[Review] Crysis remastered trilogy สุดยอดของความคุ้ม

Crysis remastered trilogy

  • Platform: PS5, PS4, XlS, X1, NS, PC
  • Genre: FPS
  • Developer: Electronic Art, Crytek Studios
  • Publisher: Electronic Art
  • Release Date: 15 October 2021

กราฟฟิคสุดยอดคือ Crysis

CryTek ได้เคยสร้างความฮือฮาสุด ๆ ในปี 2007 ด้วยการเปิดตัวเกม Crysis บนเอนจิ้นที่มีประสิทธิภาพสูงสุดของพวกเขา CryEngine ซึ่งตอนเปิดตัวก็ทำให้ฮือฮาด้วยการแสดงภาพที่สุดยอด ในยุคนั้นการแสดงภาพในระดับ 720p 30 fps เป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก

อย่างไรก็ตาม Crysis ที่ได้คะแนนรีวิวสูงมาก และเป็นเกมที่มียอดขายสูงติดอันดับเกม PC ที่ขายดีที่สุดโดยถึงปี 2010 เกมถูกขายออกไปถึง 3 ล้านชุด   

3 ภาค ที่ต่อเนื่องและค่อย ๆ ร้อนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ

Crysis นั้น ออกมาทั้งหมด 3 ภาค ภาคแรกในเดือนพฤศจิกายน 2007 ภาคที่ 2 ในปี 2011 และภาคที่ 3 ในปี 2013 ทั้งหมดนั้นมีเนื้อเรื่องต่อเนื่องกัน โดยภาคแรกเป้นการต่อสู้ของกองทัพอเมริกา ตัวเอกคือ Jakle Dunn ซึ่งสวมชุดเกราะที่ถูกเรียกว่า Nanosuit โดยต่อสู้กับฝ่ายเกาหลีเหนือและบางสิ่งที่ซ่อนอยู่เบื้องหลัง หลังจากนั้นในภาค 2 เราเล่นเป็นหนึ่งในหน่วยรบทางทะเลที่มีชื่อว่า Alcatraz ซึ่งเขาได้รับชุด Nanosuit 2 จากหน่วยเดลต้าฟอร์ซ Laurence “Prophet” Barnes หลังจากที่มอบชุดให้กับ Alcatraz แล้วเข่าก็ยิงตัวตาย เพื่อให้เราสามารถควบคุมนาโนซุตได้ ก่อนที่เราจะต้องรบต่อสู้กับพวกเอเลี่ยนต่อ ในฐานะ Prophet ท้ายสุด Crysis 3 หลังจากเราถล่มบอสใหญ่ในรัสเซียแล้ว เราก็ถูก Cell จับแช่แข็งปิดระบบ พร้อมกับส่งไปนิวยอร์ค แต่ว่ากลับถูกชิงตัวมา และนั่นทำให้เราพบว่า ความจริงที่ปรากฏ CELL คือหน่วยงานที่เราต้องต่อสู้และกำจัดมันอีกครั้งในภาค 3 นี้

ลื่นไหล และงดงาม

จากที่เล่นมาแล้วทั้ง 3 ภาคทั้งเก่าและใหม่ ต้องบอกว่า นี่คือความสมบุรณ์แบบของ Crysis โดยเฉพาะภาค 3 ที่สุดยอดมาก ๆ ทั้งภาพ ทั้งกราฟฟิค การเล่นผ่าน XlS พร้อมการแสดงภาพบนจอที่อาจจะไม่สุด ๆ แต่ก็เป็นตัว TOP อย่าง LGC9 ก็ทำให้เราได้เห็นศักยภาพที่สุดยอดของเอนจิ้นนี้ ภาพการเคลื่อนไหว แสงสว่างที่งดงาม การเคลื่อนที่ที่ไม่ติดขัดและการเรนเดอร์ ที่ไม่มีจุดให้ต้องตำหนิ แม้ว่าภาค 1 กับ ภาค 2 เทคเจอร์จะดูแข็ง ๆ อยู่บ้างแต่ก็ดีขึ้นเยอะ ทว่าภาค 3 นี่สุด ๆ จริง ๆ ครับ

ระบบมาครบและใช้ง่ายขึ้น

ตัวเกมเป็น FPS มุมมองสายตา ยกเว้นแต่เวลามีบางฉากที่เป็นเนื้อเรื่องถึงจะเห็นตัวเราเอง เราสามารถใช้ปุ่ม Y เปลี่ยนอาวุธ ปุ่ม RB หายตัว RT ยิง ปุ่มดันขึ้นเปิดระบบแฮค ดันขึ้นค้าง เปิดระบบวิชั่น ทุกอย่างควบคุมได้ง่าย ๆ ในภาค 3 แต่ก็จะลำบากขึ้นหน่อยในภาค 2 และภาคแรก เนื่องจากระบบเกมในตอนนั้น ไม่ได้เกี่ยวกับประสิทธิภาพเครื่องแต่อย่างใด

ถ้าใครเคยเล่นภาคเก่ามาก่อน อาจจะรำคาญในการใช้งานระบบของนาโนซุท ความช้าและการเคลื่อนไหวที่อาจจะดีแล้ว แต่ก็ยังไม่ทันใจ ขัดใจเล็ก ๆ ทั้งการหมอบ ยิง หายตัว หรือการใช้ระบบแฮค ที่มีผลมาจากประสิทธิภาพของคอมพิวเตอร์ในยุคนั้น มาถึงตอนนี้ ความลื่นไหลในการใช้งาน เดี๋ยวกดหายตัว เดี๋ยวโผล่ ทำให้เราโกงขึ้นมาก (ฮา) เรื่องของการกวาดศัตรูหมดฉากอาจจะยากในยุคนั้น แต่ทำได้ง่ายมากในยุคนี้

คุ้มค่ามาก ๆ ไม่ต้องเป็นแฟน แต่ควรลองเล่น

ต้องบอกว่า 3 ภาคนี้ คุ้มมาก ๆ ในราคานี้ แถมยังดีมากด้วย แนะนำให้เล่นตั้งแต่ภาคแรก ยัน ภาค 3 ให้จบเลยจะดีที่สุด เพราะจะทำให้เข้าใจเนื้อเรื่อง และยังอิ่มเอมกับกราฟฟิคที่สวยงามขึ้น แม้จะเป็นภาคแรกหรือภาค 2 ที่อาจจะไม่ได้งดงามสุด  แต่การเปลียนแปลงของเครื่องก็ทำให้ภาพในเกมสวยงามขึ้นมากแล้วครับ เอนจิ้นเขาดี และเครื่องก็ดีด้วยจริง ๆ (ฮา) แนะนำให้จัดครับผม

  • เกมเพลย์ 18
  • กราฟฟิค 10
  • เสียง 9

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *