Next Gen Screen เปลี่ยนจอดีไหม?

กลับมาอีกครั้งกับ Next Gen Screen  เรื่องราวของ จอโทรทัศน์ นะครับ เมื่อ Next Gen กำลังจะมา เราก็คงต้องมาคุยเรื่องจอกัน ครั้งก่อน ผมได้พูดถึงระดับการแสดงผล 4k หรือ 8k กับความจำเป็นต้องมีสำหรับเครื่องเกมรุ่นใหม่

คราวนี้เราจะมาพูดถึงเรื่องที่ไปลึกกว่านั้น นั่นคือ HDR เรื่องของ VRR กับ FreeSync หรือ G Sync กับรุ่นของจอภาพที่มีระบบพวกนี้ด้วย

จอภาพที่ดีที่สุดสำหรับเกม

เมื่อพูดถึงจอภาพที่ได้รับการยอมรับว่าดีที่สุดสำหรับการเล่นเกม เราคงเลี่ยงที่จะยกตัวอย่างจอภาพที่ปัจจุบันทั่วโลกให้การยอมรับอย่าง Samsung QLED และ LG OLED ไม่ได้ ปัจจุบันนี้ เกมเมอร์ทั่วโลกต่างยอมรับว่า LG B9 และ C9 กับ Samsung Q90 เป็นทีวีสำหรับเกมเมอร์อย่างแท้จริง โดยเฉพาะ LG OLED รุ่น C9 ที่ถูกเกมเมอร์ทั่วโลกยอมรับว่าเป็นสุดยอดทีวีสำหรับเล่นเกม

ทำไมถึงเป็นแบบนั้น เหตุผลมาจากเทคโนโลยี OLED ที่ให้ภาพสีดำสนิท ทำให้การแสดงภาพเกิดคอนทราสท์ระหว่างแสงดำ และแสงข่าวอย่างสวยงาม เมื่อภาพฉายความมืดที่เป็นหลังฉาก แสงขาวที่ตัดมาหน้าฉาก จะแสดงออกมาเป็นจุด แตกต่างจากทีวีทั่วไปอย่างชัดเจน และนั่นหมายถึงการแสดงภาพแบบ HDR ได้สมบูรณ์ที่สุด

ความสำคัญของ HDR

โอเวอร์ไลท์ติ้ง แต่ให้ภาพที่สมจริงกว่ด้วยมิติของแสง

HDR คืออะไร HDR มาจาก High-dynamic-range คือเทคนิคในการแสดงภาพหรือฟิลม์ด้วยการเปิดรูรับแสงทำให้มีการแสดงแสงที่ออกมาเหนือความเป็นจริง ทำให้เกิดภาพที่มีมิติที่สมบูรณ์กว่าภาพปกติ แสงที่แสดงออกมาสว่างจ้าในจุดที่เป็นต้นกำเนิดหรือใกล้ต้นกำเนิดทำให้เราเห็นถึงมิติความลึกได้มากกว่าการแสดงแสงที่มีความเข้มเท่ากันทุกจุด

การแสดงแสงที่สมจริงตัดกับส่วนที่เป็นความมืด ทำให้เกิดคอนทราสท์ที่แตกต่างที่จอ LED ปกติทำไม่ได้

OLED นั้นเป็นจอภาพที่เหมาะที่สุดในการแสดงความแตกต่างของแสงอย่างที่ว่านี้ เพราะเป็นจอแบบเดียวที่ให้ความดำ ที่ดำสนิทที่สุดอย่างที่บอกในเบื้องต้น เมื่อมีความเข้มของแสงขาว ก็ทำให้เกิดคอนทราสท์ที่แตกต่างมาก

ความแตกต่างของจำนวนชั้น ทำให้จอบางลงด้วย เพราะ OLED ไม่ต้องใช้ Backlight

ทำไม OLED ถึงได้สร้างภาพสีดำได้สนิท ต้องย้อนกลับไปที่ LED ทั่วไป ที่ต้องพึ่ง Backlight หรือแสงส่องมาจากด้านหลังเพื่อส่องสว่าง แต่ว่า OLED สามารถส่องสว่างด้วยตัวเองได้ ไม่ต้องพึ่ง Backlight ดังนั้นเมื่อดับแสงให้สีดำที่เป็นสีความมืดได้ดีกว่า LED หรือแม้แต่ QLED ที่ยังคงต้องพึ่ง Backlight แต่แค่ “หรี่แสง” ลง จึงทำให้ไม่สืดสนิทเท่า

ความมืดสนิทนี้เองที่ทำให้ OLED ครองความเป็นหนึ่งในปัจจุบัน

ชั้นฟิลม์ควอนตัมที่ทำงานเปลี่ยนสีสันไปตามเฉดช่วยเพิ่มความสวยงามของสีและแสงขาวได้มากกว่า LED ปกติ

QLED นั้น ต่างจาก OLED เพราะ QLED นั่นคือ LED เดิมที่พัฒนาขึ้นมาในชื่อว่า Quantum Light-Emitting Diode เทคโนโยลีนี้ถูกประกาศโดยโซนี่ในปี 2013 แต่ซัมซุงขายทีวี QLED ออกมาหลังจากนั้นไม่นาน โดยมีพาร์ทเนอร์คือ โซนี่ ไฮเซนส์ และ TCL

เทคโนโลยี QLED นั้นเป็นการติดตั้งแผ่น QDEF ซึ่งเป็นแผ่นฟิล์มไว้ตรงกลางระหว่าง LED และ แบล็คไลท์ นั่นเพราะ ควอนตัมดอท ใน QDEF มีปฏิกิริยาต่อแสงและส่องแสงได้เฉดสีมากกว่า LED ปกติ แถมยังสามารถให้แสงสีแดงและเขียวที่ชัดเจน เมื่อติดตั้ง LED ฟ้า ก็จะสามารถผสมออกมาเป็น RGB สีขาวได้สว่าง และทำให้ QLED สามารถส่องแสงสว่างสีขาวออกมาได้ดีกว่า LED เดิม ๆ

อย่างไรก็ตาม QLED ก็ยังต้องพึ่ง Backlight  ซึ่งแม้จะหรี่ลงแต่แสงก็ยังไม่ดับสนิท นั่นก็ทำให้ “สีดำ” ของ QLED เองก็ไม่สามารถสู้กับ สีดำของ OLED ได้ โดยเฉพาะการไล่เฉดสีที่เห็นได้ชัดด้วยตาเปล่าที่ไม่เทพ  แต่ด้วยราคาของรุ่นที่มีหลากหลาย ทำให้เป็นตัวเลือกที่ดี โดยเฉพาะ Samsung Q60 ที่ราคาไม่แพงมากและน่าจะคุ้มค่าเพราะซัพพอร์ท HDR 4k เหมือนกัน

ความสำคัญของ VRR

ทว่าไม่ใช่แค่ความมืดที่ดีที่สุด แต่ยังมีอีกปัจจัยที่ส่งผลให้จอภาพ  เพราะว่า รีเฟรชเรท หรือความถี่การแสดงภาพ มีส่วนสำคัญในการเล่นเกมสำหรับยุคปัจจุบัน ทีวีที่ดีต้องมีระบบ HDMI VRR ที่ช่วยรักษาระดับของการแสดงผลให้มีความถี่คงที่ ทำให้ความลื่นไหลในการเล่นเกมมากกว่าทีวีรุ่นที่ไม่มี

HDMI 2.1 ที่ต้องเปลี่ยนทั้งจอทั้งสาย

VRR คือ Variable Refresh Rate หรือเทคโนโลยีการรักษาความถี่การแสดงภาพให้คงที่ โดยปัจจุบันมีอยู่ใน HDMI2.1 ซึ่งการรักษาเฟรมเรทให้คงที่ จะเป็นการแสดงภาพด้วยความถี่ที่สูงที่สุด เท่าที่คอมพิวเตอร์ หรือเครื่องเกมสามารถแสดงได้ ในอัตราความถี่ที่คงที่นั่นเอง

การรักษาความถี่นี้ให้ผลอย่างไร สิ่งแรกคือการทำให้ภาพไม่เกิดการฉีกขาดจากการเปลี่ยนแปลงของความถี่เพราะ จอไม่สามารถแสดงภาพได้เร็วพอเมื่อเทียบกับการประมวลผลของ CPU ฮาร์ดแวร์คนเล่นเกมคงเคยเห็นบ่อย ๆ การแสดงภาพแตก หรือภาพกระตุก มีผลจาก การที่รีเฟรชเรทไม่คงที่ทั้งสิ้น

ปัญหารีเฟรชเรททำให้ภาพฉีกขาด

ถ้าพูดถึงการรองรับการทำงาน HDMI VRR  เราก็ต้องพูดถึงอีกสองระบบ คือ G Sync ของ NVIDIA และ FreeSync ของ AMD  ซึ่งเป็นระบบที่ติดตั้งอยู่บนการ์ดจอของทั้งคู่ เพื่อให้มีการแสดงภาพที่เหมาะสมกับจอภาพที่ติดตั้งโดยอัตโนมัติ

LG B9 และ C9 นั้นก็มีระบบ HDMI VRR ซึ่งซัพพอร์ทกับ G Sync ของ NVIDIA RTX20 ได้ แถมยังทำงานซัพพอร์ทกับระบบ HDR ของ Xbox One X อีกด้วย ตรงนี้เองทำให้มั่นใจได้ว่าการเล่นเกมจะลื่นไหลที่สุด บนระบบการทำงานที่ดีที่สุดที่มาจากแหล่ง ไม่ว่าจะเป็น PC หรือ เครื่องเล่นเกม

ปัจจุบัน LGCX นั้นมาพร้อมระบบ FreeSync ที่จะให้อิสระมากกว่า ในการทำงานเพราะซัพพอร์ทได้เยอะขึ้น แม้จริง ๆ จะบอกว่าสองระบบนี้แทบไม่ต่างกันเลยก็ตาม ระบบ FreeSync นี้มีอยู่ในซัมซุง QLED อยู่แล้ว ส่วนของ LG QLED นั้นจะมีแต่รุ่นที่ลงท้ายรหัส X  และ LG Nano เท่านั้นที่มี

ทำไมถึงต้องมีระบบพวกนี้

จริง ๆ แล้ว การไม่มีระบบพวกนี้บนจอ TV ก็เล่นเกมได้สนุกเหมือนกันครับ (ฮา) เพียงแต่ว่า ก็เหมือนกับเรามีเครื่องเกม PS4 Pro หรือ Xbox One X ที่แสดงภาพแบบ 4k ได้ แต่ จอเป็น Full HD การแสดงภาพที่ออกมาก็ได้ไม่เท่า 4k ทั้ง ๆ ที่เรามีฮาร์ดแวร์ที่แสดงภาพได้แบบนี้ ก็เหมือนใช้ประสิทธิภาพไม่คุ้ม

เฉกเช่นเดียวกัน Xbox Series X และ PS5 มีระบบ Ray Tracking ที่ให้แสงสวยงามสมจริงมาก ๆ รวมถึงการแสดงภาพในมาตรฐานความถี่ขั้นต่ำ 60Hz ก็คงไม่คุ้ม ถ้าเราเอามาเล่นบนจอภาพระดับ 1080p หรือ Full HD แถมไม่มีระบบ HDR หรือรับรีเฟรชเรทที่ต่ำ ในขณะที่ Xbox One X เองก็สามารถปรับรีเฟรชเรทไปที่ 120 Hz ได้ (แต่ก็ไม่ใช่ว่าแสดงผลออกมาได้จริงสำหรับเกมนะครับ ขึ้นอยู่กับเกมที่ทำออกมาด้วย)

เทคเดโมนี้ นำเสนอส่วนต่างของแสงที่ทำงานบนระบบเรย์แทรกกิ้งได้ชัดเจนที่สุด

เพียงแต่ว่า คนเล่นเองก็คงต้องพิจารณาความเหมาะสม เช่นเงินในกระเป๋า ความคุ้มค่าในการเล่นเกม ด้วย เมื่อพิจารณาโดยรวมแล้ว ถ้าพร้อมก็ควรเปลี่ยน แต่ถ้าพึ่งเปลี่ยนก็อาจจะรอไปอีกสามสี่ปีค่อยเปลี่ยนก็ได้ ทีวีมีความสำคัญ ทำให้อรรถรสในการเล่นเกมดีขึ้น อันนี้คงเถียงไม่ได้ แต่คงไม่ได้จำเป็นขนาดต้องเปลี่ยนโดยใช่เหตุ เรามีความสามารถและกำลังพอ รวมถึงทีวีที่ใช้อยู่เก่าเกินไป มันก็เหมาะสม แต่ถ้าต้องเปลี่ยนใหม่โดยไม่จำเป็นก็คงไม่ไหวครับ เรื่องนี้แล้วแต่จะพิจารณากันดูตามเหตุผลนะครับผม

แถม Review LG OLED C9

นี่คือทีวีที่ได้รับการยอมรับจากรีวิวในต่างประเทศ ถึงฐานะ BEST TV for Gamer กันเลยทีเดียวนะครับ การที่จัดทีวีตัวนี้มา ก็เพื่อรอรับ PS5 และ XSX โดยเฉพาะ

เมื่อได้สัมผัส ต้องยอมรับในความ “คอนทราสท์” ของ OLED นี้จริง ๆ ครับ แสงสว่างกับสีดำที่เป็นพื้น ให้คอนทราสท์ที่จัดมาก จุดสำคัญคือการทำงานของระบบ HDR ที่ขึ้นบนมุมจอเมื่อเปิดระบบ ทำให้เราเห็นถึงแสงที่แตกต่างชัดเจนจากการเล่นที่ไม่ผ่านระบบนี้

ส่วนหนึ่งที่เป็นข้อดีของทีวีรุ่นใหม่ ๆ ก็คงเป็นเรื่องของสมาร์ททีวี และเมจิครีโมท อันหลังนี้ สามารถใช้เมจิครีโมท ควบคุมเครื่อง Xbox One X ได้ด้วย หากเราจับรีโมทอยู่ ก็เลือกเมนูได้ สั่งเปิดเกมได้โดยไม่ต้องพึ่งคอนโทรลเลอร์

นอกจากนี้ความลื่นไหลของภาพ ยังออกมาสุดยอดมาก ๆ ฉากการวิ่งไปบนฟื้นหญ้าของวิชเชอร์ 3 ไม่มีจุดที่เป็นกากหรือกระตุกให้เห็นเลย แถมแสงสว่างจากจุดแสงและคาถา ก็ยังให้ความรู้สึกสว่างสมจริงมาก ๆ

สมกับเป็น Best TV for Gamer จริง ๆ อย่างที่เขาว่าครับ จุดเสียก็คงเป็น อย่าเผลอไปเปิดไฟล์ความละเอียดต่ำทีเดียว

อันนี้เรียกว่าดูไม่ได้เลยล่ะครับ (ฮา)

  • ความคุ้มค่า 9
  • ความสวยงาม 10
  • การเล่นเกม 10

ที่มาของข่าว

ข่าวอื่น ๆ

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *