า ทรินิตี้ ต้องมาที่นั่นด้วย โดยลาร่าได้พบกับ ด๊อกเตอร์ เปโดร โดมิงเกวซ ซึ่งเป็นถึงผู้นำระดับสูงของทรินิตี้ และเขาชิงกริชแห่งชักเชล (Chac Chel) เทพธิดาแห่งการสร้างสรรค์ ของชนเผ่ามายา และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นแห่งความวินาศอีกครั้ง
จากการที่ภาคนี้ชื่อว่า ชาโดว์ รูปแบบของเกม รวมถึงตัวลาร่า จัดว่าค่อนข้างดาร์ก เรียกว่าลาร่าเข้าสู่เงามืดแห่งความปรารถนาของตัวเองก็ว่าได้ครับ โดยเรื่องผูกให้เธอพยายามตามหาสิ่งที่พ่อเธอทิ้งไว้ ต่อสู้กับทรินิตี้ และค้นหาความลับแห่งอดีตกาล จนแทบไม่สนใจคนอื่น (โดยเฉพาะความพินาศที่มักเกิดขึ้นในที่ที่เธอไป) เนื้อเรื่องผูกให้ลาร่าจมลงไปกับความต้องการทำสิ่งที่ตัวเองตั้งใจให้สำเร็จ โดยไม่สนใจผลลัพธ์ที่ตามมา และเพื่อนสนิทของเธออย่างโจนาส ที่ลำบากมาด้วยกันถึงสามภาค ก็เป็นกระจกสะท้อนสิ่งนี้ได้เป็นอย่างดีในภาคนี้
จากความดาร์กในเรื่องเนื้อเรื่อง มาสู่ความดาร์กในเกมบ้าง ภาคนี้มืดครับ แม้จะปรับยังไง เงามืดก็ยังเยอะมาก ก็คงเพราะตัวเกมพยายามให้ออกมาในโทนนั้น และเงามืดพวกนี้มีผลในการเล่นด้วย เนื่องจากลาร่า จะสามารถซ่อนตัวจากศัตรูในเงาไม้ หรือพุ่มไม้ (ที่แม้จะเล็กๆ) ได้ ยิ่งเรื่องราวดำเนินในป่าอเมซอน ยิ่งทำให้ทุกอย่างมืดและกลืนกันไปหมด แต่ก็ใช่ว่าภาคนี้กราฟฟิคไม่ดีนะครับ ต้องบอกว่าทำได้ดีมากทีเดียว (แม้จะมีจุดที่ลาร่าเดินไปแล้วลอยๆ บ้าง) ถึงจะไม่ได้เล่นบนจอ 4K แต่ก็ต้องยอมรับว่าสวยขึ้นกว่าภาคที่แล้วอย่างเห็นได้ชัด
ในส่วนของเกมเพลย์ มีการเพิ่มลูกเล่นในการต่อสู้ และการผ่านฉากหลายอย่าง ระบบซิปไลน์ นำมาใช้ตั้งแต่ต้น ลาร่าสามารถโหนเชือกทิ้งตัวลงมาจากหน้าผาด้วยเคียวและเชือกได้ตั้งแต่แรก สิ่งที่เพิ่มมาในการต่อสู้อย่างที่บอกในพารากราฟก่อน ลาร่าสามารถแนบตัวกับพุ่มไม้ทั้งบนผนังและบนพื้น เรียกได้ว่าสเนคยังอายครับ เพราะแค่แนบตัวไปก็มองไม่เห็นแล้ว เวลาเจอศัตรู วิ่งหนีไปไกลๆ แล้วแอบในพุ่มไม้ จากนั้นก็ลอบฆ่า จนทำให้ภาคนี้กลายเป็นเน้นการเล่นด้วยการลอบฆ่า แต่ใครอยากเล่นแบบอื่นก็ทำได้นะครับ เพียงแต่บรรยากาศในเกมกับองค์ประกอบมันดึงไปทางนี้จริง ๆ จนทำให้เกมจืด ๆ ไปเลย เรียกได้ว่าจุดนี้ทำให้ไม่ค่อยรู้สึกว่าเป็นทูมไรเดอร์เท่าไหร่
ในขณะที่ระบบการอัพสกิล ถือว่ามีจุดดีขึ้น อย่างเช่นการเคลียร์ทอมบ์ หรือการเคลียร์เนื้อเรื่อง แล้วมีสกิลเพิ่มให้พิเศษ ถือเป็นแนวคิดที่ดีทีเดียว แต่ว่าสกิลอย่างเช่นอาย ออฟ อีเกิ้ล หรือ อีเกิ้ล ไซต์ ถือว่าค่อนข้างอำนวยความสะดวกให้มากเกินไป ถ้าเล่นแบบนอร์มอล นี่จัดว่าทำให้เกมง่ายไปเลยครับ จากเรื่องสกิล มาดูในส่วนของไอเทม ภาคนี้ก็ยังสามารถอัพเกรดได้เหมือนภาคที่แล้ว แต่ว่าไอเทมมีเยอะจนเหลือเฟือเกินไป คงไม่อยากให้อึดอัดขัดใจว่า อีกนิด หรือทำไมไม่มีของให้เก็บเลย แต่เอาจริงๆ มีจำกัดจะดีกว่านะครับ
จุดที่ชอบอีกอย่างของเกม คือฉากพัสเซิลที่ต้องใช้ความคิดในการผ่าน แม้จะมีจุดใบ้ แต่ก็ต้องคิดเยอะ บางจุดก็ง่าย แต่บางจุดก็ต้องคิดนานเหมือนกัน ถือว่าทำให้สนุกได้มากกว่าภาคก่อนสำหรับส่วนนี้ และฉากชาเลนจ์ก็ไม่ยาวเกินไป ภาคแรกบางทีเข้าชาลเลนจ์ ยาวจนลืมเกมหลักไปเลยก็มี
เกมเพลย์
กราฟฟิค
เสียง
ยังไงก็ต้องเล่นละนะ
ถ้าพูดถึงการพัฒนา แน่นอนว่ากราฟฟิค รายละเอียดเของฉากต่างๆ  ถือว่าทำมาได้ดีกว่าเดิม  รูปแบบของแอ็คชั่น ก็มีมากขึ้น ไอเทม ก็มีมาก แต่ว่ามีมากไปจนไม่สมดุล ระบบช่วย และคำใบ้ก็เยอะเกิน ถือว่าทำให้เกมเสียสมดุล เนื้อเรื่องก็ค่อนข้างเครียด และดึงให้เรารู้สึกอีดอัดกับการเลือกหนทางของตัวลาร่า เกมเพลย์ที่เพิ่มมาก็ทำให้เกมเง่ายไป เรียกว่าภาคนี้กลับไปเหมือนภาคแรก ที่สมดุลเกมหายไปเกือบหมด แต่ก็ไม่ใช่ว่าเกมไม่สนุกเลย เล่นก็วางไม่ลง เนื้อเรื่องก็ทำให้อยากดูต่อ เพียงแต่มีความรู้สึกว่าเกมง่ายไปเท่านั้นแหละครับ

User Rating:

4.5/5
(1 votes)

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *