[Preview] Xenoblade Chronicles 2

Xenoblade Chronicles 2


Platform : Nintendo Switch

Genre : RPG

Publisher : Nintendo

Release Date : 1 December 2017 (World Wide)


นินเทนโดสวิตช์อาจยังไม่มี ไฟนอลฯ หรือดราก้อนเควสท์ (ณ เวลานี้) เหมือนอย่างคอนโซลอื่น แต่ก็คงไม่ใช่ปัญหาที่จะมาฉุดรั้งไม่ให้นินเทนโดสวิตช์บินสูง เพราะนินเทนโดยังมีทีม Monolith Soft ที่ยืนหยัดเคียงคู่กันมาอย่างเหนียวแน่น คอยป้อนเกมเอ๊กซ์คลูซีฟอย่าง Xenoblade ให้ตลอด แม้ชือเสียงความดังของเกมอาจสู้ขาใหญ่ไม่ได้ แต่คุณภาพก็ไม่ได้ด้อยไปกว่ากันมากนัก บางทีอาจดีกว่าด้วยซ้ำ!!

 

จุดเริ่มต้นจักรวาลเซโน

จักรวาลเซโนเกิดจากไอเดียของคุณทาคาฮาชิ โดยเริ่มต้นจากเซโนเกียร์  (Xenogears) ต่อด้วยเซโนซาก้า 1-3 (Xenosaga) ซึ่งทั้งสองซีรี่ย์นี้มีการเชื่อมโยงกันในทางคอนเซป์ กล่าวคือ แรกเริ่มนั้นซีรี่ย์ชุดเซโนตั้งใจให้มีด้วยกันทั้งหมด 6 เอพพิโซดด้วยกัน ซึ่งเซโนเกียร์คือ ตอนที่ 5 (พล็อตเดิมตั้งใจให้เป็นเนื้อเรื่องของไฟนอลฯ 7)แต่ด้วยเหตุผลทางธุรกิจจึงทำให้ความฝันถูกพับเก็บไว้ ทีมงานเลยลาออกมาตั้งบริษัทใหม่ ซึ่งก็คือ Monolith และพัฒนาเกมเซโนซาก้าออกมา 3 เอพพิโซด โดยนำไอเดียเดิมที่คิดไว้ตอนแรกมาปรับ แต่ท้ายที่สุดก็สร้างได้ไม่ครบทั้ง 6 ตอนตามที่ตั้งใจไว้ และถือเป็นการปิดม่ายซีรี่ย์เซโนฉบับดั้งเดิมลงไป

หลังจากนั้นทาง Monolith ก็ได้เริ่มต้นซีรี่ย์เซโนใหม่อีกครั้งภายใต้ชื่อ เซโนเบลด (Xenoblade ; เป็นชื่อในเวอร์ชั่นญี่ปุ่น แต่ถ้าเป็นเวอร์ชั่นโซนอื่นจะมีคำว่า โครนิเคิล ต่อท้ายชื่อ) พร้อมกับวางโครงสร้างและสไตล์เกมใหม่ให้แตกต่างออกไปจากเดิม โดยปรับเปลี่ยนรูปแบบเกมเสียใหม่ให้ออกมาเป็นโอเพ่นเวิร์ล เน้นการออกสำรวจมากกว่าเรื่องพล็อต ซึ่งก็ได้รับผลตอบรับที่ดีทีเดียว จนต้องมาภาคต่อออกมาได้แก่ เซโนเบลด X กับเซโนเบลด 2 ทว่าเนื้อเรื่องในชุดซีรี่ย์เซโนเบลดนี้ไม่ได้มีความเกี่ยวข้องกันแต่อย่างใด (แม้ว่าภาคแรกกับภาคสองจะมียักษ์เข้ามาเกี่ยวข้องเหมือนกันก็ตาม)


 

เนื้อเรื่อง

เหตุการณ์ในเซโนเบลด 2 กล่าวถึง โลก Alrest ที่ถูกปกคลุมไปด้วยทะเลเมฆ โดยมียักษ์ (Titans) ใช้ชีวิตอยู่ท่ามกลางทะเลเมฆนี้ อย่างไรก็ตามเหล่ายักษ์พวกนี้กำลัเดินหน้ามุ่งสู่ความตาย พร้อมกับการล่มสลายของโลก นักเสี่ยงโชคตัวน้อยชื่อว่า เร๊ก กับอาวุธมีชีวิตชื่อ Pyra จึงได้ลุกขึ้นสู้เพื่อไขปริศนาในอดีตของโลก และเดินทางมุ่งหน้าค้นหา Elysium ที่กล่าวกันว่าเป็นสวรรค์ในตำนาน อันจะช่วยให้มนุษยชาติพ้นภัย

 


 

 

ยักษ์ (Titans)

สิ่งมีชีวิตขนาดมหึมาที่มีชีวิตอยู่บนโลก และเป็นสถานที่สำหรับบรรดาสิ่งมีชีวิตอื่นๆ ใช้หลังหรือภายในร่างกายของพวกยักษ์เป็นที่พักอาศัย จนเกิดเป็นอารยธรรมหรือประเทศขึ้นมา และยักษ์แต่ละตนล้วนแล้วแต่มีความพิเศษเฉพาะตัว ไม่ว่าจะเป็นเมือง สิ่งมีชีวิต สภาพอากาศหรือแม้แต่ระบบนิเวศ พูดง่ายๆ ว่า ยักษ์แต่ละตัวก็เหมือนดินแดนๆ หนึ่งนั่นเอง และยักษ์ในเกมมีด้วยกันทั้งหมด 8 ตัว  ได้แก่

 

Imperital Province of Gormott

บ้านเกิดของชาว Gormotti  ซึ่งมีการตั้งถิ่นฐานกันอยู่ที่เมือง Torigoth สภาพบรรยากาศเต็มไปด้วยที่ราบและป่า และพื้นที่บางแห่งสามารถเข้าถึงได้โดยอาศัยการเคลื่อนตัวของทะเลเมฆ ดินแดนนี้อยู่ใต้การควบคุมดูแลของ Mor Ardain

 

The Kingdom of Uraya

ผู้คนที่นี่อาศัยอยู่ในส่วนท้องของยักษ๋ นั่นจึงเป็นเหตุให้แสงสว่างมีน้อย ดินแดน Uraya จึงเปรียบเหมือนกับถ้ำ ต้องอาศัยแสงจากพืชช่วยในการส่องทาง

 

The Empire of Mor Ardain

ในอดีต ยักษ์ตนนี้มีสภาพกันดารที่สุดในบรรดายักษ์ทั้งหมด  แทบจะไร้พืชพันธุ์ใดๆ เลยก็ว่าได้ ด้วยเหตุนี้เองทางจักรวรรดิ์จึงใช้เทคโนโลยีขยายพื้นที่อาณาเขตเพื่อกวาดเอาทรัพยากรมาใช้

 

The Argentum Trade Guild

ศูนย์กลางการค้าที่เต็มไปด้วยผู้คนต่างเผ่ามากมาย คนส่วนใหญ่ของที่นี่คือ เผ่า Nopon นอกจากนี้ที่นี่ยังไม่ได้รับผลกระทบจากทะเลเมฆ และยักษ์ตนนี้ก็มีใหญ่เพียงพอที่จะยึดจับเมืองของมนุษย์ไว้ได้เท่านั้น และที่สำคัญ โดยปกติแล้วที่นี่ไม่มีสัตว์ให้เห็น

 

The Indoline Praetorium

สถานที่เก็บรักษา เบลด บนโลก Alrest และมี Praetor เป็นผู้ปกครองผู้คนบนยักษ์ มีผู้คนจำนวนมากที่อพยพหนีจากยักษ์ที่กำลังจะตายและสงครามมาอยู่ที่นี่

 

The Leftherian Archipelago

ดินแดนบ้านเกิดของเร๊กที่หมู่บ้านฟอนเซ็ท ที่นี่มีสภาพคล้ายกับเกาะเล็กๆ หลายเกาะรวมกัน และมีสะพานรวมถึงอุโมงค์เชื่อมต่อเกาะเล็กๆ เหล่านี้เข้าด้วยกัน

 

Temperantia

เขตปลอดทหารระหว่าง Uraya กับ Mor Ardain โดยทั้งสองฝ่ายต่างก็มีป้อมปราการตั้งอยู่ และทางฝ่าย Mor Ardain ยังได้ทำการขุดเจาะหาสิ่งเรียกว่า Judicium อยู่ในพื้นที่นี้

 

The Kingdom of Tantal

ที่ตั้งของรัฐ Tantal ซึ่งเป็นรัฐปิดมีการปกครองเข้มงวด และตั้งอยู่โดดเดี่ยว เป็นเหตุให้ผู้คนบนโลกรู้จักที่นี่น้อยมาก นอกจากนี้ยักษ์เกนบุยังมีส่วนคล้ายกับ Uraya ตรงที่แหวกว่ายอยู่ใต้ทะเลเมฆ สิ่งมีชีวิตทุกชนิดจึงอาศัยอยู่ภายในตัว ทั้งสภาพอากาศที่นี่ก็หนาวเย็นกว่าที่อื่นๆ และเป็นยักษ์ตนเดียวที่จะพบเห็นได้เมื่อหิมะตก

 


 

 

ตัวละคร

เร๊ก (Rex)

ตัวเอกของเรื่อง ใช้ชีวิตเป็นนักเสี่ยงโชคขุดหาสมบัติจากทะเลเมฆ พักอาศัยอยู่บนหลังของยักษ์ที่เร๊กเรียกว่า Gramps และเมื่อเจ้าตัวได้พบกับ Pyra โลกของเขาก็ได้เปลี่ยนแปลงไป

 

พิร่า (Pyra ; เวอร์ชั่นญี่ปุ่นใช้ชื่อ โฮมูระ )

คู่หูของเร๊ก และเป็น เบลด หรือผู้ควบคุมพลังแห่งไฟ เธอมีเป้าหมายอยู่ที่สวรงสวรรค์เช่นเดียวกันกับเร๊ก

หมายเหตุ : เบลด (Blade) คือ อาวุธที่มีชีวิตที่เชื่อมกับไดรเวอร์ (Driver) โดยจะมอบอาวุธและพลังให้แก่ไดรเวอร์ในรูปแบบที่แตกต่างกันออกไป

 

เนีย / โดรมาร์ช (Nia / Dormarch)

เนียเป็นไดรเวอร์ (Driver) และมีคู่หูเป็นเบลดรูปร่างคล้ายแมวชื่อโดรมาร์ช

 

โทระ / ป๊อปปิ (Tora / Poppi)

โทระเป็นนักประดิษฐ์เผ่านโนปอนผู้ฝันอยากเป็นไดรเวอร์ ถึงขนาดสร้างเบลดของตัวเองขึ้นมา และให้ชื่อว่า ป๊อปปิ

 

มารอส (Malos)

รองผู้บัญชาการของ Torna และเป็นคู่ต่อสู้ที่อันตราย

 


 

 

ระบบเกม

เซโนเบลด 2 ยังคงใช้ระบบเกมเพลย์แบบโอเพ่นเวิร์ลเหมือนกับภาคแรก และระบบต่อสู้แบบเรียลไทม์มีการใช้อาร์ทหรือพลังพิเศษเพื่อช่วยในการต่อสู้ รวมถึงมีระบบความสัมพันธ์และการอัพเกรดสกิล

 

รูปแบบของอาร์ท (Arts)

อาร์ทเกิดจากการที่เบลดมอบพลังให้แก่ไดรเวอร์เพื่อใช้ในการต่อสู้ ซึ่งจะออกมาในรูปของอาร์ท และแบ่งออกได้เป็นสองแบบคือ

  • Regular Arts

อาร์ทแบบธรรมดา โดยเมื่อไดรเวอร์โจมตีศัตรูด้วยอาวุธ อาร์ทของพวกจะเพิ่มพลังขึ้น และใช้ในการสร้างความเสียหาย หรือผลพิเศษอื่นๆ

  • Special Arts & Combo

อาร์ทแบบพิเศษ โดยเมื่อใช้อาร์ทจะเป็นการชาร์จสเปเชี่ยลอาร์ทของเบลด ซึ่งอาร์ทพิเศษนี้เป็นการโจมตีที่ทรงพลังและมีสี่ระดับด้วยกัน ยิ่งไปกว่านั้นสามารถทำการเชนการโจมตีเหล่านี้ได้ เพื่อสร้างความเสียหายรุนแรงยิ่งขึ้น!

 

การพัฒนาไดรเวอร์

ไดรเวอร์จะปลดล็อคสกิลใหม่ๆ ด้วยสิ่งที่เรียกว่า Affinity Chart โดยใช้ค่าประสบการ์ที่ได้รับจากการต่อสู้มาใช้

การอัพเกรดเบลด

เบลดจะทำการปลดล็อคสกิลใหม่ได้ด้วยการทำบางอย่างให้สำเร็จเสียก่อน และหากความสัมพันธ์ระหว่างเบลดกับไดรเวอร์ยิ่งมากก็ยิ่งสามารถเข้าถึงสกิลได้มากตามไปด้วย

ขณะเดียวกัน การพัฒนาอาวุธของเบลดต้องใช้ Core Chips และสวม Aux Cores เพื่อทำการเพิ่มค่าสเตตัสได้เช่นกัน

 

ส่งเบลดไปรับจ้าง

เมื่อเล่นเกมไปถึงจุดหนึ่ง จะได้อบิลิตี้ที่ส่งเบลดให้ออกไปทำภารกิจพิเศษ ซึ่งหากทำสำเร็จก็จะได้ค่าประสบการณ์และของตอบแทนกลับคืนมา รวมถึงการปลดล็อคภารกิจที่ยากขึ้นไปด้วย

 

ค้นหาทรัพยากร

ไอเทมพิเศษอย่างเครื่องประดับหรือ Aux Cores ไม่ได้ได้มาง่ายๆ นอกจากซื้อจากร้านแล้ว ยังสามารถคราฟท์ขึ้นมาเองได้ โดยใช้วัตถุดิบที่เก็บรวบรวมมาในระหว่างการเดินทาง

 

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *