[Review] Mega Man 11

Mega Man 11 (Rock Man 11)


Platform : PS4, Xbox One, PC, Switch 

Genre : Action

Publisher : Capcom

Release Date : 2 October 2018, 4 October 2018 (Japan)


[Review] Mega Man 11 Reviewed byKaii on . เกมให้ความรู้สึกแบบร็อคแมนกลับคืนมาสมกับที่รอคอย แถมยังมีระบบเกียร์มาสร้างความแปลกใหม่เพิ่มขึ้น ยิ่งเวลาสู้กับบอสยิ่งมีความท้าทายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี เกมจัดว่าค่อนข้างยากทีเดียว (หรือไม่ก็ฝีมืออ่อนลง) แนะนำให้ปรับเล่นระดับ Casual ก่อนเพื่อความสบายใจ นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1987 ถ้าใครเป็นแฟนร็อคแมน (ขออนุญาติเรียกร็อคแมนแทนเมก้าแมนเพื่อความคุ้นเคย) มาตั้งแต่ภาคแรก ถึงตอนนี้ก็คงแก่กันหมดแล้ว (ฮา) มาถึงวันนี้ก็นับรวมได้ราว 31 ปี ซึ่งภาค 11 นี้เป็นโครงการเพื่อฉลองครอบรอบ 30 ปี แม้วัยจะมากขึ้น ความรู้สึกในตอนเล่นอาจไม่เหมือนสมัยยังเด็ก แต่ร็อคแมนก็ยังคงเป็นร็อคแมนที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้เล่นทุกยุคทุกสมัยได้[gap height="15"] [gap height="15"]ร็อคแมน 11 ยังคงเป็นการปะทะกันระหว่างสองดร. ได้แก่ ดร. ไรท์ กับดร. ไวลี่ ขาประจำ ซึ่งที่มาที่ไปของการต่อสู้ก็ยังคงเป็นเหตุผลเดิมๆ ที่ดร. ไวลี่ต้องการเอาชนะดร. ไรท์ให้ได้ ซึ่งคราวนี้ดร. สติเฟื่องได้นำแนวคิดในสมัยวัยรุ่นมาใช้พัฒนาหุ่นยนต์ของฝ่ายตน ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นที่มาของระบบเกมเพลย์หลักที่เรียกว่า ระบบเกียร์ โดยระบบนี้มีการทำงานสองแบบระหว่าง พาวเวอร์เกียร์กับสปีดเกียร์ อย่างแรกเป็นการเพิ่มพลังของบลัสเตอร์ให้ทรงพลังขึ้น (รวมถึงอาวุธของบอสก็ด้วย) ส่วนอย่างหลังเป็นการเพิ่มความเร็วทำให้ทุกอย่างรอบตัวช้าลง ไม่เท่านั้น เมื่อเหลือพลังน้อยใกล้ตายยังสามารถใช้พลังดับเบิ้ลเกียร์อันเป็นการใช้พลังทั้งสองอย่างพร้อมกัน เปรียบเหมือนกับท่าไม้ตายลับสุดยอดที่ต้องใช้ในเวลาคับขัน อย่างไรก็ดีการใช้เกียร์จะมีเวลาจำกัดอยู่ชั่วครู่ หากใช้นานเกินไปจะเกิดโอเวอร์ฮีทและต้องรอเวลาคลูดาวน์ โดยเฉพาะเมื่อใช้ดับเบิ้ลเกียร์ต้องแลกมาด้วยการที่บลัสเตอร์จะอ่อนกำลังลงในระหว่างคลูดาวน์ (ดับเบิ้ลเกียร์เมื่อใช้แล้วกดปิดไม่ได้ต้องปล่อยโอเวอร์ฮีลเท่านั้น) และที่สำคัญตัวบอสทั้ง 8 เองก็ใช้เกียร์ได้เช่นกัน ส่งผลให้แพทเทิร์นการโจมตีของบอสมีความหลากหลายขึ้น[gap height="15"][gap height="15"]ทั้งนี้ เกมจัดว่า ค่อนข้างยาก แม้ว่าไอเดียการออกแบบของแต่ละฉากอาจดูคุ้นเคยบ้างก็ตาม อย่างไรก็ดี หัวใจสำคัญที่สุดของการเล่นอยู่ที่การใช้ระบบเกียร์ให้เหมาะกับสถานการณ์นี้แหละจะช่วยฝ่าฟันให้เล่นเกมได้ไหลลื่นขึ้นอีกเล็กน้อย โดยเฉพาะสปีดเกียร์[gap height="15"][gap height="15"]นอกจากนี้ในภาคนี้ ถือเป็นภาคสองที่มีการใช้เสียงพากย์ลงมาด้วยนับตั้งแต่ภาค 8 มา (ถ้าข้อมูลผิดพลาดก็ขออภัยครับ) แต่ค่อนข้างขัดใจกับเสียงพากย์ของร็อคแมนดูไม่เข้ากับคาแรคเตอร์ตัวละครเท่าไหร่นัก ส่วนกราฟฟิคก็อย่างที่เห็นครับ ทั้งฉากและตัวละครต่างๆ สร้างขึ้นจาก 3 มิติ แต่ก็ไม่ทิ้งความเป็น 2 มิติไปเสียทีเดียว โดยออกแบบให้มีลักษณะลูกครึ่งแบบ 2.5 D และมีความเป็นอนิเมะคล้ายกับภาค 8 (ภาค 9 กับ 10 ทำย้อนยุคไปสมัย 8 บิท) ไม่เท่านั้นเกมยังมีโหมดอื่นให้เลือกเล่นนอกเหนือไปจากโหมดปกติ เพิ่มความท้าทายในการเล่นมากขึ้น รวมไปถึงการปรับระดับความยากของเกมได้ด้วย[gap height="15"]สำหรับเวอร์ชั่นนินเทนโดสวิตช์ มีการรองรับอุปกรณ์ Amiibo ด้วย เพื่อนำไปใช้ปลดล็อคไอเทมในเกม แต่ขอบ่นนิดหน่อยว่า จอยคอนของนินเทนโดสวิตช์ปุ่มเล็กและชิดกัน สร้างความลำบากเวลาเล่นไม่น้อย Rating: 4.15

ฉลองครบรอบ 30 ปี!?

นับตั้งแต่เปิดตัวครั้งแรกในปี 1987 ถ้าใครเป็นแฟนร็อคแมน (ขออนุญาติเรียกร็อคแมนแทนเมก้าแมนเพื่อความคุ้นเคย) มาตั้งแต่ภาคแรก ถึงตอนนี้ก็คงแก่กันหมดแล้ว (ฮา) มาถึงวันนี้ก็นับรวมได้ราว 31 ปี ซึ่งภาค 11 นี้เป็นโครงการเพื่อฉลองครอบรอบ 30 ปี แม้วัยจะมากขึ้น ความรู้สึกในตอนเล่นอาจไม่เหมือนสมัยยังเด็ก แต่ร็อคแมนก็ยังคงเป็นร็อคแมนที่สร้างความเพลิดเพลินให้กับผู้เล่นทุกยุคทุกสมัยได้
ร็อคแมน 11 ยังคงเป็นการปะทะกันระหว่างสองดร. ได้แก่ ดร. ไรท์ กับดร. ไวลี่ ขาประจำ ซึ่งที่มาที่ไปของการต่อสู้ก็ยังคงเป็นเหตุผลเดิมๆ ที่ดร. ไวลี่ต้องการเอาชนะดร. ไรท์ให้ได้ ซึ่งคราวนี้ดร. สติเฟื่องได้นำแนวคิดในสมัยวัยรุ่นมาใช้พัฒนาหุ่นยนต์ของฝ่ายตน ซึ่งแนวคิดดังกล่าวเป็นที่มาของระบบเกมเพลย์หลักที่เรียกว่า ระบบเกียร์ โดยระบบนี้มีการทำงานสองแบบระหว่าง พาวเวอร์เกียร์กับสปีดเกียร์ อย่างแรกเป็นการเพิ่มพลังของบลัสเตอร์ให้ทรงพลังขึ้น (รวมถึงอาวุธของบอสก็ด้วย) ส่วนอย่างหลังเป็นการเพิ่มความเร็วทำให้ทุกอย่างรอบตัวช้าลง ไม่เท่านั้น เมื่อเหลือพลังน้อยใกล้ตายยังสามารถใช้พลังดับเบิ้ลเกียร์อันเป็นการใช้พลังทั้งสองอย่างพร้อมกัน เปรียบเหมือนกับท่าไม้ตายลับสุดยอดที่ต้องใช้ในเวลาคับขัน อย่างไรก็ดีการใช้เกียร์จะมีเวลาจำกัดอยู่ชั่วครู่ หากใช้นานเกินไปจะเกิดโอเวอร์ฮีทและต้องรอเวลาคลูดาวน์ โดยเฉพาะเมื่อใช้ดับเบิ้ลเกียร์ต้องแลกมาด้วยการที่บลัสเตอร์จะอ่อนกำลังลงในระหว่างคลูดาวน์ (ดับเบิ้ลเกียร์เมื่อใช้แล้วกดปิดไม่ได้ต้องปล่อยโอเวอร์ฮีลเท่านั้น) และที่สำคัญตัวบอสทั้ง 8 เองก็ใช้เกียร์ได้เช่นกัน ส่งผลให้แพทเทิร์นการโจมตีของบอสมีความหลากหลายขึ้น
ทั้งนี้ เกมจัดว่า ค่อนข้างยาก แม้ว่าไอเดียการออกแบบของแต่ละฉากอาจดูคุ้นเคยบ้างก็ตาม อย่างไรก็ดี หัวใจสำคัญที่สุดของการเล่นอยู่ที่การใช้ระบบเกียร์ให้เหมาะกับสถานการณ์นี้แหละจะช่วยฝ่าฟันให้เล่นเกมได้ไหลลื่นขึ้นอีกเล็กน้อย โดยเฉพาะสปีดเกียร์
นอกจากนี้ในภาคนี้ ถือเป็นภาคสองที่มีการใช้เสียงพากย์ลงมาด้วยนับตั้งแต่ภาค 8 มา (ถ้าข้อมูลผิดพลาดก็ขออภัยครับ) แต่ค่อนข้างขัดใจกับเสียงพากย์ของร็อคแมนดูไม่เข้ากับคาแรคเตอร์ตัวละครเท่าไหร่นัก ส่วนกราฟฟิคก็อย่างที่เห็นครับ ทั้งฉากและตัวละครต่างๆ สร้างขึ้นจาก 3 มิติ แต่ก็ไม่ทิ้งความเป็น 2 มิติไปเสียทีเดียว โดยออกแบบให้มีลักษณะลูกครึ่งแบบ 2.5 D และมีความเป็นอนิเมะคล้ายกับภาค 8 (ภาค 9 กับ 10 ทำย้อนยุคไปสมัย 8 บิท) ไม่เท่านั้นเกมยังมีโหมดอื่นให้เลือกเล่นนอกเหนือไปจากโหมดปกติ เพิ่มความท้าทายในการเล่นมากขึ้น รวมไปถึงการปรับระดับความยากของเกมได้ด้วย
สำหรับเวอร์ชั่นนินเทนโดสวิตช์ มีการรองรับอุปกรณ์ Amiibo ด้วย เพื่อนำไปใช้ปลดล็อคไอเทมในเกม แต่ขอบ่นนิดหน่อยว่า จอยคอนของนินเทนโดสวิตช์ปุ่มเล็กและชิดกัน สร้างความลำบากเวลาเล่นไม่น้อย
กราฟฟิค
เสียง
เกมเพลย์
สนุกได้ฟิลร็อคแมน
เกมให้ความรู้สึกแบบร็อคแมนกลับคืนมาสมกับที่รอคอย แถมยังมีระบบเกียร์มาสร้างความแปลกใหม่เพิ่มขึ้น ยิ่งเวลาสู้กับบอสยิ่งมีความท้าทายเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ดี เกมจัดว่าค่อนข้างยากทีเดียว (หรือไม่ก็ฝีมืออ่อนลง) แนะนำให้ปรับเล่นระดับ Casual ก่อนเพื่อความสบายใจ

User Rating:

5/5
(1 votes)

 

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *