[Review] Dead Rising 4


[Review] Dead Rising 4 Reviewed byNaima on . โดยรวมแล้ว เดด ไรซิ่ง 4 ยังคงดีพอสำหรับแฟนๆ ที่จะเล่นเพื่อรู้เนื้อเรื่องต่อ โดยเฉพาะการมุ่งไปสู่จุดที่เรียกว่าเป็นแกนเรื่องหลักของเกม เพียงแต่ว่าองค์ประกอบต่างๆ ควรเน้นให้ผู้เล่นได้สนุกแบบเดิมๆ มากกว่า เพิ่มเติมซะเยอะจนเหมือนยัดเยียดแบบนี้ อีกอย่างคืออารมณ์ของตัวละครตอนคุย ไม่รู้สึกอินเหมือนภาค 3 เลย ดูแข็งๆ อย่างไรก็ไม่รู้ บอกไม่ถูก ทั้งๆ ที่กราฟฟิคดีกว่าภาค 3 แต่ให้อารมณ์ไม่ดีเท่า เรียกว่าถ้าไม่ใช่แฟนจริงๆ อาจจะเล่นแล้วเสียอารมณ์ได้ (ฮา) จริงๆ แล้ว เดดไรซิ่ง ตั้งแต่ภาคแรกเป็นเกมตะลุยซอมบี้ที่เน้นการลุยแหลกแบบที่จะเล่นให้คิดมาก หรือไม่คิดมากก็สามารถทำได้ ทั้งลุยโดยไม่สนใจคน หรือจะสนใจคนโดยไม่เน้นลุย มาจนถึงภาค 3 แม้ว่าตัวเกมจะเปลี่ยนแปลงไปลุยนอกสถานที่แบบกว้างๆ อารมณ์เกมอาจจะเปลี่ยนไปเพราะไม่มีโอเปอเรเตอร์ แต่การลุยแหลกก็ยังคงอยู่ ทว่าภาค 4 ที่กลับไปอยู่ในอาคารแคบๆ กลับให้อารมณ์แตกต่างไปจากเดิมมาก [gap height="15"] เริ่มแรก การดำเนินเรื่องที่ดูจะสร้างเนื้อหาให้เพิ่มขึ้น ใครที่ชอบมิติของเกมที่ผูกเนื้อเรื่อง สิ่งนี้น่าจะดี เพราะการดำเนินเรื่องและการเชื่อมต่อเรื่องดูจะทำได้ดีกว่าภาคก่อนๆ อย่างไรก็ตาม มันทำให้บรรยากาศเกมที่ดูบ้าๆ หายไปเยอะ แถมยังยัดเยียดการถ่ายรูปเข้ามาโดยเราสามารถใช้กล้องไขปริศนา มีทั้งไนท์วิชั่น ทั้งสแกนโหมด (นี่มันกล้องอะไร) เลยทำให้การถ่ายรูปไม่สนุกเหมือนภาคแรก แถมยังดูวุ่นวายมากๆ [gap height="15"] ส่วนของการต่อสู้ มีการแบ่งช่องเก็บอาวุธชัดเจน สามารถกดสลับเปลี่ยนอาวุธได้ แต่พอเปลี่ยนวิธีวิ่งไปเป็น RB ทำให้รู้สึกประหลาดๆ การคอนโทรลอื่นๆ ก็ยุ่งยากกว่าเดิม เช่นการเปลี่ยนอาวุธในแต่ละประเภทต้องใช้ปุ่มกากบาทผสมกับแกนอนาล๊อคขวา หรือการใช้ไอเทม รวมถึงทิ้งอาวุธก็ต้องกดกากบาทวุ่นวายกว่าเก่า ในขณะที่การโจมตีก็เน้นแต่ความโหดกับแอ็คชั่นซาดิสก์ [gap height="15"] ส่วนของกราฟฟิค ต้องบอกว่าทำออกมาไม่ดีสักเท่าไหร่ สวยขึ้นแต่กลับทำให้เกมดูแข็งๆ อารมณ์ในภาค 3 ยังอินกว่าภาคนี้ ที่เหมือนจะพยายามกลับไปตลกๆ เหมือนภาคแรกกับภาคสอง แต่ไม่รู้สึกแบบนั้นเลย Rating: 3.65

สงครามกับซอมบี้ที่เปลี่ยนแนวทางการเล่น

จริงๆ แล้ว เดดไรซิ่ง ตั้งแต่ภาคแรกเป็นเกมตะลุยซอมบี้ที่เน้นการลุยแหลกแบบที่จะเล่นให้คิดมาก หรือไม่คิดมากก็สามารถทำได้ ทั้งลุยโดยไม่สนใจคน หรือจะสนใจคนโดยไม่เน้นลุย มาจนถึงภาค 3 แม้ว่าตัวเกมจะเปลี่ยนแปลงไปลุยนอกสถานที่แบบกว้างๆ อารมณ์เกมอาจจะเปลี่ยนไปเพราะไม่มีโอเปอเรเตอร์ แต่การลุยแหลกก็ยังคงอยู่ ทว่าภาค 4 ที่กลับไปอยู่ในอาคารแคบๆ กลับให้อารมณ์แตกต่างไปจากเดิมมาก
เริ่มแรก การดำเนินเรื่องที่ดูจะสร้างเนื้อหาให้เพิ่มขึ้น ใครที่ชอบมิติของเกมที่ผูกเนื้อเรื่อง สิ่งนี้น่าจะดี เพราะการดำเนินเรื่องและการเชื่อมต่อเรื่องดูจะทำได้ดีกว่าภาคก่อนๆ อย่างไรก็ตาม มันทำให้บรรยากาศเกมที่ดูบ้าๆ หายไปเยอะ แถมยังยัดเยียดการถ่ายรูปเข้ามาโดยเราสามารถใช้กล้องไขปริศนา มีทั้งไนท์วิชั่น ทั้งสแกนโหมด (นี่มันกล้องอะไร) เลยทำให้การถ่ายรูปไม่สนุกเหมือนภาคแรก แถมยังดูวุ่นวายมากๆ
ส่วนของการต่อสู้ มีการแบ่งช่องเก็บอาวุธชัดเจน สามารถกดสลับเปลี่ยนอาวุธได้ แต่พอเปลี่ยนวิธีวิ่งไปเป็น RB ทำให้รู้สึกประหลาดๆ การคอนโทรลอื่นๆ ก็ยุ่งยากกว่าเดิม เช่นการเปลี่ยนอาวุธในแต่ละประเภทต้องใช้ปุ่มกากบาทผสมกับแกนอนาล๊อคขวา หรือการใช้ไอเทม รวมถึงทิ้งอาวุธก็ต้องกดกากบาทวุ่นวายกว่าเก่า ในขณะที่การโจมตีก็เน้นแต่ความโหดกับแอ็คชั่นซาดิสก์
ส่วนของกราฟฟิค ต้องบอกว่าทำออกมาไม่ดีสักเท่าไหร่ สวยขึ้นแต่กลับทำให้เกมดูแข็งๆ อารมณ์ในภาค 3 ยังอินกว่าภาคนี้ ที่เหมือนจะพยายามกลับไปตลกๆ เหมือนภาคแรกกับภาคสอง แต่ไม่รู้สึกแบบนั้นเลย
Graphic
เสียง
Game Play
โดยรวมแล้ว เดด ไรซิ่ง 4 ยังคงดีพอสำหรับแฟนๆ ที่จะเล่นเพื่อรู้เนื้อเรื่องต่อ โดยเฉพาะการมุ่งไปสู่จุดที่เรียกว่าเป็นแกนเรื่องหลักของเกม เพียงแต่ว่าองค์ประกอบต่างๆ ควรเน้นให้ผู้เล่นได้สนุกแบบเดิมๆ มากกว่า เพิ่มเติมซะเยอะจนเหมือนยัดเยียดแบบนี้ อีกอย่างคืออารมณ์ของตัวละครตอนคุย ไม่รู้สึกอินเหมือนภาค 3 เลย ดูแข็งๆ อย่างไรก็ไม่รู้ บอกไม่ถูก ทั้งๆ ที่กราฟฟิคดีกว่าภาค 3 แต่ให้อารมณ์ไม่ดีเท่า เรียกว่าถ้าไม่ใช่แฟนจริงๆ อาจจะเล่นแล้วเสียอารมณ์ได้ (ฮา)

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *