ย้อนเล่า Microsoft กับการซื้อ Nintendo

Microsoft ไมโครซอฟท์ เคยพยายามซื้อ Nintendo แต่ได้รับการตอบกลับอย่างเจ็บปวด แถมยังเคยพยายามซื้อ EA และ สแควร์ เอนิกซ์ ด้วย

ข่าวนี้มาจากบทสัมภาษณ์ของ เควิน บาชัส ไดเรคเตอร์ฝ่าย เทิร์ดปาร์ตี้รีเลชั่น (ประมาณว่าดูแลความสัมพันธ์กับกิจการที่ร่วมผลิตเกมให้กับไมโครซอฟท์) ได้ให้สัมภาษณ์กับทาง บลูมเบิร์ก ถึงความพยายามของไมโครซอฟท์ในอดีต

โดยเรื่องราวต้องย้อนกลับไปถึงช่วงคอนโซลตัวแรกของพวกเขา Xbox ออริจินอล ซึ่งช่วงนั้น สตีฟ บอลเมอร์ ในฐานะ ชีฟ เอกเซกกูทีฟ ของไมโครซอฟท์ (ปี 2000 – 2014) ได้เข้าไปพบกับ นินเทนโด เพื่อเจรจา และขอให้พิจารณาการขอเข้าซื้อเกมของนินเทนโด

เควิน เล่าว่าพวกเขาหัวเราะกันอย่างไม่เกรงใจทางฝั่งไมโครซอฟท์ (เขาใช้คำว่า laughed their asses off ถ้าแปลตามสำนวนเราก็น่าจะแปลได้ว่าขำจนขี้แตกขี้แตน) เขาอธิบายว่าเหมือนไมโครซอฟท์เป็นตัวตลกและทุกคนหัวเราะใส่หน้า ซึ่งผลการประชุมก็น่าจะทราบกันดีอยู่

บ๊อบ แมกกรีน ประธานฝ่ายพัฒนาธุรกิจในขณะนั้นได้บอกกับนินเทนโดว่า ตอนนี้เครื่องเกมของพวกเขากำลังแย่ เมื่อเทียบกับเพลย์สเตชั่น  และบอกว่า นินเทนโด ควรเน้นไปที่การผลิตเกม และปล่อยให้การผลิตเครื่องเกมให้กับเรา แต่แน่นอน ผลก็คือนินเทนโดปฏิเสธ

สตีฟ บอลเมอร์

อย่างไรก็ตาม นินเทนโด ไม่ใช่เจ้าเดียวที่ไมโครซอฟท์ต้องการซื้อ ยังมีอีกหลายค่าย อย่างเช่น EA ซึ่งคำตอบที่ไมโครซอฟท์ได้รับมาง่าย ๆ คือ ไม่ล่ะ ขอบคุณมาก (No, Thank)

ไมโครซอฟท์ยังเคยตั้งใจจะซื้อ สแควร์ เอนิกซ์ ในปี 1999 แต่ล้มเหลวเนื่องจากมูลค่าที่ไมโครซอฟท์ยื่นให้มันน้อยเกินป

พวกเขาบอกว่า ธนาคารแจ้งเขาว่าสแควร์ไม่ควรตกลงเพราะว่ามูลค่ามันต่ำเกินไป

ยังมีค่ายอื่น ๆ อีกอย่างเช่น Midways ผู้สร้างเกมมอร์ทอลคอมแบต แต่คราวนี้เป็นฝ่ายมาร์เกตติ้งของไมโครซอฟท์เองที่เบรกเรื่องนี้ เพราะมองว่าไมโครซอฟท์ไม่ควรจ่ายเงินเพียงแค่เกมเกมเดียว ใน๘ณะที่ งานแรกที่พวกเขาเริ่มต้นสำหรับ Xbox ได้สำเร็จ นั้นคือการซื้อ บันจี้ มาเพื่อผลิตเกม เฮโล และแน่นอน ผลของมันก็จัดว่าคุ้มค่าทีเดียว เพราะเฮโลเองก็สร้างรายได้ให้ในระดับหนึ่ง และยังคงเป็นเกมเด่นของพวกเขามาถึงทุกวันนี้

ภายหลังไมโครซอฟท์เองก็ได้เข้าเทคโอเวอร์ในอีกหลายกิจการ แต่บางกิจการก็ไม่ประสบความสำเร็จอย่างเช่น Rare ที่เคยผลิตเกมดี ๆ ให้กับทางนินเทนโด ตอนนี้แม้จะเข้ามาอยู่เป็นทีมในไมโครซอฟท์ แต่ก็ยังไม่มีเกมที่เข้าตาสักเท่าไหร่ ซีออฟทีฟ นั้นถือว่าดีที่สุดของพวกเขา ทว่าก็ไม่ได้มีผลต่อนักเล่นเกมมากนัก

ในช่วงที่พวกเขาพยายามทำตลาดในญี่ปุ่นอย่างหนัก ทีมงานใหม่ ๆ ที่ถูกพวกเขาเข้าไปจีบและได้รับความร่วมมือ ซึ่งถือเป็นทีมที่สร้างเสียงฮือฮาในตลาดฝั่งนี้มากที่สุด ก็คือ มิสท์ วอลคเกอร์ ของ ฮิโรโนบุ ซากากุชิ ผลงานอย่าง บลูดราก้อน มีการเตรียมการรูปแบบของธุรกิจไว้เต็มที่ ทั้งการ์ตูน เกม แอนิเมชั่น ดึงโทรริยาม่า อากิระ มาเขียนภาพให้ ดึงคุณสุกิยาม่า มาช่วยแต่งเพลง ทว่าปัญหาเรื่องรูปแบบการทำงาน การเร่งงานเพื่อผลทางการตลาด ทำให้เกมรีบออกมามากเกิน คุณภาพยังไม่ดีพอ

ซ้ำร้าย True Fantasy Live Online เกมที่พวกเขาพยายามสร้างขึ้นมาโดยจ้างทีมอย่าง เลเว่ล 5 ก็กลายเป็นความล้มเหลวอีกครั้ง เมื่อ เลเว่ล 5 และไมโครซอฟท์ ญี่ปุ่น มีปัญหาเรื่องความล่าช้าในการทำงาน ผลสืบเนื่องมาจาก เลเว่ล 5 เองก็รับงานจากสแควร์เอนิกซ์ ในการทำดราก้อนเควสท์ 8 ในตอนนั้น ผลก็คือเกมถูกแคนเซิลไป

แม้จะพยายามดึง เทล ออฟ เวสเปอเรีย มาเป็นเอกซ์คูลซีฟได้ แต่ก็ไม่ได้มีผลกับตลาดญี่ปุ่นมากนัก ผลสุดท้ายสิ่งที่ไมโครซอฟท์เคยพยายามกับการซื้อเกมเอกซ์คูลซีฟ ในญี่ปุ่น ก็ไม่ได้ช่วยอะไรมาก แต่ยิ่งไม่ทำอะไรเลยอย่าง Xbox One ยอดขายก็ยิ่งผีหลอกหนักไปใหญ่ในประเทศญี่ปุ่น

และอย่างที่ทราบกันแล้วว่า ความคืบหน้าล่าสุดของไมโครซอฟท์ คือการเจรจาตกลงเข้าเทคโอเวอร์กิจการของ เซนิแมกซ์ ซึ่งเป็นบริษัทแม่ของ เบสเทสดา ผู้ผลิตเกมชื่อดังอย่าง ดิเอลเดอร์สกอร์ และอีกหลาย ๆ เกม เราก็คงต้องจับตาดูว่า การซื้อในครั้งนี้ จะประสบความสำเร็จอย่างที่ไมโครซอฟท์ต้องการบ้างไหม

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *