[Review] Nioh : Bloodshed’s End


Platform : PS4

Genre : Action Adventure

Publisher : Koei Tecmo

Release Date : 26 September 2017


[Review] Nioh : Bloodshed’s End Reviewed byKaii on . ภาพรวมของเกมต้องบอกว่า เป็นตอนที่ลดแหลกแจกกันอย่างเต็มที่ สมกับเป็นบทส่งท้ายจริงๆ ตัวฟีเจอร์ใหม่ Abyss ก็เป็นความท้าทายและเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการอัพเกรดอุปกรณ์ ส่วนเนื้อเรื่องก็มีดราม่า และเหมือนจะมีเรื่องที่ค้างคาใจอยู่ในตอนจบ ซึ่งก็ไม่รู้ว่า จะเป็นการส่งไม้ต่อให้มีภาคสองอีกหรือไม่ ก็คงต้องรอติดตามกันต่อไปครับ ในที่สุดตำนานของซามูไรหัวทองก็ได้ดำเนินมาถึงจุดจบของสงครามนองเลือด ณ ประเทศญี่ปุ่นเสียที พร้อมกับปิดฉากเกมนิโอะบนเวอร์ชั่น PS4 ไปด้วยในตัว และพร้อมย้ายไปสู่ PC ในสิ้นปีนี้ ส่วนเครื่องอื่นยังไม่มีการพูดถึงแต่อย่างใด...[gap height="15"][gap height="15"] ในตอนที่สามของ DLC นี้มีชื่อว่า สิ้นสุดการนองเลือดซึ่งตัวชื่อตอนเองก็บ่งบอกทุกอย่างชัดเจนแล้วว่า คงจบกันแค่นี้นะ! เนื้อหาในตอนนี้เป็นช่วงเหตุการณ์ต่อเนื่องจากตอนก่อนที่รุกตีปราสาทโอซาก้าในฤดูหนาว ส่วนตอนล่าสุดเป็นการรุกตีปราสาทโอซาก้าในหน้าร้อน โดยตัวละครที่มีบทบาทสำคัญยังคงเป็นซานาดะ ยูคิมูระเช่นเคย พร้อมด้วยตัวละครจาก DLC ก่อนหน้านี้ทั้งสองตอนก็เข้ามามีส่วนร่วมในการปิดม่านสงครามครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเนื้อเรื่องในตอนนี้มีความเป็นดราม่าสมกับที่เป็นบทสรุปของสงครามจริงๆ[gap height="15"][gap height="15"]ในส่วนของเกมเพลย์ โดยหลักแล้วยังคงแนวทางเดิมเอาไว้คือ เพิ่มของใหม่ๆ พวกมิชชั่น ศัตรู การ์เดี้ยนสปิริต เพิ่มอาวุธ สกิล และระดับความยาก รวมทั้งปรับสมดุลและเพดานเลเวลขึ้นไปอีก นอกจากนั้นก็ได้ใส่ฟีเจอร์ใหม่ที่มีเฉพาะในตอนที่สามนี้เข้ามาเรียกว่า Abyss ซึ่งมีลักษณะเป็นการต่อสู้ไต่ระดับชั้นลงไปเรื่อยๆ โดยแต่ละชั้นจะมีบอสอยู่ และจะมีสุ่มแรนด้อมดีบัฟ 4 อย่างเกิดขึ้นกับตัวผู้เล่นเวลาที่สู้กับบอส ถ้าหากไม่ต้องการติดดีบัฟก็ต้องไปลุยมิชชั่นสั้นๆ เพื่อปลดล็อคออกไป ซึ่งมิชชั่นที่ว่าก็คือ ฉากเดิมๆ ที่คุ้นเคย แต่ปรับให้สั้นหรือมีสเกลลดลง ไม่เพียงเท่านั้น เกมยังมีฟีเจอร์เฉพาะทางอีกตัวเรียกว่า Defile ที่มาคู่กันใน Abyss ซึ่งเป็นการล้างเอาระดับแรร์ เลเวล รวมทั้งค่าตีบวกทั้งหลายออกไป และเมื่อออกจาก Abyss จะได้อุปกรณ์เหล่านี้คืนมาในสภาพที่อัพเกรดขึ้น (แต่สเปเชี่ยลเอฟเฟคยังคงเดิม) ในระดับใกล้เคียงกับอุปกรณ์ที่ดรอปจากระดับความลึกในชั้นนั้นๆ เช่น เอาอุปกรณ์เลเวล 150 ไปทำ Defile ในชั้นที่ดรอปอุปกรณ์ในระดับเลเวล 200 เมื่อได้กลับมาก็จะกลายเป็นเลเวล 200 ไปเลย และถ้าติดบวกก็ขึ้นไปตามนั้น ซึ่งฟีเจอร์นี้ช่วยให้อัพเกรดอุปกรณ์ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี เงื่อนไขที่ว่ามาจะเกิดขึ้นได้เมื่อออกจาก Abyss ด้วยการปราบบอสเท่านั้น หากหลุดออกจาก Abyss ด้วยการตาย (ตายซ้ำโดยไม่มีการ์เดี้ยนติดตัว) หรือใช้ไอเทมวาร์ปออกมา อุปกรณ์ที่ติด Defile จะหายไป Rating: 4.25

ปิดม่านสงครามอันยาวนาน!

ในที่สุดตำนานของซามูไรหัวทองก็ได้ดำเนินมาถึงจุดจบของสงครามนองเลือด ณ ประเทศญี่ปุ่นเสียที พร้อมกับปิดฉากเกมนิโอะบนเวอร์ชั่น PS4 ไปด้วยในตัว และพร้อมย้ายไปสู่ PC ในสิ้นปีนี้ ส่วนเครื่องอื่นยังไม่มีการพูดถึงแต่อย่างใด...
ในตอนที่สามของ DLC นี้มีชื่อว่า สิ้นสุดการนองเลือดซึ่งตัวชื่อตอนเองก็บ่งบอกทุกอย่างชัดเจนแล้วว่า คงจบกันแค่นี้นะ! เนื้อหาในตอนนี้เป็นช่วงเหตุการณ์ต่อเนื่องจากตอนก่อนที่รุกตีปราสาทโอซาก้าในฤดูหนาว ส่วนตอนล่าสุดเป็นการรุกตีปราสาทโอซาก้าในหน้าร้อน โดยตัวละครที่มีบทบาทสำคัญยังคงเป็นซานาดะ ยูคิมูระเช่นเคย พร้อมด้วยตัวละครจาก DLC ก่อนหน้านี้ทั้งสองตอนก็เข้ามามีส่วนร่วมในการปิดม่านสงครามครั้งนี้ด้วยเช่นกัน ซึ่งเนื้อเรื่องในตอนนี้มีความเป็นดราม่าสมกับที่เป็นบทสรุปของสงครามจริงๆ
ในส่วนของเกมเพลย์ โดยหลักแล้วยังคงแนวทางเดิมเอาไว้คือ เพิ่มของใหม่ๆ พวกมิชชั่น ศัตรู การ์เดี้ยนสปิริต เพิ่มอาวุธ สกิล และระดับความยาก รวมทั้งปรับสมดุลและเพดานเลเวลขึ้นไปอีก นอกจากนั้นก็ได้ใส่ฟีเจอร์ใหม่ที่มีเฉพาะในตอนที่สามนี้เข้ามาเรียกว่า Abyss ซึ่งมีลักษณะเป็นการต่อสู้ไต่ระดับชั้นลงไปเรื่อยๆ โดยแต่ละชั้นจะมีบอสอยู่ และจะมีสุ่มแรนด้อมดีบัฟ 4 อย่างเกิดขึ้นกับตัวผู้เล่นเวลาที่สู้กับบอส ถ้าหากไม่ต้องการติดดีบัฟก็ต้องไปลุยมิชชั่นสั้นๆ เพื่อปลดล็อคออกไป ซึ่งมิชชั่นที่ว่าก็คือ ฉากเดิมๆ ที่คุ้นเคย แต่ปรับให้สั้นหรือมีสเกลลดลง ไม่เพียงเท่านั้น เกมยังมีฟีเจอร์เฉพาะทางอีกตัวเรียกว่า Defile ที่มาคู่กันใน Abyss ซึ่งเป็นการล้างเอาระดับแรร์ เลเวล รวมทั้งค่าตีบวกทั้งหลายออกไป และเมื่อออกจาก Abyss จะได้อุปกรณ์เหล่านี้คืนมาในสภาพที่อัพเกรดขึ้น (แต่สเปเชี่ยลเอฟเฟคยังคงเดิม) ในระดับใกล้เคียงกับอุปกรณ์ที่ดรอปจากระดับความลึกในชั้นนั้นๆ เช่น เอาอุปกรณ์เลเวล 150 ไปทำ Defile ในชั้นที่ดรอปอุปกรณ์ในระดับเลเวล 200 เมื่อได้กลับมาก็จะกลายเป็นเลเวล 200 ไปเลย และถ้าติดบวกก็ขึ้นไปตามนั้น ซึ่งฟีเจอร์นี้ช่วยให้อัพเกรดอุปกรณ์ที่ต้องการได้อย่างรวดเร็ว อย่างไรก็ดี เงื่อนไขที่ว่ามาจะเกิดขึ้นได้เมื่อออกจาก Abyss ด้วยการปราบบอสเท่านั้น หากหลุดออกจาก Abyss ด้วยการตาย (ตายซ้ำโดยไม่มีการ์เดี้ยนติดตัว) หรือใช้ไอเทมวาร์ปออกมา อุปกรณ์ที่ติด Defile จะหายไป
กราฟฟิค
เสียง
เกมเพลย์
ดีเยี่ยม
ภาพรวมของเกมต้องบอกว่า เป็นตอนที่ลดแหลกแจกกันอย่างเต็มที่ สมกับเป็นบทส่งท้ายจริงๆ ตัวฟีเจอร์ใหม่ Abyss ก็เป็นความท้าทายและเป็นอีกทางเลือกหนึ่งในการอัพเกรดอุปกรณ์ ส่วนเนื้อเรื่องก็มีดราม่า และเหมือนจะมีเรื่องที่ค้างคาใจอยู่ในตอนจบ ซึ่งก็ไม่รู้ว่า จะเป็นการส่งไม้ต่อให้มีภาคสองอีกหรือไม่ ก็คงต้องรอติดตามกันต่อไปครับ

User Rating:

/5
(0 votes)

 

 

 

About The Author

Related posts

1 Comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *