[Review] Hitman 2

 

Hitman 2

Hitman 2


Platform : PS4, XboxOne, PC

Genre : Stealth Asassin Action

Publisher : Warner Bros. Interactive Entertainment

Release Date : 13 November 2018


[Review] Hitman 2 Reviewed byKaii on . ต้องบอกว่า เกมทำออกมาได้ดีในด้านเกมเพลย์ แม้จะซ้ำซากแต่ก็ทดแทนด้วยความหลากหลายของวิธีการสังหาร ทว่าในด้านกราฟฟิคยังทำไม่ได้ดีนัก เหมือนเป็นเกมในยุคก่อน (PS3, Xbox 360) มากกว่าจะเป็นเกมยุคใหม่ อีกหนึ่งเรื่องที่น่าเสียดายคือ เกมดันวางจำหน่ายตรงช่องระหว่างสองเกมยักษ์อย่าง Red Dead 2 กับ Battlefield 5 ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เอเจนท์ 47 ไม่ได้รับการพูดถึงเลย... มือสังหารหัวบาร์โค้ดนามว่า เอเจนท์ 47 กลับมาเริ่มภารกิจใหม่อีกครั้งในชื่อ Hitman 2 ซึ่งถือเป็นภาคที่เจ็ดในซีรี่ย์นี้ และเป็นภาคต่อจาก Hitman เมื่อปี 2016 ภายใต้ผู้จัดจำหน่ายที่เปลี่ยนมือจากสแควร์เอนิกซ์มาเป็น วอร์เนอร์ บราเธอร์[gap height="15"]เรื่องราวที่เกิดขึ้นในภาคที่สอง ยังคงเป็นเรื่องของเอเจนท์ 47 (Agent 47) โดยเล่าเรื่องต่อจากภาคแรก (2016) ในภารกิจออกตามล่า Shadow Clint ผู้มากด้วยปริศนาและทลายกำลังรบของอีกฝ่ายลงเพื่อเป็นการปกป้องโลกจากการถูกคุกคาม ด้วยภารกิจที่ว่ามาได้นำพาเอเจนท์ 47 ไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้วโลกราว 6 แห่งด้วยกัน อาทิเช่น ไมอามี่ หรือโคลัมเบีย เป็นต้น ในขณะที่เป้าหมายหลักเป็นการปกป้องโลกให้พ้นภัย อีกด้านหนึ่งอดีตของเอเจนท์ 47 ก็จะได้รับการเปิดเผยด้วยเช่นกัน (จากการโดนลบความทรงจำไป)[gap height="15"][gap height="15"]ในส่วนของเกมเพลย์ Hitman 2 ยังคงยึดรูปแบบการเล่นจากภาคแรกเมื่อปี 2016 เอาไว้อย่างเหนียวแน่นจนเกือบจะเป็นการโคลนนิ่งมาเลย ผู้เล่นในบทบาทของเอเจนท์ 47 จะได้ทำภารกิจสังหารเป้าหมายตามที่ต่างๆ ทั่วโลกที่มีความแตกต่างกันในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมหรือเครื่องมืออำนวยความสะดวกต่างๆ และอื่นๆ ที่สำคัญคือ ภารกิจแต่ละแห่งมีลักษณะเป็น Free-Roaming แผนที่มีขนาดใหญ่พอสมควร เลยส่งผลโดยตรงต่อความสนุกของเกมตรงวิธีการที่ใช้สังหารเป้าหมาย ซึ่งมีทางเลือกมากมายจนบางทีก็อาจคิดไม่ถึงว่า ทำอย่างนี้ก็ได้ด้วยหรือ? อย่างไรก็ดี เกมไม่มีไกด์นำทางที่ชัดเจน มีการบอกคร่าวๆ ให้รู้ก็จริง แต่ไม่มีการบอกตำแหน่งหรือสิ่งที่ต้องทำชัดเจน[gap height="15"]ภายหลังจากภารกิจสำเร็จ ผู้เล่นจะได้รับการจัดเรทผลงานโดยผ่านปัจจัยต่างๆ อาทิเช่นจากเวลาที่ใช้ จำนวนผู้บริสุทธิ์ที่ตาย หรือจำนวนครั้งที่โดนพบตัว เป็นต้น พร้อมกันนั้นหากทำเงื่อนไข Challenge จะได้รับค่าประสบการณ์ เพื่อไปเพิ่มระดับเลเวลและปลดล็อคสิ่งต่างๆ[gap height="15"] [gap height="15"]นอกจากโหมดเนื้อเรื่องแล้ว เกมยังมีโหมดอื่นๆ ให้เล่นอีกมากไว้รองรับการเล่นทั้งแบบเล่นคนเดียวหรือหลายคนอย่าง Ghost Mode ที่เป็นการลอบสังหารแข่งกันระหว่างผู้เล่นคนอื่น หรือ Sniper Assassin ที่เป็นการสังหารเป้าหมายโดยใช้แค่สไนเปอร์ไรเฟิลอย่างเดียวภายในเวลาที่กำหนดไว้ Rating: 3.85

เกมที่ถูกมองข้าม

มือสังหารหัวบาร์โค้ดนามว่า เอเจนท์ 47 กลับมาเริ่มภารกิจใหม่อีกครั้งในชื่อ Hitman 2 ซึ่งถือเป็นภาคที่เจ็ดในซีรี่ย์นี้ และเป็นภาคต่อจาก Hitman เมื่อปี 2016 ภายใต้ผู้จัดจำหน่ายที่เปลี่ยนมือจากสแควร์เอนิกซ์มาเป็น วอร์เนอร์ บราเธอร์
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในภาคที่สอง ยังคงเป็นเรื่องของเอเจนท์ 47 (Agent 47) โดยเล่าเรื่องต่อจากภาคแรก (2016) ในภารกิจออกตามล่า Shadow Clint ผู้มากด้วยปริศนาและทลายกำลังรบของอีกฝ่ายลงเพื่อเป็นการปกป้องโลกจากการถูกคุกคาม ด้วยภารกิจที่ว่ามาได้นำพาเอเจนท์ 47 ไปยังสถานที่ต่างๆ ทั้วโลกราว 6 แห่งด้วยกัน อาทิเช่น ไมอามี่ หรือโคลัมเบีย เป็นต้น ในขณะที่เป้าหมายหลักเป็นการปกป้องโลกให้พ้นภัย อีกด้านหนึ่งอดีตของเอเจนท์ 47 ก็จะได้รับการเปิดเผยด้วยเช่นกัน (จากการโดนลบความทรงจำไป)
ในส่วนของเกมเพลย์ Hitman 2 ยังคงยึดรูปแบบการเล่นจากภาคแรกเมื่อปี 2016 เอาไว้อย่างเหนียวแน่นจนเกือบจะเป็นการโคลนนิ่งมาเลย ผู้เล่นในบทบาทของเอเจนท์ 47 จะได้ทำภารกิจสังหารเป้าหมายตามที่ต่างๆ ทั่วโลกที่มีความแตกต่างกันในหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นสภาพแวดล้อมหรือเครื่องมืออำนวยความสะดวกต่างๆ และอื่นๆ ที่สำคัญคือ ภารกิจแต่ละแห่งมีลักษณะเป็น Free-Roaming แผนที่มีขนาดใหญ่พอสมควร เลยส่งผลโดยตรงต่อความสนุกของเกมตรงวิธีการที่ใช้สังหารเป้าหมาย ซึ่งมีทางเลือกมากมายจนบางทีก็อาจคิดไม่ถึงว่า ทำอย่างนี้ก็ได้ด้วยหรือ? อย่างไรก็ดี เกมไม่มีไกด์นำทางที่ชัดเจน มีการบอกคร่าวๆ ให้รู้ก็จริง แต่ไม่มีการบอกตำแหน่งหรือสิ่งที่ต้องทำชัดเจน
ภายหลังจากภารกิจสำเร็จ ผู้เล่นจะได้รับการจัดเรทผลงานโดยผ่านปัจจัยต่างๆ อาทิเช่นจากเวลาที่ใช้ จำนวนผู้บริสุทธิ์ที่ตาย หรือจำนวนครั้งที่โดนพบตัว เป็นต้น พร้อมกันนั้นหากทำเงื่อนไข Challenge จะได้รับค่าประสบการณ์ เพื่อไปเพิ่มระดับเลเวลและปลดล็อคสิ่งต่างๆ
นอกจากโหมดเนื้อเรื่องแล้ว เกมยังมีโหมดอื่นๆ ให้เล่นอีกมากไว้รองรับการเล่นทั้งแบบเล่นคนเดียวหรือหลายคนอย่าง Ghost Mode ที่เป็นการลอบสังหารแข่งกันระหว่างผู้เล่นคนอื่น หรือ Sniper Assassin ที่เป็นการสังหารเป้าหมายโดยใช้แค่สไนเปอร์ไรเฟิลอย่างเดียวภายในเวลาที่กำหนดไว้
กราฟฟิค
เสียง
เกมเพลย์
ค่อนข้างดี
ต้องบอกว่า เกมทำออกมาได้ดีในด้านเกมเพลย์ แม้จะซ้ำซากแต่ก็ทดแทนด้วยความหลากหลายของวิธีการสังหาร ทว่าในด้านกราฟฟิคยังทำไม่ได้ดีนัก เหมือนเป็นเกมในยุคก่อน (PS3, Xbox 360) มากกว่าจะเป็นเกมยุคใหม่ อีกหนึ่งเรื่องที่น่าเสียดายคือ เกมดันวางจำหน่ายตรงช่องระหว่างสองเกมยักษ์อย่าง Red Dead 2 กับ Battlefield 5 ดังนั้นจึงไม่น่าแปลกใจที่เอเจนท์ 47 ไม่ได้รับการพูดถึงเลย...

User Rating:

5/5
(1 votes)

 

 

 

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *