[How to Win] Romancing Saga 3 : บทที่ 2 ออกผจญภัย (ตอน 2)

 

บทสรุป Romancing Saga 3 ในบทที่ 2  (ตอน 2) ต่อเนื่องจากตอนแรก ซึ่งเริ่มเข้าสู่ช่วงกลางของเกมแล้ว และมีความซับซ้อนเพิ่มขึ้น การตอบคำถามหรือตัวเลือกใดๆ ก็ตามต้องตัดสินใจให้ดี ควรระวังเหตุการณ์รักพี่เสียดายน้อง ให้ดีก่อนเลือกตอบคำถามที่มีผลต่อเกมก็ควรเซฟไว้ก่อน 

Episode 1 บทนำของตัวละครทั้ง 8

Episode 2 ตอนที่ 1 (Event 1-7)

Episode 2 (ตอน 2)

Event 8

สถานที่ : Faros หรือ Stanley (Faros ใช้การนั่งเรือมาจาก Pidona หรือเดินส่งของใน Event 5 ส่วน Stanley ให้ไปคุยกับหญิงบนชั้นสองของร้านอาวุธ

1. หากคุยกับทหารในผับของเมือง Faros เขาจะจ้างเราไปเป็นทหารรับจ้างในราคา 1,000 และหากรบชนะจะได้เพิ่มอีก 1,000 รวมเป็น 2,000
2. กลับกันหากไปคุยกับทหารในเมือง Stanley เขาจะจ้างเราเช่นกันในราคา 1,500 เป็นค่ามัดจำ และอีก 1,500 หากเอาชนะศึกได้ แต่จำนวนทหารของฝั่ง Stanley จะมีน้อยกว่าอีกฝั่ง ดังนั้นค่าตอบแทนจึงมากกว่า

Event 9

สถานที่ : Vanguard (นั่งเรือมาจาก Pidona)

1. คุยกับชาวบ้านแล้วเดินออกไป จะเกิดเหตุการณ์ปีศาจเข้ามาฆ่าชาวบ้าน
2. กลับเข้ามาในเมืองใหม่อีกครั้ง ให้เข้าไปนอนพักในโรงแรมหนึ่งคืนจะมีเหตุการณ์ฆาตกรรมเกิดขึ้นกับพวกเรา แต่ถูกจับไต๋ได้เสียก่อน และเกิดการต่อสู้กันขึ้น


3. ชนะแล้วไปกับหัวหน้าหมู่บ้านเพื่อรับรางวัลตอบแทนเป็นเงิน 3,000 หรือหากต่อรองได้เพิ่มเป็น 5,000 คุยเสร็จกลับออกมาข้างนอกบ้านและกลับเข้าไปใหม่ จะพบว่าตรงพื้นที่หัวหน้ายืนอยู่มีทางลับลงไปชั้นใต้ดิน
4. ลงไปชั้นใต้ดินจนสุด เจอกับสวิตช์อยู่ข้างกำแพงทางขวาให้กดซะแล้วไปต่อยังห้องควบคุม ขึ้นไปยืนบนแท่นเพื่อให้เครื่องยนต์ทำงานพร้อมกับกำจัดศัตรูรายทางออกไป
5. ย้อนกลับมาพบหัวหน้าหมู่บ้าน ท่านจะถามว่า ห้องคอนโทรลเป็นดังรูปที่เห็นใช่หรือไม่? ซึ่งคำตอบตรงนี้ไม่มีผลอะไรมากนัก เพียงแต่ต้องเคลียเหตุการณ์สลับกันนิดหน่อยเท่านั้น ดังนี้

  • 5.1 ถ้าตอบใช่ – ต้องไปเคลีย Event 11 ก่อนแล้วค่อยมาเคลีย Event 10
  • 5.2 ถ้าตอบไม่ – ไปเคลีย Event 10 ก่อนแล้วค่อยมาเคลีย Event 11
  • 5.3 หากผ่าน Event 10 กับ 11 มาแล้วก็ข้ามไป Event 13 เลย

Event 10

สถานที่ : Great Arch

1. ออกตามหารูปปั้นโลมา โดยให้ไปที่ผับในเมืองและคุยกับบาร์เทนเดอร์ เลือก ‘Banter’ 3 ครั้ง เขาจะสารภาพว่านำรูปปั้นโลมาไปขาย


2. มาที่เมือง Yarmouth เข้าไปในร้านอาวุธ และซื้อของหนึ่งชิ้น แล้วเจ้าของร้านจะยอมคุยเรื่องรูปปั้นโลมา
3. มาที่เมือง Great Arch บริเวณท่าเรือ พบกับชายชื่อ Herman เขาจะบอกตำแหน่งถ้ำสมบัติให้ในราคา 100 แต่หากผ่าน 2 ข้อแรกมา เขาจะขออาสานำทางไปในถ้ำด้วย (ถอดออกไม่ได้ ต้องรอปราบ Forneus ให้ได้ก่อน และเขาจะเปลี่ยนชื่อเป็น Black) แต่หากไม่ได้ผ่าน 2 ข้อแรกมาต้องไปลุยถ้ำเอง แม้ว่าภายหลังจะยังเอาเป็นพวกได้ก็ตาม


4. เข้ามาในถ้ำ Herman จะนำทางให้พวกเรา ระหว่างทางที่ต้องกดสวิตช์จะมีมังกรบูลดราก้อนคืนชีพกลับมา ไม่จำเป็นต้องสู้ให้เดินผ่านไปเลยถ้าไม่มั่นใจในฝีมือ พอสุดทางได้รูปปั้นโลมาก็กลับออกมา

Event 11

สถานที่ : Mahzoz (คุยกับชาวเมือง Vanguard)

1. ที่นี่เป็นเมืองแฝดแบ่งเป็น 2 ฝั่ง ทางเหนือมี Udine ดูแล ส่วนด้านล่างมี Volcano ดูแล
2. ให้เข้าไปในสำนักเวทมนตร์ฝั่งเหนือ (ที่จริงไปฝั่งไหนก่อนก็ได้เพราะเหตุการณ์เหมือนกัน) เข้ามาเจอการต้อนรับ จากนั้น Undine/Volcano จะเสนอให้เราไปกำจัดคู่แข่งอีกฝั่ง ซึ่งตรงนี้สำคัญมาก เพราะมีผลต่อการได้เพื่อนหรือโล่ Archfirnd’s Shield (เลือกอันใดอันหนึ่ง)

  • 2.1 ตอบตกลงกับ Undine และปฏิเสธ Volcano ต้องสู้กับ Volcano ชนะได้เงิน 5,000 และได้ Undine เป็นเพื่อน แต่อดได้โล่
  • 2.2 ปฏิเสธ Undine แต่ไปตกลงกับ Volcano ต้องไปกำจัด Udine ซึ่งได้เงิน 5,000 เช่นกัน แต่อดได้ทั้งเพื่อนกับโล่
  • 2.3 รับปากตกลงทั้งสองฝั่ง แล้วไปเคลีย Event 12 ก่อน พอจบต้องสู้กับทั้งสองคนพร้อมกัน ผลที่ได้คือ ได้โล่แต่อดได้เพื่อน
  • 2.4 รับปากทั้งสองฝั่ง แต่ไปจัดการกับทั้งสองคนก่อน ก็ให้ไป Event 12 ซึ่งผลเหมือนกับ 2.3 คือ ได้โล่แต่อดได้เพื่อน

Event 12

สถานที่ : Mahzoz (ผลสืบเนื่องจาก Event 11 ในข้อ 2.3 และ 2.4)

1. ไปยังพื้นที่สงบศึกระหว่างสองฝั่ง หรือพื้นที่ตรงกลางซึ่งมีบ่อน้ำตั้งอยู่ หากเจอคนขวางให้ไปคุยก่อนจนกว่าจะหายไป พอว่างแล้วก็กระโดดลงไปด้านล่าง
2. ด้านในสุดของบ่อน้ำมี Death Master อยู่ ซึ่งหากเอาชนะก็ได้โล่ Archfiend’s Shield ซึ่งเป็นโล่ที่ดีมาก แต่เสียค่า SP กับ MP จากการใช้ท่าหรือคาถาเพิ่มเท่าตัว

Event 13

สถานที่ : Vanguard (หลังเคลีย Event 10 และ 11)

1. เมื่อได้รูปปั้นโลมาและได้รับความช่วยเหลือจาก Undine (ในกรณีที่ไม่ได้ Undine ให้ไปคุยกับจอมเวทในโรงแรมที่ Mahzoz แทน) กลับลงไปที่ห้องควบคุมอีกครั้ง
2. นำรูปปั้นโลมาไปวาง แล้วมายืนบนแท่นเพื่อเดินเครื่อง ซึ่งเปลี่ยนให้เมืองกลายเป็นเหมือนเรือดำน้ำ สามารถเดินทางไปยังสุดขอบโลก World’s End ได้

Event 14

สถานที่ : World’s End

1. ที่นี่จะมีมนุษย์กุ้งบอกตำแหน่งของวังใต้ทะเล (Undersea Palace) ให้ นอกจากนี้ยังเป็นที่อยู่ของ Boston มนุษย์กุ้งและเป็นเพื่อนร่วมทางอีกคนด้วย
2. ทางซ้ายบนของที่นี่มีหลุมลงไปยังถ้ำใต้น้ำ และตรงบริเวณน้ำตกมีทางลับซ่อนอยู่ ซึ่งจะมาโผล่ตรงจุดที่พบกับมังกรน้ำ (Water Dragon)

ช่องทางลับเข้าไปสู้มังกรน้ำ

หมายเหตุ : หลังจากปราบ Forneus ที่วังใต้ทะเล แต่ไม่ได้ปราบมังกรน้ำ มีผลทำให้สถานที่แห่งนี้เข้าไม่ได้อีกต่อไป

Event 14

สถานที่ : Pidona

1. หลังจากผ่านเหตุการณ์ช่วย Gon มาระยะหนึ่ง กลับมาพบกับ Charl อีกครั้ง คราวนี้ Muse จะไม่สบายหนัก
2. Charl จะเข้าไปในความฝัน ซึ่งเราต้องเลือกระหว่าง

  • 2.1 รอที่นี่ – Charl จะเข้าไปในฝันคนเดียว และผ่านเหตุการณ์ทั้งหมดด้วยตัวเอง ซึ่งทำให้เราอดได้ปลอกแขน Silver Glove แต่ยังได้ Charl กับ Muse เป็นเพื่อนอยู่เช่นเดิม
  • 2.2 เข้าไปในฝันด้วยกัน – ต้องเลือกสมาชิกอีก 4 คนเข้าไปในฝัน (ต้องมีตัวเอกร่วมทางไปด้วย ไม่เช่นนั้นก็เหมือน 2.1) และเมื่อรวม Charl ด้วยก็เป็น 5 คน

3. หากเลือกเข้ามาในฝัน ศัตรูในนี้จะดรอปไอเทมใช้ฟื้นพลังได้ และอย่าลืมเก็บปลอกแขนด้วย ไอเทมอื่นจะเก็บหรือไม่ก็ไม่สำคัญ
4. วิธีการผ่านไปพบ Muse ก่อนอื่นให้หาห้องตามรูปให้เจอเสียก่อน พอเข้ามาแล้วจะพบว่ามีหญิงสาวนั่งบนโต๊ะ 6 คน ให้ไปคุยกับคนขวาบน เธอจะหายตัวไป จากนั้นออกจากห้องและขึ้นบันไดทางซ้ายไปก็จะเจอ Muse

ขั้นแรก หาประตูนี้ให้เจอก่อน

ขั้นที่สอง คุยกับหญิงทางขวาบน

5. เข้าไปเจอกับบอส Dream Eater ชนะแล้ว พวกเราจะกลับมาสู่โลกภายนอก โดยไอเทมที่เก็บได้ในความฝันจะสลายไปหมด ยกเว้นปลอกแขนเพียงอย่างเดียวที่ยังคงอยู่ ไม่เท่านั้น จากนี้ไปก็สามารถชักชวน Charl กับ Muse เป็นเพื่อนร่วมทางได้


ความลับของปลอกแขน Silver Glove

ปลอกแขนดูเผินๆ เหมือนไม่มีความพิเศษอะไร แต่แท้จริงแล้วมีความลับซ่อนอยู่ หากให้ Charl สวมจะมีผลเพิ่มค่าพลังที่ขาดหายไปให้กลับคืนมา เท่านั้นไม่พอถ้าให้ตัวละครอื่นที่ไม่ใช่ Charl สวมใส่จะมีผลทำให้สามารถถืออาวุธคู่ได้และโจมตีได้ 2 ครั้ง เพียงแต่ต้องทำตามเงื่อนไขดังต่อไปนี้

  1. อาวุธทั้งสองชิ้นนั้นต้องเป็นอาวุธที่ถือมือเดียว (1-Hand) และอยู่ในช่องเก็บของตัวละคร
  2. ห้ามมีโล่หรืออาวุธจับสองมือ (2-Hand) ในช่องเก็บของตัวละครด้วย
  3. ใช้ร่วมกับท่าไม้ตายได้ ยกเว้นพวกท่าที่โจมตีศัตรูมากกว่าหนึ่งตัวขึ้นไป

Event 15 (หากตัวเอกเป็น Monika จะไม่มีเหตุการณ์นี้เกิดขึ้น)

สถานที่ : Zweig

1. เข้าร่วมการประลองยุทธ์ โดยคุยกับทหารหน้าทางเข้าปราสาท ซึ่งการแข่งขันนี้เป็นการต่อสู้ทีมละ 5 คน ซึ่งต้องสู้ตัวต่อตัว คนชนะจะได้อยู่ต่อเพื่อสู้กับคู่ต่อสู้คนถัดไปจนกว่าจะชนะได้ครบ 5 คน นอกจากนี้การแบ่งสายยังสุ่มแรนด้อม คาดเดาไม่ได้ว่าต้องเจอกับทีมอะไรด้วย
2. หากฝ่าฟันไปจนชนะเลิศได้สำเร็จ ได้รับรางวัลเป็นเงิน 10,000 และได้รับงานให้ตามหาจอกศักดิ์สิทธิ์

Event 16

สถานที่ : Podorui (หากตัวเอกเป็น Khalid, Mihail หรือ Katarina ต้องชนะการประลองจึงจะมาได้ แต่หากเป็นตัวเอกคนอื่นนอกเหนือจากทั้ง 3 คนที่ว่าจะมาได้ตั้งแต่เริ่ม)

1. ไปพบกับ Leonid ในปราสาท เขาจะท้ายทายให้ชิงจอกไปให้ได้
2. ไปทางฝั่งซ้ายของปราสาทที่มีศัตรูอยู่ เส้นทางนี้จะนำไปเจอกับจอกศักดิ์สิทธิ์ แต่ก็ต้องผ่านบอสกลางหลายตัวอยู่


3. เมื่อได้จอกแล้วก็สามารถชวน Leonid เข้ามาเป็นพวกได้

Event 17

สถานที่ : Zweig หรือ Westos Forest

1. หากเข้ามาใน 2 สถานที่ที่ว่านี้แล้วเกิดถูกรถเฉี่ยวชนแสดงว่า เริ่มต้นอีเวนท์ได้แล้ว โดยให้มาที่ห้องทดลองของโปรเพสเซอร์ในป่า Westos
2. เมื่อเข้ามาแล้วไม่พบโปรเพสเซอร์ ให้เข้าประตูตรงกลางและลงไปชั้นล่าง คุยกับโปรเพสเซอร์และให้กำลังใจ จากนั้นไปที่ประตูทางขวา เข้าไปแล้วจะเข้าสู้การต่อสู้กับบอส ซึ่งสมาชิก 3 คนแรกที่ยืนด้านหน้าเท่านั้นที่จะได้เข้าต่อสู้
3. การต่อสู้ ฝ่ายเรามีแค่ 3 คนกับรถรุ่นโปรโตไทป์อีกคัน เมื่อเร่งเครื่องรถจนมาเทียบกับบอสได้จะมีคำสั่งแทคเกิลโผล่ออกมา นอกจากนี้หากพวกเราคนใดคนหนึ่ง HP หมดจะไม่มีโอกาสแก้ตัวหรือฟื้นกลับมา เนื่องจากจะตกรถไปเลย (ไม่ได้หายไปไหนแค่สู้ต่อไปไม่ได้)

 

>>> Episode 2 ตอนที่ 3 (Event 18-25)

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *