[Review] Play Station VR

[Review] Play Station VR Reviewed byNaiMa on . หากจะพูดถึงอุปกรณ์ เวอร์ชวล เรียลลิตี้ แล้ว บ้านเราคงมองเจ้า เพลย์สเตชั่น VR กันมากกว่าอุปกรณ์ตัวอื่น ๆ สาเหตุอาจจะมาจากแฟนเพลย์สเตชั่นเยอะมาก หรือเพราะไม่ค่อยมีใครมี PC แรงๆ ก็ตามแต่ อย่างหนึ่งที่ดึงดูดใจสำหรับเพลย์สเตชั่น VR นอกเหนือจากสองเรื่องนี้ คือเกมนั่นเองครับ การที่อุปกรณ์นี้ใช้กับ เพลย์สเตชั่น 4 ก็เหมือนกับการันตีว่า จะต้องมีเกมน่าสนใจมาลงแน่ ๆ โดยเฉพาะเกมจากทางโซนี่เอง [gap height="15"] จริงๆ โลกของ VR เกมนั้นถือว่าน่าสนใจอยู่แล้ว เพราะเหมือนกับการเปิดมิติใหม่ของความรู้สึกในการเล่นเกม จากที่เราเล่นผ่านหน้าจอ มันลึกลงไปเป็นการเล่นด้วยการที่เราเข้าไปในเกมจริง ๆ ให้บรรยากาศสัมผัสกับความรู้สึกที่สมจริงมากกว่าเดิม หลังจากที่ได้ทดลองกับ โอคุลัสท์ ที่เป็นเดโมเวอร์ชั่นแรก มาจนถึง เพลย์สเตชั่น VR สิ่งนี้เป็นจุดเด่นและจุดดีที่สุดของ VR ก็ว่าได้ แม้จะไม่ได้เล่นกับเกม VR แต่การที่เหมือนเล่นกับจอโรงหนัง ก็ถือเป็นข้อดีในการทดแทนจอโทรทัศน์ได้ด้วย ส่วนข้อเสียของ VR นั้น ก็คือการเล่นที่เข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวมากจนเกินไป เรียกได้ว่าแทบจะตัดขาดจากโลกภายนอกเลยก็ว่าได้ [gap height="15"] ที่พิมพ์มานี่คือข้อดีและข้อเสียในสถานะ VR แน่นอนครับ นักเล่นเกมคงไม่ได้แคร์มากนัก จากการตัดขาดจากโลกภายนอก โดยเฉพาะระดับฮาร์ดคอร์ ที่ปกติก็ตัดขาดจากโลกภายนอกอยู่แล้ว (ฮา ล้อเล่นนะครับ) แต่ถ้าพูดถึงการเข้าไปอยู่ในโลกจริงๆ ถือว่าเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ อยู่แล้ว จากที่ทดสอบหลายๆ เกมอย่างเข่น RIGS Mechanized Combat League, Batman: Arkham VR หรือ Driveclub VR ที่มองเห็นบรรยากาศได้รอบตัว ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกนั้นจริงๆ แต่ต้องบอกว่า โลกแบบเบลอๆ นิดๆ (ฮา) [gap height="15"] สำหรับเพลย์สเตชั่น VR ด้วยตัวมันเองถือว่ายังมีปัญหาอยู่ เริ่มจากความยากของการปรับโฟกัส นี่คือจุดบอดมากๆ ของเพลย์สเตชั่น VR การสวมหัวและจัดสายรัด ดึงสายรัดด้วยการหมุน การขยับตัวแว่นด้านหน้าได้ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่ดี ทว่าการที่ปรับแต่งมากไปทำให้ยากในการกำหนดจุดโฟกัสของตา และพอปรับไม่ชัด ก็ทำให้ภาพไม่คมพอที่จะเล่นแล้วไม่ปวดหัว ภาพไม่คมมากอาการมึนหัวก็มาก ยิ่งเกมที่ขยับมากอย่างเช่น ไดรฟ์ คลับ ยิ่งทำให้มึนหัวมากขึ้น แต่ถ้าเป็นเกมอย่างฮะสึเนะมิกุ ก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่ [gap height="15"] อุปกรณ์เยอะ สายระโยงรยางค์ คืออีกจุดปัญหาของ เพลย์สเตชั่น VR เพราะการต่อนั้น จะต้องต่อจากเครื่องมาเข้าตัว CPU ของเพลย์สเตชั่น VR และต่อจาก CPU นี้เข้าจอโทรทัศน์ แถมยังมีสาย ไมโคร มาต่ออีกเส้นหนึ่ง พ่วงกับสาย สองเล่นที่ต่อไปยังตัว Head Mounted และสายของกล้อง ทั้งหมดนี้กลายเป็นเหมือนอะไรที่ดูรกไปหมดบริเวณที่วางโทรทัศน์ ซึ่งถ้าหากมี VR ที่อิสระ โดยเฉพาะหลัง ๆ ที่ผู้ผลิตพยายามทำ VR เฮดเซท ให้เป็นสแตนอโลน์ แต่เชื่อมต่อกับเครื่อง PC แบบสตริมมิ่ง PSVR รุ่นใหม่ก็คงต้องไปสายนั้นแน่ ๆ [gap height="15"] เพลย์สเตชั่น VR น่าจะเป็นอะไรที่ดี สำหรับคนที่ชอบเล่นเกมจอใหญ่ๆ แต่ไม่มีพื้นที่มากนัก ไม่ต่อกับ จอโทรทัศน์ เล่นเกมคนเดียว คงเป็นอะไรที่ดีกว่า จริง ๆ แล้ว นี่คือการเริ่มต้น แต่ถือเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นในที่ได้สัมผัส และเข้าไปอยู่ในโลกของเกมที่อลังการงานสร้างมาก ๆ คงต้องรอให้เกมดี ๆ ออกมา และมีการแสดงภาพที่นิ่งกว่านี้ อาจจะบน เพลย์สเตชั่น 4 โปร เชื่อว่าโลกของ VR และ เพลย์สเตชั่น VR ยังคงน่าหลงใหลให้เข้าไปเล่นอยู่ครับ Rating: 3.65

PSVR ที่ยังต้องพัฒนาต่อ

หากจะพูดถึงอุปกรณ์ เวอร์ชวล เรียลลิตี้ แล้ว บ้านเราคงมองเจ้า เพลย์สเตชั่น VR กันมากกว่าอุปกรณ์ตัวอื่น ๆ สาเหตุอาจจะมาจากแฟนเพลย์สเตชั่นเยอะมาก หรือเพราะไม่ค่อยมีใครมี PC แรงๆ ก็ตามแต่ อย่างหนึ่งที่ดึงดูดใจสำหรับเพลย์สเตชั่น VR นอกเหนือจากสองเรื่องนี้ คือเกมนั่นเองครับ การที่อุปกรณ์นี้ใช้กับ เพลย์สเตชั่น 4 ก็เหมือนกับการันตีว่า จะต้องมีเกมน่าสนใจมาลงแน่ ๆ โดยเฉพาะเกมจากทางโซนี่เอง
จริงๆ โลกของ VR เกมนั้นถือว่าน่าสนใจอยู่แล้ว เพราะเหมือนกับการเปิดมิติใหม่ของความรู้สึกในการเล่นเกม จากที่เราเล่นผ่านหน้าจอ มันลึกลงไปเป็นการเล่นด้วยการที่เราเข้าไปในเกมจริง ๆ ให้บรรยากาศสัมผัสกับความรู้สึกที่สมจริงมากกว่าเดิม หลังจากที่ได้ทดลองกับ โอคุลัสท์ ที่เป็นเดโมเวอร์ชั่นแรก มาจนถึง เพลย์สเตชั่น VR สิ่งนี้เป็นจุดเด่นและจุดดีที่สุดของ VR ก็ว่าได้ แม้จะไม่ได้เล่นกับเกม VR แต่การที่เหมือนเล่นกับจอโรงหนัง ก็ถือเป็นข้อดีในการทดแทนจอโทรทัศน์ได้ด้วย ส่วนข้อเสียของ VR นั้น ก็คือการเล่นที่เข้าไปอยู่ในโลกส่วนตัวมากจนเกินไป เรียกได้ว่าแทบจะตัดขาดจากโลกภายนอกเลยก็ว่าได้
ที่พิมพ์มานี่คือข้อดีและข้อเสียในสถานะ VR แน่นอนครับ นักเล่นเกมคงไม่ได้แคร์มากนัก จากการตัดขาดจากโลกภายนอก โดยเฉพาะระดับฮาร์ดคอร์ ที่ปกติก็ตัดขาดจากโลกภายนอกอยู่แล้ว (ฮา ล้อเล่นนะครับ) แต่ถ้าพูดถึงการเข้าไปอยู่ในโลกจริงๆ ถือว่าเป็นอะไรที่สุดยอดมากๆ อยู่แล้ว จากที่ทดสอบหลายๆ เกมอย่างเข่น RIGS Mechanized Combat League, Batman: Arkham VR หรือ Driveclub VR ที่มองเห็นบรรยากาศได้รอบตัว ให้ความรู้สึกเหมือนอยู่ในโลกนั้นจริงๆ แต่ต้องบอกว่า โลกแบบเบลอๆ นิดๆ (ฮา)
สำหรับเพลย์สเตชั่น VR ด้วยตัวมันเองถือว่ายังมีปัญหาอยู่ เริ่มจากความยากของการปรับโฟกัส นี่คือจุดบอดมากๆ ของเพลย์สเตชั่น VR การสวมหัวและจัดสายรัด ดึงสายรัดด้วยการหมุน การขยับตัวแว่นด้านหน้าได้ สิ่งเหล่านี้ถือเป็นเรื่องที่ดี ทว่าการที่ปรับแต่งมากไปทำให้ยากในการกำหนดจุดโฟกัสของตา และพอปรับไม่ชัด ก็ทำให้ภาพไม่คมพอที่จะเล่นแล้วไม่ปวดหัว ภาพไม่คมมากอาการมึนหัวก็มาก ยิ่งเกมที่ขยับมากอย่างเช่น ไดรฟ์ คลับ ยิ่งทำให้มึนหัวมากขึ้น แต่ถ้าเป็นเกมอย่างฮะสึเนะมิกุ ก็ไม่มีอะไรเท่าไหร่
อุปกรณ์เยอะ สายระโยงรยางค์ คืออีกจุดปัญหาของ เพลย์สเตชั่น VR เพราะการต่อนั้น จะต้องต่อจากเครื่องมาเข้าตัว CPU ของเพลย์สเตชั่น VR และต่อจาก CPU นี้เข้าจอโทรทัศน์ แถมยังมีสาย ไมโคร มาต่ออีกเส้นหนึ่ง พ่วงกับสาย สองเล่นที่ต่อไปยังตัว Head Mounted และสายของกล้อง ทั้งหมดนี้กลายเป็นเหมือนอะไรที่ดูรกไปหมดบริเวณที่วางโทรทัศน์ ซึ่งถ้าหากมี VR ที่อิสระ โดยเฉพาะหลัง ๆ ที่ผู้ผลิตพยายามทำ VR เฮดเซท ให้เป็นสแตนอโลน์ แต่เชื่อมต่อกับเครื่อง PC แบบสตริมมิ่ง PSVR รุ่นใหม่ก็คงต้องไปสายนั้นแน่ ๆ
เพลย์สเตชั่น VR น่าจะเป็นอะไรที่ดี สำหรับคนที่ชอบเล่นเกมจอใหญ่ๆ แต่ไม่มีพื้นที่มากนัก ไม่ต่อกับ จอโทรทัศน์ เล่นเกมคนเดียว คงเป็นอะไรที่ดีกว่า จริง ๆ แล้ว นี่คือการเริ่มต้น แต่ถือเป็นสิ่งที่น่าตื่นตาตื่นในที่ได้สัมผัส และเข้าไปอยู่ในโลกของเกมที่อลังการงานสร้างมาก ๆ คงต้องรอให้เกมดี ๆ ออกมา และมีการแสดงภาพที่นิ่งกว่านี้ อาจจะบน เพลย์สเตชั่น 4 โปร เชื่อว่าโลกของ VR และ เพลย์สเตชั่น VR ยังคงน่าหลงใหลให้เข้าไปเล่นอยู่ครับ
การเชื่อมต่อ
ความรู้สึกสมจริงเมื่อเล่น
การแสดงภาพ
ความคุ้มค่า

User Rating:

4.8/5
(1 votes)

null
null

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *