[Review] Red Dead Redemption 2

Red Dead Redemption 2


Platform : PS4, Xbox One

Genre : Action Adventure

Publisher : Rockstar Games

Release Date : 26 October 2018


[Review] Red Dead Redemption 2 Reviewed byKaii on . ถือได้ว่าเป็นการพัฒนาเกมมาได้อย่างดีเยี่ยม โดยระบบพื้นฐานของเกมเป็นการต่อยอดมาจากเกม GTA5 รวมถึงเอาของเกมอื่นๆ มาเสริมด้วยจนลงตัว เกมให้อิสระแถมยังลงลึกไปถึงในส่วนรายละเอียด ทำให้ต้องเอาจริงเอาจังกับการเล่นและวางแผนคิดก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไป อีกทั้งกิจกรรมที่มีให้ทำก็เยอะจนสามารถเล่นได้เรื่อยๆ ค่อยๆ ซึมซับบรรยากาศและสูบเวลาชีวิตกันไป แต่หากเป็นคนที่ชอบเล่นเกมเพื่อความสนุกสนานไม่เน้นซีเรียส หรือเป็น Casual เกมเมอร์ บอกเลยว่า เกมนี้อาจไม่เหมาะกับคุณครับ! หากจะเปรียบ Red Dead กับเกมสักเกม คงเทียบได้กับ GTA ที่เป็นผลผลิตจากเจ้าของเดียวกันนั้นคือ Rock Star โดยเป็น GTA ในเวอร์ชั่นย้อนยุคไปสู่อดีตสมัยยุคคาวบอยอันเต็มไปด้วยเรื่องราวการต่อสู้เอาตัวรอด และเสียงควบม้าแทนเสียงเครื่องยนต์ ซึ่งภาคที่สองของซีรี่ย์ ทิ้งช่วงห่างจากภาคแรกมาราว 8 ปี อันเป็นเวลาที่ค่อนข้างนานอยู่พอสมควร แต่ก็ทำให้ได้มีเวลาเก็บข้อมูลต่างๆ มาพัฒนาเกมให้กลายเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งสาขาเกมยอดเยี่ยมประจำปีนี้เลยก็ว่าได้...[gap height="15"]เนื้อเรื่องในภาค 2 หากเทียบตามไทม์ไลน์ของซีรี่ย์ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนภาคแรก โดยภาคสองนี้อยู่ในช่วงปี 1899 (ภาคแรกปี 1911) เล่าถึงเรื่องราวการต่อสู้ของอาเธอร์ มอร์แกน (Arthur Morgan) กับบรรดาพรรคพวกที่ขนมาจากจากภาคแรก อาทิเช่น จอห์น มาร์สตอน หรือ ดัช แวน เดอ ลินด์ ตัวเอกและตัวร้ายในภาคแรก เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อตอบโจทย์ข้อสงสัยถึงแรงจูงใจในภาคแรกที่ทำให้จอห์นต้องออกตามล่ามิตรสหายเก่านั้นมีที่มาอย่างไร[gap height="15"] [gap height="15"]ในส่วนของเกมเพลย์นั้น ดูเผินๆ เหมือนจะคล้ายกับภาคแรก แต่ที่จริงแล้วมีการพัฒนาต่อยอดจากภาคแรกค่อนข้างเยอะ จุดสำคัญอยู่ที่เกมให้ความสำคัญกับรายละเอียดปลีกย่อยมาก ซึ่งก็ต้องยกนิ้วให้กับทีมพัฒนาที่ใส่ใจ ทำให้เกมมีอรรถรสของความสมจริง ทำให้เป็นเกมที่มีอิสระโดยแท้ ทุกสิ่งทุกอย่างในเกมล้วนส่งผลต่อกันและกันแทบทั้งนั้น อย่างเช่น เรื่องน้ำหนักตัว ที่หากน้อยไปก็จะมีค่าความอึดเพิ่มขึ้น แต่ส่งผลเสียต่อพลังชีวิตที่น้อยลง กลับกันหากน้ำหนักตัวมากก็มีพลังชีวิตเพิ่มขึ้น แต่ความอึดน้อยลง ซึ่งตัวผู้เล่นก็ต้องบริหารจัดการให้ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องการ หรืออย่างเรื่องการตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่งหรือการพูดคุยกับ NPC  ก็ส่งผลต่อปฏิกริยาและภารกิจ เป็นต้น จนบางทีก็รู้สึกว่า เกมจะละเอียดไปไหน? นอกจากนี้การพัฒนาในด้านอื่น ก็มีการนำเอาระบบเลเวลและ Perk มาใช้พัฒนาตัวละคร ซึ่งค่าประสบการณ์ก็ได้มาจากการตอบสนองในเกมเช่นกัน อาทิเช่น ชกต่อยก็จะได้ประสบการณ์ด้านพลังชีวิต หรือล่าสัตว์ได้เดดอาย และอื่นๆ มีการคราฟท์กระสุนและไอเทม รวมทั้งอัพเกรดกระเป๋าบรรจุอุปกรณ์ ขณะที่แผนที่ในเกมก็จัดว่า กว้างขวาง โดยแบ่งโซนออกเป็น 5 ส่วน ซึ่งบางพื้นที่ก็มีการเชื่อมโยงไปถึงพื้นที่ในเกมภาคแรกด้วย[gap height="15"]อีกด้านหนึ่ง กราฟฟิคของเกมจัดอยู่ในระดับสวยงามอีกเกมหนึ่ง การให้แสงเงาก็ดูสวยงามสมจริงเวลาเล่นได้บรรยากาศยุคตะวันตกมากๆ[gap height="15"] Rating: 4.65

จุดเริ่มต้นของความบาดหมาง

หากจะเปรียบ Red Dead กับเกมสักเกม คงเทียบได้กับ GTA ที่เป็นผลผลิตจากเจ้าของเดียวกันนั้นคือ Rock Star โดยเป็น GTA ในเวอร์ชั่นย้อนยุคไปสู่อดีตสมัยยุคคาวบอยอันเต็มไปด้วยเรื่องราวการต่อสู้เอาตัวรอด และเสียงควบม้าแทนเสียงเครื่องยนต์ ซึ่งภาคที่สองของซีรี่ย์ ทิ้งช่วงห่างจากภาคแรกมาราว 8 ปี อันเป็นเวลาที่ค่อนข้างนานอยู่พอสมควร แต่ก็ทำให้ได้มีเวลาเก็บข้อมูลต่างๆ มาพัฒนาเกมให้กลายเป็นอีกหนึ่งตัวเต็งสาขาเกมยอดเยี่ยมประจำปีนี้เลยก็ว่าได้...
เนื้อเรื่องในภาค 2 หากเทียบตามไทม์ไลน์ของซีรี่ย์ เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนภาคแรก โดยภาคสองนี้อยู่ในช่วงปี 1899 (ภาคแรกปี 1911) เล่าถึงเรื่องราวการต่อสู้ของอาเธอร์ มอร์แกน (Arthur Morgan) กับบรรดาพรรคพวกที่ขนมาจากจากภาคแรก อาทิเช่น จอห์น มาร์สตอน หรือ ดัช แวน เดอ ลินด์ ตัวเอกและตัวร้ายในภาคแรก เป็นต้น ทั้งนี้ก็เพื่อตอบโจทย์ข้อสงสัยถึงแรงจูงใจในภาคแรกที่ทำให้จอห์นต้องออกตามล่ามิตรสหายเก่านั้นมีที่มาอย่างไร
ในส่วนของเกมเพลย์นั้น ดูเผินๆ เหมือนจะคล้ายกับภาคแรก แต่ที่จริงแล้วมีการพัฒนาต่อยอดจากภาคแรกค่อนข้างเยอะ จุดสำคัญอยู่ที่เกมให้ความสำคัญกับรายละเอียดปลีกย่อยมาก ซึ่งก็ต้องยกนิ้วให้กับทีมพัฒนาที่ใส่ใจ ทำให้เกมมีอรรถรสของความสมจริง ทำให้เป็นเกมที่มีอิสระโดยแท้ ทุกสิ่งทุกอย่างในเกมล้วนส่งผลต่อกันและกันแทบทั้งนั้น อย่างเช่น เรื่องน้ำหนักตัว ที่หากน้อยไปก็จะมีค่าความอึดเพิ่มขึ้น แต่ส่งผลเสียต่อพลังชีวิตที่น้อยลง กลับกันหากน้ำหนักตัวมากก็มีพลังชีวิตเพิ่มขึ้น แต่ความอึดน้อยลง ซึ่งตัวผู้เล่นก็ต้องบริหารจัดการให้ได้อยู่ในเกณฑ์ที่ต้องการ หรืออย่างเรื่องการตัดสินใจเลือกทางใดทางหนึ่งหรือการพูดคุยกับ NPC  ก็ส่งผลต่อปฏิกริยาและภารกิจ เป็นต้น จนบางทีก็รู้สึกว่า เกมจะละเอียดไปไหน? นอกจากนี้การพัฒนาในด้านอื่น ก็มีการนำเอาระบบเลเวลและ Perk มาใช้พัฒนาตัวละคร ซึ่งค่าประสบการณ์ก็ได้มาจากการตอบสนองในเกมเช่นกัน อาทิเช่น ชกต่อยก็จะได้ประสบการณ์ด้านพลังชีวิต หรือล่าสัตว์ได้เดดอาย และอื่นๆ มีการคราฟท์กระสุนและไอเทม รวมทั้งอัพเกรดกระเป๋าบรรจุอุปกรณ์ ขณะที่แผนที่ในเกมก็จัดว่า กว้างขวาง โดยแบ่งโซนออกเป็น 5 ส่วน ซึ่งบางพื้นที่ก็มีการเชื่อมโยงไปถึงพื้นที่ในเกมภาคแรกด้วย
อีกด้านหนึ่ง กราฟฟิคของเกมจัดอยู่ในระดับสวยงามอีกเกมหนึ่ง การให้แสงเงาก็ดูสวยงามสมจริงเวลาเล่นได้บรรยากาศยุคตะวันตกมากๆ
กราฟฟิค
เสียง
เกมเพลย์
ยอดเยี่ยมตามมาตรฐาน
ถือได้ว่าเป็นการพัฒนาเกมมาได้อย่างดีเยี่ยม โดยระบบพื้นฐานของเกมเป็นการต่อยอดมาจากเกม GTA5 รวมถึงเอาของเกมอื่นๆ มาเสริมด้วยจนลงตัว เกมให้อิสระแถมยังลงลึกไปถึงในส่วนรายละเอียด ทำให้ต้องเอาจริงเอาจังกับการเล่นและวางแผนคิดก่อนตัดสินใจทำอะไรลงไป อีกทั้งกิจกรรมที่มีให้ทำก็เยอะจนสามารถเล่นได้เรื่อยๆ ค่อยๆ ซึมซับบรรยากาศและสูบเวลาชีวิตกันไป แต่หากเป็นคนที่ชอบเล่นเกมเพื่อความสนุกสนานไม่เน้นซีเรียส หรือเป็น Casual เกมเมอร์ บอกเลยว่า เกมนี้อาจไม่เหมาะกับคุณครับ!

 

 

 

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *