[Review] Nioh 2 มาตรฐานความยาก เพิ่มความสมดุลย์

Review Nioh

Review Nioh 2

• Platform: PS4 
• Genre: Action RPG
• Publisher: Koei Tecmo

[Review] Nioh 2 มาตรฐานความยาก เพิ่มความสมดุลย์ Reviewed byKaii on . สรุปแล้ว เกมยังคงได้มาตรฐานของทีมงานทั้งภาพและเสียง รวมไปถึงเกมเพลย์ด้วย ซึ่งการเพิ่มสิ่งใหม่เข้ามาก็ช่วยให้มีทางเลือกมากขึ้น และเกมเพลย์ยังมีความสมดุลย์กว่าของเดิม แต่ถึงอย่างนั้นความยากก็ยังคงที่  Nioh สามารถสร้างความสำเร็จได้ในระดับหนึ่งอย่างคาดไม่ถึงจนทำให้ต้องมีภาคสองตามออกมา โดยยึดเกมเพลย์ของภาคแรกให้เป็นแกนในภาคที่สอง ในขณะเดียวกันก็พยายามปรับแต่งและเสริมฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้ามา[gap height="15"]เริ่มกันที่เนื้อเรื่องใน Nioh 2 ยังคงยึดเอาสถานการณ์สงครามภายในประเทศญี่ปุ่นมาเป็นแบ็คกราวน์เหมือนกับในภาคแรก แต่ลดดีกรีความเข้มข้นลงไปบ้าง โดยให้น้ำหนักไปกับการต่อสู้กับพวกโยไคซะมากกว่า ในขณะเดียวกันตัวเอกในภาคนี้ก็ไม่มีตัวตน หากแต่เป็นอวตารของผู้เล่นที่สร้างขึ้นมาเองจะเป็นหญิงหรือชายก็ได้ และทั้งเขา/เธอเป็นลูกครึ่งมนุษย์กับโยไคต้องออกตามล่าคนร้ายฆ่าแม่ที่เป็นโยไคจนได้มาเจอกับพรรคพวกคือ โทคิชิโระกับมุเมียว[gap height="15"][gap height="15"]ในส่วนของเกมเพลย์ กว่า 80% เป็นระบบเก่าจากภาคแรก ขณะที่อีก 20% เป็นของใหม่หรือบางทีก็ดัดแปลงมาจากของเดิม ซึ่งของเก่าคงไม่ต้องกล่าวถึง ส่วนของใหม่ที่เห็นได้ชัดเจนคือ ตัวบอสโยไคมีเกจ Ki เพิ่มเข้ามา ช่วยให้มีทางเลือกในการจู่โจมเพิ่มขึ้น การสู้กับบอสบางตัวก็อาศัยสิ่งแวดล้อมช่วยได้ เช่น ใช้น้ำช่วย หรือตัดแขนบอสออกไม่ให้ใช้โจมตีได้เป็นต้น ตรงนี้อาจช่วยให้สู้ได้ง่ายขึ้น แต่ตัวบอสเองก็มีความสามารถในการสร้าง Dark Realm คล้ายๆ กับบรรยากาศมาคุยังไงยังงั้น ซึ่งเมื่อโยไคอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้ ความได้เปรียบย่อมไปอยู่ทางฝั่งโยไคหรือทำให้มันเก่งกาจขึ้น ในขณะที่ตัวเอกจะเสียเปรียบจากการฟื้นตัวของ Ki จะช้าลง[gap height="15"]นอกจากนี้ จากเรื่องที่ตัวเอกเป็นลูกครึ่งทำให้มีความสามารถในการใช้พลังจากโยไคเข้ามาในรูปแบบที่เรียกว่า ‘Soul Core’ เป็นลูกเล่นใหม่ที่เสริมเข้ามา ไม่เท่านั้นตัว Soul Core เมื่อทำการติดตั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่การ์เดี้ยนสปิริตพร้อมทั้งเพิ่มสเปเชี่ยลเอฟเฟคไปด้วย ขณะที่อาวุธใหม่ก็มีเพิ่มเข้ามาเช่นกัน โดยเป็นอาวุธกึ่งเคียวกึ่งทวน และขวานคู่ Rating: 4.4

ภาคต่อที่เกือบเหมือนของเดิม

Nioh สามารถสร้างความสำเร็จได้ในระดับหนึ่งอย่างคาดไม่ถึงจนทำให้ต้องมีภาคสองตามออกมา โดยยึดเกมเพลย์ของภาคแรกให้เป็นแกนในภาคที่สอง ในขณะเดียวกันก็พยายามปรับแต่งและเสริมฟีเจอร์ใหม่ๆ เข้ามา
เริ่มกันที่เนื้อเรื่องใน Nioh 2 ยังคงยึดเอาสถานการณ์สงครามภายในประเทศญี่ปุ่นมาเป็นแบ็คกราวน์เหมือนกับในภาคแรก แต่ลดดีกรีความเข้มข้นลงไปบ้าง โดยให้น้ำหนักไปกับการต่อสู้กับพวกโยไคซะมากกว่า ในขณะเดียวกันตัวเอกในภาคนี้ก็ไม่มีตัวตน หากแต่เป็นอวตารของผู้เล่นที่สร้างขึ้นมาเองจะเป็นหญิงหรือชายก็ได้ และทั้งเขา/เธอเป็นลูกครึ่งมนุษย์กับโยไคต้องออกตามล่าคนร้ายฆ่าแม่ที่เป็นโยไคจนได้มาเจอกับพรรคพวกคือ โทคิชิโระกับมุเมียว
ในส่วนของเกมเพลย์ กว่า 80% เป็นระบบเก่าจากภาคแรก ขณะที่อีก 20% เป็นของใหม่หรือบางทีก็ดัดแปลงมาจากของเดิม ซึ่งของเก่าคงไม่ต้องกล่าวถึง ส่วนของใหม่ที่เห็นได้ชัดเจนคือ ตัวบอสโยไคมีเกจ Ki เพิ่มเข้ามา ช่วยให้มีทางเลือกในการจู่โจมเพิ่มขึ้น การสู้กับบอสบางตัวก็อาศัยสิ่งแวดล้อมช่วยได้ เช่น ใช้น้ำช่วย หรือตัดแขนบอสออกไม่ให้ใช้โจมตีได้เป็นต้น ตรงนี้อาจช่วยให้สู้ได้ง่ายขึ้น แต่ตัวบอสเองก็มีความสามารถในการสร้าง Dark Realm คล้ายๆ กับบรรยากาศมาคุยังไงยังงั้น ซึ่งเมื่อโยไคอยู่ท่ามกลางบรรยากาศเช่นนี้ ความได้เปรียบย่อมไปอยู่ทางฝั่งโยไคหรือทำให้มันเก่งกาจขึ้น ในขณะที่ตัวเอกจะเสียเปรียบจากการฟื้นตัวของ Ki จะช้าลง
นอกจากนี้ จากเรื่องที่ตัวเอกเป็นลูกครึ่งทำให้มีความสามารถในการใช้พลังจากโยไคเข้ามาในรูปแบบที่เรียกว่า ‘Soul Core’ เป็นลูกเล่นใหม่ที่เสริมเข้ามา ไม่เท่านั้นตัว Soul Core เมื่อทำการติดตั้งยังช่วยเพิ่มประสิทธิภาพให้แก่การ์เดี้ยนสปิริตพร้อมทั้งเพิ่มสเปเชี่ยลเอฟเฟคไปด้วย ขณะที่อาวุธใหม่ก็มีเพิ่มเข้ามาเช่นกัน โดยเป็นอาวุธกึ่งเคียวกึ่งทวน และขวานคู่
กราฟฟิค
เสียง
เกมเพลย์
ตามมาตรฐาน
สรุปแล้ว เกมยังคงได้มาตรฐานของทีมงานทั้งภาพและเสียง รวมไปถึงเกมเพลย์ด้วย ซึ่งการเพิ่มสิ่งใหม่เข้ามาก็ช่วยให้มีทางเลือกมากขึ้น และเกมเพลย์ยังมีความสมดุลย์กว่าของเดิม แต่ถึงอย่างนั้นความยากก็ยังคงที่ 

User Rating:

/5
(0 votes)

► ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ❖ FB MEGAXGAME  ❖ Game Review 

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *