[Nioh] เทคนิคพิชิตความยาก

นิโอเป็นเกมที่ขึ้นชื่อในเรื่องของความยากจนอาจทำให้หลายคนรู้สึกท้อใจกับเกมไปแล้วก็ได้ อันที่จริงแล้วต้องยอมรับว่าเกมยากในระดับหนึ่งจริง ทว่าก็ไม่เกินความสามารถของผู้เล่นแน่นอน ซึ่งการเปลี่ยนเกมที่ยากให้ง่ายขึ้นนั้นก็อาจต้องอาศัยหลายๆ ปัจจัย สำหรับนิโอนั้น ต้องเน้นไปที่เกมเพลย์ หากเรียนรู้เทคนิคพื้นฐานการเล่นให้ดี และเลือกใช้ประโยชน์จากสิ่งต่างๆ ได้ก็จะช่วยให้เกมง่ายขึ้น (อีกนิด) ครับ

 

ตั้งท่าให้เหมาะกับสถานการณ์

การตั้งท่าใช้อาวุธเป็นหนึ่งเรื่องสำคัญในหัวใจของการต่อสู้ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ในขณะนั้น โดยพิจารณาจากลักษณะของศัตรูเป็นหลัก ซึ่งการตั้งท่ามีสามแบบด้วยกันและแต่ละท่ามีข้อดีข้อด้อยอย่างไรบ้าง

  1. ตั้งท่าสูง กด R1 พร้อมปุ่มสามเหลี่ยม เป็นการยกอาวุธขึ้นสูงเหนือหรือระดับศรีษะ มีข้อดีคือ โจมตีได้แรงกว่าปกติ แต่การป้องกันต่ำ ทั้งยังลดค่า Ki เยอะด้วย เหมาะกับเวลาที่ต้องสู้กับบอส หรือศัตรูที่ถึกๆ
  2. ตั้งท่าระดับอก กด R1 พร้อมปุ่มสี่เหลี่ยม เป็นท่าตั้งระดับพื้นฐาน มีความสมดุลย์ทั้งความแรงและความเร็ว เหมาะกับสถานการณ์ทั่วไป
  3. ตั้งท่าระดับเอว กด R1 พร้อมปุ่มกากบาท เป็นการลดอาวุธลงในระดับเอวหรือต่ำกว่านั้น เน้นการโจมตีต่อเนื่องด้วยความเร็วและเสียค่า Ki น้อย แต่ความแรงก็ตกลง เหมาะกับสถานการณ์ที่ต้องเจอกับศัตรูที่มีความว่องไว หรือต้องการเน้นการป้องกันตัว

 

สรุปข้อได้เปรียบเสียเปรียบของการตั้งท่า

ท่าที่ตั้ง

Ki ที่เสียเมื่อโจมตี Ki ที่เสียเมื่อโดนโจมตี บล็อคการป้องกัน Ki ที่เสียเมื่อกลิ้งตัวหลบ

สูง

มาก มาก X มาก
กลาง ปกติ ปกติ O

ปกติ

ต่ำ น้อย น้อย O

น้อย

 

ฟื้นพลัง Ki ด้วย Ki Pulse

Ki เปรียบได้ดั่งค่าความอึด (Stamina) ในเกมดาร์คโซล ซึ่งจะอยู่บริเวณด้านล่างของหลอดพลัง และจะลดลงเมื่อทำแอคชั่นต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นโจมตี หลบ ป้องกัน หรือวิ่ง จึงเป็นอีกหนึ่งค่าพลังที่ควรให้ความสำคัญอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในการต่อสู้ หากว่าค่า Ki หมด ตัวละครไม่ว่าจะเป็นเราหรือศัตรูก็จะหมดแรง ขยับตัวไม่ได้ และเปิดช่องให้ศัตรูเข้ามาเล่นงาน เกิดเป็นความเสียหายรุนแรงกว่าปกติ ต้องรอฟื้นตัวจึงจะกลับมาขยับได้ดังเดิม

ดังนั้นเพื่อป้องกันไม่ให้ Ki หมดไป จึงมีระบบที่เรียกว่า Ki Pulse ขึ้นมา จุดประสงค์ของระบบนี้ก็เพื่อฟื้นพลัง Ki กลับคืนมา โดยเมื่อทำการโจมตีแล้ว หลังจากนั้นจะเกิดประกายแสงเล็กๆ สีฟ้ารอบตัว ให้กด R1 ทำการเรียก Ki กลับคืนมา ทั้งนี้ ระดับที่ Ki ฟื้นกลับคืนมาขึ้นอยู่กับจังหวะการกด หรือให้ดูที่ตัวเกจ Ki เมื่อโจมตีจะลดลงเป็นสีแดง นั่นคือ จำนวนที่ลดลงไป พอหยุดโจมตีเกจสีขาวจะวิ่งขึ้นมาทดแทนช่องสีแดงนั้น นั่นแหละคือ จังหวะที่ทำ Ki Pulse ได้ ซึ่งถ้ากดตรงไหน Ki ก็จะฟื้นกลับมาเท่าตรงจุดนั้น กล่าวคือ ถ้ารีบกดก็คืนกลับมาเล็กน้อย แต่ถ้ารอสักอึดใจให้เกจสีขาวขึ้นมาเกือบเต็มก็จะฟื้น Ki ได้มากกว่า แต่ถ้ากดไม่ทัน เกจช่วงที่เป็นสีแดงจะหายไป เหลือแค่สีเขียวที่เหลืออยู่เท่านั้น อนึ่งเทคนิคนี้ควรฝึกให้คล่องจะช่วยให้ได้เปรียบในการต่อสู้

 

น้ำหนักกับ Ki

กึคล้ายกับดาร์คโซลที่น้ำหนักของชุดเกราะส่งผลต่อการเคลื่อนไหว ในเกมนิโอก็เช่นเดียวกัน น้ำหนักของเกราะส่งผลต่อการเคลื่อนไหว และความเร็วในการสูญเสีย Ki หากน้ำหนักเกินกว่าที่แบกรับไว้ก็ส่งผลต่อการฟื้นตัวของ Ki ด้วยเช่นกัน

 

Ki กับ Yokai Realm

พวกปีศาจในนิโอสามารถสร้างวงอาคมขึ้นมาได้เรียกว่า Yokai Realm ซึ่งหากเข้าไปอยู่ในอาณาเขตที่ว่า การฟื้นตัวของ Ki จะช้าลงอย่างเห็นได้ชัด ทางที่ดีพยายามอย่าเข้าไปในสู้ในอาคมดีที่สุด แต่ถ้าเลี่ยงไม่ได้ก็ต้องหาทางแก้ไขด้วยการทำ Ki Pulse ในเขตอาคมนั้นเพื่อทำการสลายเขตอาคมให้หายไป

 

สุสานเลือด (Bloody Grave)

ในระหว่างการผจญภัย เราอาจจะพบกับสุสานเลือด ซึ่งจะแสดงให้เห็นเราด้วยลำแสงสีแดงจากพื้น เมื่อเข้าไปใกล้ก็จะแสดงข้อมูลของผู้ตายว่า ชื่ออะไร เลเวลเท่าไหร่ และสวมอุปกรณ์อะไรบ้าง (ตามสีระดับความหายาแรร์) รวมถึงเหตุปัจจัยที่นำไปสู่ความตาย หากปลุกขึ้นมาสู้ และได้รับชัยชนะ จะได้ค่า Glory กับอุปกรณ์ของผู้ตายบางชิ้นมาใช้ อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาเปรียบเทียบเลเวลของเรากับอีกฝ่ายก่อน ไม่งั้นเราเองนั่นแหละที่จะตายหากประมาท

ทั้งนี้ สุสานเลือดในการเล่นออฟไลน์จะถูกจำกัดไว้ในบางจุด แต่หากเปิดออนไลน์ จะเห็นสุสานพวกนี้เต็มไปหมด ซึ่งก็มาจากการตายของผู้เล่นคนอื่นๆ นั่นเอง วิธีสังเกตุว่า สุสานไหนเป็นแบบออฟไลน์หรือออนไลน์ ให้ดูที่ชื่อก่อนเลย ถ้าเป็นสีแดงแสดงว่า ออฟไลน์ ถูกกำหนดจุดไว้แล้ว หรือดูที่สาเหตุการตาย หากเป็นออนไลน์จะมีวันเวลาระบุไว้ชัดเจน

 

สีของอุปกรณ์บอกอะไร?

อุปกรณ์ที่ดรอปจากศัตรูจะถูกระบุด้วยสีของตัวอักษรอยู่ราว 4 สี ตามระดับความยากของการดรอป ยิ่งดรอปยากยิ่งมีสเปเชี่ยลเอฟเฟคเยอะ สร้างความได้เปรียบให้แก่เรา โดยสีทั้งสี่ ไล่จากระดับธรรมดา (1) ไปจนถึงแรร์ไอเทม (4) ดังนี้

  1. สีขาว
  2. สีเหลือง
  3. สีฟ้า
  4. สีม่วง

 

ใช้อาวุธที่ถนัดมือ

ในรายชื่ออาวุธที่มี เราจะสังเกตุเห็นช่องคำว่า Familiarity หรือความคุ้นมือ ซึ่งเมื่อสะสมจนเต็มช่องเกจก็จะช่วยเพิ่มพลังโจมตี กับประสิทธิภาพสกิลของอาวุธที่มี โดยมากจำนวนของช่องเกจจะมีจำนวนตามสกิลที่อาวุธนั้นมี เช่น มี 2 สกิลก็จะมี 2 ช่อง เป็นต้น

นอกจากจุดประสงค์ในการเพิ่มประสิทธิภาพของอาวุธแล้ว อาวุธที่ค่านี้เต็มยังสามารถถ่ายโอนสกิลบางอย่าง (ที่มีสัญลักษณ์อยู่ด้านหน้า) ไปยังอาวุธใหม่ด้วย ซึ่งเป็นเรื่องของการตีอาวุธ อันจะอธิบายต่อไป และประโยชน์ข้อสุดท้าย อาวุธที่มีความถนัดมือเต็มเปี่ยมจะขายได้ราคาดีกว่า

 

ตีอาวุธให้ติดบวก

หลังจากที่เคลียมิชชั่น Isle of Demons สำเร็จ เกมจะนำมายังฉากแผนที่ ซึ่งให้เลือกไปยัง Starting Point เพื่อเข้าสู่เมนูย่อย ซึ่งหนึ่งในนั้นมีหัวข้อชื่อ Blacksmith เป็นการเข้าไปสู่การตีอาวุธหรืออุปกรณ์ต่างๆ รวมไปถึงซื้อขายได้ด้วย ซึ่งแบ่งได้ออกเป็นหัวข้อต่อไปนี้

  1. Buy and Sell

หัวข้อนี้คิดว่า คงคุ้นเคยกันดี ขอข้ามไปครับ

  1. Forge

หัวข้อนี้เป็นการตีอุปกรณ์ใหม่ขึ้นมา โดยอาศัยวัตถุดิบ (Material) ที่มีอยู่ ซึ่งของที่ได้จะมีโอกาสติดแรร์ได้ตามวัตถุดิบที่เลือกใช้ กล่าวคือ หากใช้วัตถุดิบที่หายาก (ตามสี) ก็จะยิ่งเพิ่มโอกาสติดแรร์มากขึ้น

  1. Soul Match

หัวข้อนี้เป็นการเพิ่มประสิทธิภาพของอุปกรณ์ โดยใช้อุปกรณ์ของสองชิ้นมาตีบวกเพื่อเพิ่มเลเวล หลักการตีบวกมีอยู่ว่า ไอเทมที่เป็นวัตถุดิบ (Material) ควรมีเลเวลมากกว่าไอเทมที่เป็น Base หาไม่แล้วตีไปก็เลเวลไม่ขึ้น

ข้อสำคัญอีกอย่างหนึ่ง ในส่วนของการตีบวก หากว่า อาวุธนั้นมีค่าความคุ้นมือ (Familiarity) เต็ม มีผลให้สกิลบางอย่างที่มีสัญลักษณ์อยู่ด้านหน้าชื่อจะถูกส่งผ่านไปยังอาวุธที่ตีบวกใชออกมาด้วย (สกิลที่ถูกถ่ายทอดต้องมาจากอาวุธที่เป็นวัตถุดิบ)

  1. Refashion

หัวข้อนี้สำหรับการเปลี่ยนหน้าตาภายนอกของอุปกรณ์ให้เป็นตามที่ต้องการ

  1. Hair

ณ ตอนนี้ยังไม่มีการปลดล็อคครับ ขอข้ามไป

  1. Reforge

ข้อนี้เป็นการเปลี่ยนสกิลของอุปกรณ์ จำเป็นต้องใช้วัตถุดิบ และสกิลที่ได้รับใหม่จะมาแบบแรนด้อม เอาแน่นอนไม่ได้ จึงควรพิจารณาให้ดีก่อนทำ

  1. Disassemble

เป็นการเอาอุปกรณ์มาเปลี่ยนให้กลายเป็นวัตถุดิบ ของที่ได้ขึ้นกับสีของอุปกรณ์ที่เลือก

 

ใช้วิชานินจากับคาถาอาคมให้เป็น

สองอย่างนี้เปรียบเหมือนเวทมนตร์ขาวกับดำในเกมอาร์พีจี โดยที่วิชานินจาจะเป็นมนต์ดำที่สร้างความผิดปกติทางสเตตัสให้แก่ศัตรู เช่น ติดพิษ ชา หรืออื่นๆ ส่วนคาถาออนเมียวเปรียบเหมือนมนต์ขาวที่ทำหน้าที่เป็นบัฟหรือดีบัฟ อาทิเช่น ลดพลังโจมตีหรือพลังป้องกัน หรืออื่นๆ เป็นต้น ควรเลือกใช้ให้เหมาะกับสถานการณ์ย่อมสะสช่วยสร้างความแตกต่างได้

 

อัพสเตตัสอย่างไรดี?

เมื่อเก็บสะสม Amrita ได้จำนวนหนึ่งก็ควรนำเอามาอัพเลเวล ณ ศาลเจ้าใกล้เคียง ส่วนจะอัพค่าอะไรนั้น ควรพิจารณาจากอาวุธและสไตล์การเล่นของแต่ละคน ซึ่งค่าพลังแต่ละอย่างส่งผลอย่างไรบ้างนั้น ตามดูได้ที่ตารางด้านล่างครับ

ชื่อค่าพลัง

ผลที่ได้รับ

อาวุธที่ได้รับผลจากค่าพลัง

Body

เพิ่มพลังชีวิต หอก

Heart

เพิ่มพลัง Ki ธนูกับดาบ

Stamina

เพิ่มจำนวนน้ำหนักที่แบกได้

ปืนใหญ่

Strength ทำให้ใช้อาวุธหรือเกราะหนัก

ขวาน

Skill ทำให้ใช้อาวุธหรือเกราะ

ปืนกับดาบคู่

Dexterity

เพิ่มพลังวิชานินจา วิชานินจา

Magic

เพิ่มพลังเวทมนตร์ออนเมียว

เวทมนตร์ออนเมียว

Spirit เพิ่มความแข็งแกร่งของการ์เดี้ยน

การ์เดี้ยนสปิริต

อนึ่ง ผลที่ได้รับจากการอัพค่าพลัง ไม่ได้จำกัดแค่ตามที่ตารางบอก บางครั้งอาจเพิ่มในส่วนอื่นๆ ด้วยก็ได้ ที่เห็นเป็นเพียงแค่คร่าวๆ เท่านั้น ทางที่ดีควรดูจากหน้าจอเลยดีที่สุด

 

ตามหาโคดามะ (Kodama)

โคดามะเป็นเหมือนกับภูติตัวน้อยที่ซ่อนอยู่ตามที่ต่างๆ ในแต่ละแอเรีย เมื่อพบตัวแล้วเจ้าพวกนี้จะกลับมายังศาลเจ้าได้สำเร็จ พร้อมกับตอบแทนด้วยการให้พรอย่างใดอย่างหนึ่งจากที่มีให้เลือก 5 ข้อ

 

เพิ่มไตเติ้ลและชื่อเสียง

การได้รับไตเติ้ล (Title) มาจากการเคลียเงื่อนไขย่อยบางอย่าง อาทิเช่น ทำความเสียหายได้ถึงจำนวนที่กำหนดไว้ หรือปราบศัตรูตามจำนวนที่กำหนด และอื่นๆ อีกมากมาย ซึ่งเมื่อได้ไตเติ้ลก็จะได้รับชื่อเสียง (Reputation) ซึ่งเมื่อสะสมชื่อเสียงได้ถึงระดับจะเกิดการเลเวลอัพและได้รับการตอบแทนเป็นค่า Prestige Point เพื่อเอาไปอัพเกรดตัวเองอีกทางหนึ่ง โดยมีการแบ่งออกเป็น Agyo กับ Ungyo ทั้งสองสายนี้ให้โบนัสแตกต่างกัน หากต้องการดูรายละเอียดทั้งหมด ให้เลือกที่เมนู Title

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *