Pay for Next Gen ราคาที่ต้องจ่าย เมื่อซื้อเครื่องเกมรุ่นใหม่

Pay for Next Gen แพงไม่ว่าข้าขอเปย์

คราวก่อน เราพูดถึงเรื่อง ราคาที่ต้องจ่าย TV กันไปแล้วนะครับ หลายคนก็ยังอาจจะบอกว่า ไม่จำเป็นต้อง 4K เราก็เล่นได้ งั้นก็คงไม่มีปัญหาอะไร

ดังนั้นการที่ซื้อเครืองเจนเนอเรชั่นใหม่ แล้วมาเล่นบน TV ที่ไม่มี 4K HDR ซึ่งแน่นอนว่าสิ่งที่ได้ก็จะดรอบลงกว่าเดิม มันก็เหมือนกับคุณซื้อ บลูเรย์ดิสก์ เพื่อเอาแผ่น CD ใส่เข้าไปแล้วภาพมันไม่ออกมาเป็น Full HD แล้วก็บ่นว่ามันไม่คมนั่นแหละ (ฮา) แต่ถ้าพอใจก็แล้วไป

ทว่าคราวนี้แตกต่างไปครับ หลายคนอาจจะเลือกวิธีประหยัด บ้านเราอาจจะน้อยหน่อย ที่คิดจะเลือก Xbox Series S แต่ในอเมริกา มีคนสนใจค่อนข้างมาก เพราะราคาที่ถูกถึง 299 เหรียญ และอย่างที่ว่า ทีวีไม่ 4K ก็ไม่เห็นเป็นไร

ทีนี้กลับมีคนมาบอกว่า คิดให้ดีนะ จ่ายเงินซื้อ Xbox Series S 299 เหรียญ คุณอาจไม่คุ้มเท่ากับเสียเงินไปซื้อ Xbox Series X ไปเลย อ้าวทำไมกันล่ะ

ขนาดความจุในเครื่องคือปัญหา

Engadget เป็นผู้เปิดประเด็นนี้ครับ พวกเขามองว่า ปัญหาหลัก ๆ ของเครื่องเนกซ์เจนทั้งหมดที่ออกมา คือการที่มี Harddisk ขนาดไม่มากพอ โดยขนาดสูงสุดของ Next Gen ทั้ง 4 เครื่อง PS5 PS5Digital XSX XSS ที่มีขนาดหน่วยความจำภายในเครื่องหรือ SSD สูงสุดคือ Xbox Series X คือ 1 TB เท่านั้น

1 TB ก็เท่ากับเทียบเท่าเครื่องอย่าง PS4 Pro หรือ X1X เท่านั้นเอง มันไม่ได้ใหญ่เท่าไหร่เลย

ในขณะที่ขนาดเกมมีแต่จะใหญ่ขึ้นเรื่อย ๆ ไม่ว่าจะเป็น Call of Duty: Modern Warfare ซึ่งขนาดแบบดิจิตอล คือ 185 GB หรือ Cyberpunk 2077 มีขนาด 88 GB

ลงสองเกมนี้ก็ปาไป 273 GB ไปแล้วนะครับ แล้ว 512 GB ของ XSS จะเหลืออะไร เกินครึ่งเข้าไปแล้ว ในขณะที่ PS5 ทั้งสองรุ่น คือ 825 GB เจอสองเกมนี้ก็กินไปมากกว่า 1/3

ใครจะบอกว่า เราไม่เล่นหรอกเกมใหญ่ ๆ พวกนี้ มาดูเกมสุดรักของชาวเพลย์สเตชั่นอย่าง ไฟนอล แฟนตาซี 7 รีเมค กันบ้าง พื้นที่ใช้งานของ FF7 รีเมค  IGN ประมาณคร่าว ๆ ที่ 100 GB เท่านั้นเอง

ง่าย ๆ ก็คือ PS5 ใส่เกมระดับ FF7 ได้ประมาณ 8 เกมนะครับ ถ้าเกมอื่นที่เล็กกว่าก็อาจจะได้ 10 – 15 เกม แน่นอนว่าเราลบทิ้งได้ แต่ถ้าคุณต้องเล่นไป ลบไป ลงใหม่ อยากกลับมาเล่นเกมเก่าก็ต้องลงใหม่ เผลอ ๆ มีโหลดอัพเดทกันอีกรอบสองรอบ งานนี้กว่าจะได้เล่นหายอยากกันพอดี

สุดท้ายต้อง Pay เพื่อซื้อ SSD เพิ่ม

ฉะนั้นแม้จะแจกแถมเกมมากขนาดไหนยังไง ถ้าไม่มีที่ลงก็ไม่มีประโยชน์ ไมโครซอฟท์ จะมีเกมฟรีใน Xbox Games Pass ถึง 150 เกม แต่ถ้ามันลงเล่นบน XSS ได้แค่ 5 เกม หรือถ้าเก็บเล็กหน่อยก็อาจจะได้ 8- 10 เกม แต่จะเล่นเกมอื่นต้องลงใหม่ มันจะไปต่างอะไรกับไม่มี

ดังนั้นการเพิ่มขนาดพื้นที่เก็บ จึงมีความจำเป็นอย่างมาก สำหรับ Next Gen และเดิมทีผมก็เชื่อว่าหลายคนก็มี HDD สำหรับ PS4 หรือ X1 กันอยู่แล้ว ผมเองก็มี HDD 3TB สองตัวสำหรับสองเครื่อง เหตุผลก็เพื่อให้ลงทิ้งไว้ได้นั่นแหละ

ทว่าปัญหานี้ต่างไปบน PS5 และ XS ทั้งคู่ไม่ได้ใช้ฮาร์ดดิสก์ 5400 รอบ หรือ 7200 รอบ ทั้งคู่ใช้ SSD แบบคัสตอม ซึ่ง PS5 หนักกว่าด้วย SSD ที่ออกแบบพิเศษความเร็ว 5.5 GB/S

ในขณะที่ไมโครซอฟท์เองแม้จะไม่พิเศษเท่า แต่ก็ใช่ย่อย เพราะออกแบบเป็น Custom SSD เฉพาะความเร็ว 2.4 GB/S และช่องต่อขยายก็จะต้องใช้ SSD เฉพาะของ Seagate ด้วย ซึ่งราคาของมันยังไม่ออกมา แต่ข่าวรั่วว่า มันอาจจะราคาสูงถึง 220$ สำหรับ 1TB Seagate SSD ตัวนี้

ส่วน PS5 แม้ว่าช่องต่อขยายจะเป็น M.2 NVMe ซึ่งสามารถใช้ SSD ทั่ว ๆ ไปได้ แต่อย่าพึ่งคิดว่ามันจะได้จริงทั้งหมด เพราะว่าถ้าคุณใช้ SSD ที่ไม่ได้รับรองโดยโซนี่ มันจะทำงานได้แค่เล่นเกม PS4 เท่านั้น แต่ไม่สามารถลงเกม PS5 ได้ Polygon บอกว่า มีแค่ SSD ที่ใช้ PCI Express 4.0 standard ที่ “อาจจะ” ใช้งานกับเกม PS5 ได้

ทีนี้ราคามันเท่าไหร่กันล่ะนี่ Corsair MP600 PCIe 4 1TB ราคาอยู่ที่ประมาณ 189 – 199 เหรียญ ในขณะที่ Gigabyte AORUS 1TB ก็ราคาเท่ากันที่ 189-199 เหรียญ ส่วน Seagate FireCuda 1B อยู่ที่ประมาณ 219$

ดังนั้นด้วยความเป็นจริงที่ต้องยอมรับ ถ้าคุณซื้อ Xbox Series S คุณจะต้องเสียเงิน 299 เหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 6000 บาท พร้อมกับต้องจัด SSD ซีเกทอีก 1 ตัว ประมาณ 220 เหรียญ รวมแล้วคือ 519 เหรียญ หรือประมาณ 15600 บาท เพื่อจะได้พื้นที่เก็บข้อมูล 1512 GB

ในขณะที่ PS5D จะได้พื้นที่เก็บจาก 825 เป็น 1825 GB ก็คือต้องจ่ายเงิน 399 + ประมาณ 189 เหรียญ ก็จะตกที่ 588 เหรียญหรือประมาณ 18000 บาท

บางคนอาจจะบอกว่าเล่นแผ่นดีกว่าละมัง ยังไงเล่นแผ่นก็ต้องมีการลงข้อมูลในเครื่อง แม้ว่าบน PS4 หรือ X1 จะลงข้อมูล “บางส่วน” เพราะการอ่านบน Harddisk ยังไม่เร็วมาก แต่สำหรับ PS5 กับ XSX จะแตกต่างไปมากครับ

ความเร็วในการอ่านข้อมูลของ Blue ray Disk ไม่อาจจะเทียบกับ SSD ที่ทำงานด้วยความเร็วสูง 5.5 GB/S และ 2.4GB/S ไม่มีทางเป็นไปได้เลย

เราสามารถตั้งความหวังไว้กับการ “บีบอัด” ของเกมที่จะลดพื้นที่เก็บได้ จากการที่ SSD ของสองเจ้าสามารถอ่านไฟล์บีบอัดได้ โดย PS5 จะได้เร็วกว่าที่ 9.8 GB/S

ในขณะที่ XSX อยู่ที่ 4.8 GB/S ทว่าต้องไม่ลืมว่า ขนาดเกมของเนกซ์เจน ไม่มีทาง “เล็ก” กว่าเจนเดิมแน่นอน ทำให้การบีบอัดจำเป็นและเชื่อว่าไม่ว่าจะบีบอัดอย่างไร เกม AAA ก็น่าจะมีขนาดประมาณ 100 GB อยู่ดี

ท้ายที่สุด ไม่ว่าจะซื้อเครื่องไหน ดิจิตอล หรือ แผ่น SSD เพิ่มเป็นสิ่งจำเป็นครับ และเราก็ไม่ได้มาขู่เพื่อให้ไม่ต้องไปซื้อเครื่องเกมรุ่นใหม่ แต่เตรียมใจเตรียมสตางค์ไว้ก็ดีครับ เพราะสุดท้ายจะมีหรือไม่ ขึ้นกับใจคุณเองว่า พร้อมเปย์ ให้ เนกซ์เจน แค่ไหนครับ

ที่มาของข่าว

ข่าวอื่น ๆ

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *