[Review] Final Fantasy XV : Multiplayer Expansion Comrades

Final Fantasy XV : Multiplayer Expansion Comrades


Platform : PS4, Xbox One

Genre : Action RPG

Publisher : Square Enix

Release Date : 15 November 2017


คอนเทนท์ Comrades วางจำหน่ายในราคาราว 600 กว่าบาท แต่ถ้าซื้อ Season Pass สามารถดาวน์โหลดได้ฟรี ไม่ต้องเสียเงินแต่อย่างใด

 

[Review] Final Fantasy XV : Multiplayer Expansion Comrades Reviewed byKaii on . ตัวเกมมีทั้งส่วนดีและไม่ดี ตัวฟีเจอร์อย่างการอัพเกรดอาวุธกับการติดตั้ง Sigil เป็นสิ่งที่อยากให้เอาไปใช้ในภาคหลักเหลือเกิน ขณะที่เกมเพลย์ที่ต้องล่ามอนสเตอร์ซ้ำไปซ้ำมาคือ จุดด้อยที่สร้างความเบื่อหน่าย แต่โดยรวมแล้ว ออกมาดีกว่าที่คิดไว้ และเนื้อเรื่องในโลกหลังการล่มสลายดูมีความเป็นแฟนตาซีและน่าค้นหาติดตามกว่าขับรถเล่นชมวิวกินลมเพื่อไปแต่งงานมากนัก!? ตัว Expansion ลำดับสามของเกมไฟนอลฯ 15  ที่คราวนี้มาแปลกกว่าสองตอนก่อนหน้านี้ที่เป็นเรื่องราวย่อยของตัวละครหลักในเกม แต่ครั้งนี้มาเป็นมัลติเพลย์เยอร์ขนาดย่อมพอเล่นสนุกกันแบบขำๆ!?[gap height="15"][gap height="15"] ในตอน Comrades นี้ มีเนื้อหาหรือไทม์ไลน์เกิดขึ้นในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างแชพเตอร์ 13 กับ 14 ซึ่งเป็นเวลาที่องค์ชายน๊อคทิสหายตัวไป และโลกเกิดความวุ่นวายขึ้น เหล่าคิงเกรฟที่เหลือรอดชีวิตจึงมารวมตัวกันเพื่อขจัดความมืดให้พ้นออกไป ตัวผู้เล่นคือ หนึ่งในผู้รอดชีวิต และสูญเสียความทรงจำ อาศัยการดำเนินเรื่องไปตามการขยายแหล่งไฟฟ้าออกไป ซึ่งเควสท์ที่ทำไปก็เพื่อเอารวบรวมจำนวนไฟฟ้ามาใช้เชื่อมต่อตามสถานีย่อยเพื่อเป็นการปลดล็อคสิ่งใหม่ๆ เข้ามา โดยสิ่งที่เกิดขึ้นในคอนเทนท์นี้จะไม่ส่งผลใดๆ ต่อตัวเกมหลัก[gap height="15"][gap height="15"]เกมเพลย์ของ Comrades มีลักษณะเป็น MMORPG ที่ลดขนาดสเกลให้เล็กลง และมีส่วนคล้ายกับมอนฮันฯ อยู่มาก เนื่องจากตัวภารกิจในเกมเป็นการออกไปล่ามอนสเตอร์ซะเป็นส่วนใหญ่ โดยมีเพื่อนร่วมก๊วนไปอีก 3 คนรวมเป็นทั้งหมด 4 คน พอเสร็จกิจก็จะทำการสรุปผล และทานอาหาร ซึ่งตัววัตถุดิบในการปรุงเก็บได้จากระหว่างปฏิบัติงาน และจะรวมเอาวัตถุดิบของทุกคนที่เก็บมารวมกับของตัวโมนิก้า เพื่อสุ่มเลือกมาทำเป็นอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง[gap height="15"]อย่างไรก็ตาม แม้เกมจะบอกว่าเป็นมัลติเพลย์เยอร์ก็จริง แต่ก็สามารถเล่นคนเดียวได้ โดยนอกจากตัวเอกซึ่งเป็นตัวผู้เล่นแล้ว พรรคพวกที่เหลือสามารถกำหนดให้เป็น AI ได้ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลกับเรื่องการหาคนร่วมทาง ส่วนการติดต่อสื่อสารกับผู้เล่นคนอื่นๆ ในเกมอาศัยการเลือกไดอะล็อกคำพูดสำเร็จรูปต่างๆ ที่เตรียมไว้แล้วในหลายสถานการณ์[gap height="15"]ทั้งนี้ทั้งนั้น การเล่นมัลติเพลย์จำเป็นต้องเป็นสมาชิก PS+ (Plus) หรือ Xbox Gold แต่ ณ เวลานี้ ยังไม่แน่ชัดว่า หากไม่ได้สมาชิกแล้ว ถ้าจะเล่นคนเดียวและให้ AI ควบคุมพรรคพวกที่เหลือจะยังคงทำได้หรือไม่[gap height="15"][gap height="15"]ในส่วนของฟีเจอร์และระบบต่างๆ ของเกมยังคงคล้ายกับตัวเกมหลัก (FFXV) แต่ใส่ความเป็นเกมออนไลน์เข้ามา เริ่มตั้งแต่การเลือกลักษณะรูปลักษณ์ภายนอกของตัวละคร เลือกถิ่นกำเนิดซึ่งจะส่งผลต่อค่า Stat ของตัวละคร และการติดตั้ง Sigil เพื่อผลพิเศษทั้งในแง่ของ Stat และความสามารถพิเศษ นอกจากนี้การคราฟท์หรือรีโมเดลอาวุธก็เป็นฟีเจอร์หนึ่งที่น่าสนใจ โดยตัวอาวุธในเกมจะมีระดับเลเวลกำหนดไว้ และสามารถนำไอเทมที่ได้จากการปราบศัตรู มาใช้อัพเกรดแทนค่าประสบการณ์ โดยไอเทมแต่ละชนิดที่ใช้อัพก็ส่งผลต่อ Stat ต่างกัน ทั้งบางชิ้นยังมีสกิลพิเศษแถมให้ด้วย   Rating: 4

ช่างไฟผู้กอบกู้โลก

ตัว Expansion ลำดับสามของเกมไฟนอลฯ 15  ที่คราวนี้มาแปลกกว่าสองตอนก่อนหน้านี้ที่เป็นเรื่องราวย่อยของตัวละครหลักในเกม แต่ครั้งนี้มาเป็นมัลติเพลย์เยอร์ขนาดย่อมพอเล่นสนุกกันแบบขำๆ!?
ในตอน Comrades นี้ มีเนื้อหาหรือไทม์ไลน์เกิดขึ้นในช่วงคาบเกี่ยวระหว่างแชพเตอร์ 13 กับ 14 ซึ่งเป็นเวลาที่องค์ชายน๊อคทิสหายตัวไป และโลกเกิดความวุ่นวายขึ้น เหล่าคิงเกรฟที่เหลือรอดชีวิตจึงมารวมตัวกันเพื่อขจัดความมืดให้พ้นออกไป ตัวผู้เล่นคือ หนึ่งในผู้รอดชีวิต และสูญเสียความทรงจำ อาศัยการดำเนินเรื่องไปตามการขยายแหล่งไฟฟ้าออกไป ซึ่งเควสท์ที่ทำไปก็เพื่อเอารวบรวมจำนวนไฟฟ้ามาใช้เชื่อมต่อตามสถานีย่อยเพื่อเป็นการปลดล็อคสิ่งใหม่ๆ เข้ามา โดยสิ่งที่เกิดขึ้นในคอนเทนท์นี้จะไม่ส่งผลใดๆ ต่อตัวเกมหลัก
เกมเพลย์ของ Comrades มีลักษณะเป็น MMORPG ที่ลดขนาดสเกลให้เล็กลง และมีส่วนคล้ายกับมอนฮันฯ อยู่มาก เนื่องจากตัวภารกิจในเกมเป็นการออกไปล่ามอนสเตอร์ซะเป็นส่วนใหญ่ โดยมีเพื่อนร่วมก๊วนไปอีก 3 คนรวมเป็นทั้งหมด 4 คน พอเสร็จกิจก็จะทำการสรุปผล และทานอาหาร ซึ่งตัววัตถุดิบในการปรุงเก็บได้จากระหว่างปฏิบัติงาน และจะรวมเอาวัตถุดิบของทุกคนที่เก็บมารวมกับของตัวโมนิก้า เพื่อสุ่มเลือกมาทำเป็นอาหารอย่างใดอย่างหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม แม้เกมจะบอกว่าเป็นมัลติเพลย์เยอร์ก็จริง แต่ก็สามารถเล่นคนเดียวได้ โดยนอกจากตัวเอกซึ่งเป็นตัวผู้เล่นแล้ว พรรคพวกที่เหลือสามารถกำหนดให้เป็น AI ได้ ดังนั้นจึงไม่ต้องกังวลกับเรื่องการหาคนร่วมทาง ส่วนการติดต่อสื่อสารกับผู้เล่นคนอื่นๆ ในเกมอาศัยการเลือกไดอะล็อกคำพูดสำเร็จรูปต่างๆ ที่เตรียมไว้แล้วในหลายสถานการณ์
ทั้งนี้ทั้งนั้น การเล่นมัลติเพลย์จำเป็นต้องเป็นสมาชิก PS+ (Plus) หรือ Xbox Gold แต่ ณ เวลานี้ ยังไม่แน่ชัดว่า หากไม่ได้สมาชิกแล้ว ถ้าจะเล่นคนเดียวและให้ AI ควบคุมพรรคพวกที่เหลือจะยังคงทำได้หรือไม่
ในส่วนของฟีเจอร์และระบบต่างๆ ของเกมยังคงคล้ายกับตัวเกมหลัก (FFXV) แต่ใส่ความเป็นเกมออนไลน์เข้ามา เริ่มตั้งแต่การเลือกลักษณะรูปลักษณ์ภายนอกของตัวละคร เลือกถิ่นกำเนิดซึ่งจะส่งผลต่อค่า Stat ของตัวละคร และการติดตั้ง Sigil เพื่อผลพิเศษทั้งในแง่ของ Stat และความสามารถพิเศษ นอกจากนี้การคราฟท์หรือรีโมเดลอาวุธก็เป็นฟีเจอร์หนึ่งที่น่าสนใจ โดยตัวอาวุธในเกมจะมีระดับเลเวลกำหนดไว้ และสามารถนำไอเทมที่ได้จากการปราบศัตรู มาใช้อัพเกรดแทนค่าประสบการณ์ โดยไอเทมแต่ละชนิดที่ใช้อัพก็ส่งผลต่อ Stat ต่างกัน ทั้งบางชิ้นยังมีสกิลพิเศษแถมให้ด้วย  
กราฟฟิค
เสียง
เกมเพลย์
ดีกว่าที่คิด
ตัวเกมมีทั้งส่วนดีและไม่ดี ตัวฟีเจอร์อย่างการอัพเกรดอาวุธกับการติดตั้ง Sigil เป็นสิ่งที่อยากให้เอาไปใช้ในภาคหลักเหลือเกิน ขณะที่เกมเพลย์ที่ต้องล่ามอนสเตอร์ซ้ำไปซ้ำมาคือ จุดด้อยที่สร้างความเบื่อหน่าย แต่โดยรวมแล้ว ออกมาดีกว่าที่คิดไว้ และเนื้อเรื่องในโลกหลังการล่มสลายดูมีความเป็นแฟนตาซีและน่าค้นหาติดตามกว่าขับรถเล่นชมวิวกินลมเพื่อไปแต่งงานมากนัก!?

User Rating:

3.8/5
(1 votes)

 

 

About The Author

Related posts