[How to Win] Dark Souls Remastered : Undead Asylum – Undead Parish

Northern Undead Asylum

  • เริ่มเกม เก็บกุญแจ Dungeon Cell บนพื้น และเปิดประตูออกไป วิ่งไปตามเส้นทางและขึ้นมายังด้านบนมาพบกับกองไฟ
  • เดินตรงเข้าประตูไปและเมื่อเดินไปถึงบริเวณกลางห้องบอสจะโผล่ออกมา แต่สู้ไปก็ตายเปล่าให้วิ่งไปทางซ้ายของห้องจะมีประตูทางเข้าอยู่
  • ผ่านประตูเข้ามาเจอกับกองไฟจุดที่ 2 จากนั้นเดินต่อไปจะเป็นทางเดินยาวที่มีศัตรูยิงธนูใส่ ทางซ้ายมือมีห้องเล็กๆ ที่มีโล่ให้เก็บ ทำการติดตั้งแล้วทีนี้ก็เดินตรงเข้าไปหาตัวยิงธนู และตรงเส้นทางนั้นจะมีอาวุธให้เก็บอีกด้วย
  • หลังผ่านเส้นทางจะออกมายังอีกด้านหนึ่ง บริเวณนี้มีบันไดขึ้นและลง ซึ่งทางลงจะย้อนกลับไปเปิดทางลัดกลับสู่กองไฟที่ 1 ได้ ส่วนบันไดทางขึ้น พอขึ้นไปได้เล็กน้อยจะโดนหินกลิ้งลงมาทันที ให้รีบหลบแล้วย้อนกลับไปตรงที่หินกลิ้งลงไปพบว่า ทำให้กำแพงพังทลาย และเข้าไปในนั้นพบกับ Oscar of Astoria ได้ Estus Flask กับกุญแจ F2 East Key

  • เดินกลับมาขึ้นบันไดที่หินกลิ้งลงไป ใช้กุญแจเปิดประตู ตรงเข้าจะพบกับอาวุธประจำอาชีพอีกชิ้น (เช่น ถ้าเป็นพ่อมดจะได้ไม้เท้า หรือฮันเตอร์เป็นธนู เป็นต้น)
  • ลุยต่อมาเจอประตูหมอก ซึ่งนำไปเจอกับบอสอีกครั้ง ส่วนถ้าเดินต่อไปอีกจะข้ามไปอีกฝั่ง แต่ประตูล็อคไว้ไปต่อไม่ได้ (จะเปิดได้อีกครั้งเมื่อย้อนกลับมาใหม่พร้อมกุญแจ)
  • สู้กับบอส พอชนะได้กุญแจ Big Piglim ใช้เปิดประตูออกไปด้านนอก
  • เมื่อออกมาแล้วก็เดินตรงขึ้นไปยังรังนก และถูกนำพาตัวไปยังดินแดนใหม่ (Firelink Shrine)

 

 Boss : Asylum Demon

บอสติวโตเรียลจึงรับมือไม่ยาก ก่อนอื่นเลยเมื่อผ่านประตูหมอกเข้ามาให้กระโดดฟันลงไปตรงตัวบอสเลย จะสร้างความเสียหายได้เยอะมาก จากนั้นลงมาสู้กับบนพื้น ตัวบอสค่อนข้างช้าและจับทางได้ง่าย หากเล่นอาชีพที่โจมตีระยะไกลได้อย่างพ่อมดหรือฮันเตอร์ก็ให้ใช้อาวุธไกลเล่นงาน หากไม่มีก็พยายามอ้อมเล่นงานจากไปด้านหลังจะปลอดภัยกว่าสู้ซึ่งหน้า


 

Firelink Shrine

ที่นี่เป็นฮับที่อยู่ของ NPC หลายคน ทั้งยังเชื่อมโยงไปยังหลายแอเรียดังนี้

  • Undead Burg – อยู่ทางด้านขวา
  • New Londo Ruins – ลงบันไดไปด้านล่าง
  • Catacombs – ทางเข้าอยู่บริเวณสุสาน

เป้าหมายเริ่มแรกตอนนี้ควรเป็น Undead Burg เนื่องจากอีกสองที่ยังยากเกินไปสำหรับคนที่ยังเลเวลต่ำ (บทสรุปนี้พยายามจะดำเนินไปตามระดับความยากครับ)


 

Undead Burg

  • เริ่มต้นแอเรีย เดินมาตามเส้นทางจนเจอประตูหมอก พอเข้ามาข้างในเจอกับ Hellkite Dragon หรือมังกรแดง แต่ไม่ต้องตกใจเพราะยังไม่มีการต่อสู้ในตอนนี้
  • เดินตรงต่อมาจะศัตรูดักยิงบนหอคอย ทางขวามือเป็นลานกว้างแต่ยังไม่ต้องไปตอนนี้ เดินเข้าไปใต้หอคอยนั้นเปิดประตูเข้าไปจะได้โล่ Wooden Shield และเดินตรงขึ้นไปทางซ้ายเจอกับกองไฟ

  • ก่อนลุยต่อให้ย้อนกลับไปลานกว้างก่อน ซึ่งทางซ้ายมือมีกองไม้วางปิดทางลงไว้ จัดการทำลายซะแล้วลงไปพอกับ Undead Merchant เพื่อซื้อกุญแจ Residence Key (ถ้ามี Master Key ก็ไม่ต้องซื้อ) กับเครื่องมือซ่อมแซมอุปกรณ์ติดตัวไว้ (ถ้าโซลไม่พอให้ไปเก็บรวบรวมก่อนย้อนกลับมาใหม่)

  • เสร็จแล้วมาตั้งต้นที่กองไฟ คราวนี้ลุยไปตามทางเดินจนมาเจอกับ อาคารที่มีประตูปิดไว้ หากมีกุญแจ Residence หรือ Master Key จะเปิดเข้าไปได้ ด้านในมีหีบสมบัติบรรจุ Gold Pine Resin ไว้

  • ทีนี้จะกระโดดลงจากหีบหรือย้อนกลับมาที่ด้านหน้าบ้านก็ได้ เพราะยังไงก็ไปบรรจบจุดเดียวกัน ซึ่งบริเวณนี้ตรงทางลงไปจะเจอกับ Black Knight ที่เก่งมาก ต้องทำการปัด Parry การโจมตีของมันให้ได้จึงจะมีโอกาสชนะ หรือถ้ามีอาวุธโจมตีไกลให้หาทางปีนบันไดขึ้นมา แล้วอาศัยดักยิงเอา เพราะแบล็คไนท์ปีนบันไดไม่ได้

  • กลับกันตรงบริเวณที่อยู่ของแบล็คไนท์ หากเดินขึ้นบันไดไปจะเข้าสู่หอคอย ข้างในมีประตูล็อคไว้ ถ้าไม่มี Master Key ก็ยังไปไม่ได้ในตอนนี้ ให้ขึ้นไปข้างบนเข้าสู่ประตูหมอกเพื่อไปเจอบอส

 

Boss : Taurus Demon

บอสจะโผล่ออกมาเมื่อเดินไปบริเวณกลางทาง แต่ทันทีที่เข้ามาควรปีนบันไดทางขวามือขึ้นไปบนยอดก่อนเพื่อจัดการกับมือธนูทั้งสอง แล้วค่อยมาสู้กับบอส วิธีการต่อสู้ก็คล้ายกับบอส Asylum Demon พยายามอ้อมไปด้านหลังของมัน แต่ที่ควรระวังเวลาสู้บนสะพานคือ อาจร่วงลงไปได้ 

 

  • หลังจากชนะบอสก็ข้ามมาอีกฝั่งและลงมายังด้านล่างเป็นลานกว้าง ซึ่งฝั่งตรงข้ามมีประตูล็อคไว้ยังเปิดไม่ได้ ส่วนทางขวาจะลงไปยังลานเพื่อพบกับ Solaire คุยกับเขาได้ White Soapstone สำหรับทำเครื่องหมายเรียกตัวเวลาออนไลน์ (ให้คนอื่นเรียก)

  • ขั้นต่อไปเดินมายังบริเวณสะพานหิน ก่อนทำอะไรควรลดน้ำหนักตัวให้เบาเข้าไว้ เมื่อพร้อมแล้วให้รีบวิ่งตรงไป เพราะมังกรแดงจะพ่นไฟไล่ตามหลังมา วิ่งชิดขอบสะพานทางขวาไว้เพื่อเตรียมลงเข้าซอกที่ไว้สำหรับหลบไฟมังกร
  • ลงบันไดตรงซอกนั้นและทำการถีบบันไดเพื่อสร้างทางลัดกลับไปยังกองไฟ
  • กลับขึ้นมาคราวนี้มีทางเลือกไปยัง Undead Parish สองทางให้เลือก
  1. ทางแรก ต้องวิ่งฝ่ามังกรแดงไปให้ได้ วิธีนี้คือ ให้ไปยืนหลบตรงซอกก่อน จากนั้นใช้ธนูยิงให้มังกรรู้ตัว พอมันเริ่มขยับก็วิ่งสวนเข้าไปเลย (หรือจะปราบมังกรก็ได้) หากรอดมาได้ก็จะมาเจอกองไฟที่สอง และทำการสับคันโยกให้เปิดประตูเข้าสู่ Undead Parish

2. ทางที่สอง ไม่ต้องเผชิญหน้ากับมังกร แต่ใช้วิธีเดินอ้อมใต้สะพานไปและไปโผล่ที่ Undead Parish

 


Tip : Drake Sword

อาวุธชั้นดีที่จะช่วยให้เล่นเกมในช่วงแรกนี้ง่ายขึ้นอย่างมาก วิธีการได้มาคือ ต้องตัดหางมังกรแดงให้ได้ ซึ่งถ้าไปสู้ตรงๆ จะยากมาก แต่วิธีการที่ง่ายกว่านั้นคือ เตรียมธนูไว้สัก 30 ดอกเป็นอย่างน้อย จากนั้นไปใต้สะพานและใช้ธนูยิงไปที่หางของมังกรจนกว่าจะขาด

 


 

Undead Parish

  • เมื่อเข้าเขตนี้ ตรงประตูทางเข้าจะมองเห็นหมูป่าเกราะเหล็กอยู่ห่างไปพอควร ซึ่งเมื่อเดินเข้าไปในระยะมันจะพุ่งเข้าใส่ทันที โดยทั้งตัวมันหุ้มเกราะหมดเว้นแต่บริเวณบั้นท้ายเท่านั้นที่เปิดโล่ง จึงต้องเล่นงานจุดนั้นเพื่อสร้างความเสียหายที่รุนแรง วิธีการรับมือกับหมูป่าแบบปลอดภัยไม่เสี่ยงมาก ให้ล่อมันมายังบริเวณประตูทางเข้า โดยวิ่งเลยบันไดลงมาเลย หมูป่ามันจะไม่ตามมาถึง แต่มันจะเดินย้อนกลับไป ก็อาศัยโอกาสนี้เล่นงานซะ

  • หลังจากผ่านหมูป่ามาได้ ก็ตรงเข้ามาบริเวณสะพานเหนือหัว ทางขวามีทางลงไปข้างใน ในนั้นมีกุญแจ Mystey Key ให้เก็บ และเป็นทางผ่านขึ้นมายังกำแพงชั้นบน

  • เดินมาทางขวาจะมีโล่อัศวินให้เก็บ แต่ก็มี Balder เฝ้าไว้ เสร็จแล้วไปต่อจนเห็นสะพานไม้ ยังไม่ต้องข้ามไปให้ไปทางซ้ายก่อน เพื่อลงไปเปิดประตูใหญ่จะได้ไม่ต้องอ้อมอีกในคราวหลัง พร้อมกับเก็บ Basement Key (ระวังอย่าเดินผ่านหน้าโบสถ์)

  • เปิดประตูเสร็จกลับมาที่สะพานไม้ ทีนี้ก็ไปต่อและลงมายังลานกว้าง ทางขวามีทางไปยังกองไฟ และใกล้กันกับกองไฟเป็นทางไปยัง Sen’s Fortess แต่ยังไปไม่ได้ในตอนนี้ ให้ตามเสียงตีเหล็กลงไปยังล่างก่อน พบกับ Andre ทำการตีบวกอาวุธ และซื้อเครื่องมือสำหรับตีอาวุธกับเกราะที่กองไฟติดตัวไว้ ใกล้ๆ กันมีทางไปยัง Darkroot Garden แต่ก็มี Titaninte Demon ขวางไว้ (จะอธิบายต่อในภายหลัง)

  • เตรียมตัวให้พร้อมแล้วกลับขึ้นมายังลานกว้าง เข้าไปทางเข้าด้านข้างของโบสถ์ พบกับ Berebkite Knight จัดการแล้วไปเก็บ Fire Keeper Soul ตรงแท่นบูชา จากนั้นให้มองขึ้นไปยังบริเวณชั้นสอง จะเห็น Channeler ยืนอยู่ หากมีธนูควรรีบจัดการยิงเล่นงานเลย อย่าไปสู้กันด้านบน
  • จัดการเคลียพื้นที่เสร็จ ก่อนจะขึ้นไปชั้นสองให้ลงลิฟท์ใกล้ทางขึ้นเพื่อย้อนกลับไปยัง Firelink ก่อน และนำเอา Fire Keeper Soul ไปมอบให้กับ Fire Keeper ที่อยู่ในคุกด้านล่าง ให้วิ่งบันไดไป จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพของ Estus Flask

  • ขึ้นลิฟท์ย้อนกลับมา และขึ้นไปบนชั้นสองของโบสถ์ ตรงห้องโถงจะต้องฝ่ากองทัพ Hollow พอผ่านพ้นมาได้ให้ไปทางเดินทางขวาขึ้นไปชั้นลอย ตรงนี้จะเห็นช่องไม้มีแสงลอดออกมา ให้ทำลายซะแล้วตรงเข้าไปช่วยปล่อยตัว Lautrec ออกมา โดยใช้กุญแจ Mystery Key หรือ Master Key

  • จากนั้นย้อนกลับมายังห้องโถงที่เจอกับฝูง Hollow หาทางปีนขึ้นไปด้านบนจนเจอประตูหมอก เตรียมพร้อมสู้กับบอส

Boss : Bell Gargoyle

บอสจะมีสองตัว แต่ตัวที่สองจะออกมาเมื่อตัวแรกพลังลดลงไปต่ำ 50% ดังนั้นวิธีการรับมือให้รีบจัดการทีละตัว โดยจุดอ่อนของมันคือ แพ้เวทมนตร์หรือสายฟ้า

 


Tip : Gargoyle Tail Axe

อาวุธชิ้นนี้ได้จากการตัดหางบอสตัวแรก ซึ่งวิธีการตัดนั้นมีทริคนิดหน่อยตรงที่ไม่ควรล็อคเป้า ไม่เช่นนั้นเวลาโจมตีจะพุ่งไปที่เป้าก่อนเสมอทำให้ไม่โดนส่วนหาง (หากพลาดไปยังมีโอกาสอีกครั้งหนึ่งที่ได้อาวุธนี้ที่ Anor Londo)


 

  • หลังจากชนะแล้ว เดินข้ามหลังคาและขึ้นไปตีระฆังด้านบน พอกลับลงมาจะพบ Oswald ยืนอยู่บริเวณบันได ให้ซื้อไอเทมแก้คำสาปติดตัวไว้สักชิ้นสองชิ้น เผื่อติดคำสาปในภายภาคหน้าจะได้ไม่ต้องเสียเวลาเดินไกล
  • ย้อนกลับมายังสะพานมังกรแดง ตรงบริเวณที่เคยบอกว่ามีประตูล็อคไว้ แต่คราวนี้มีกุญแจ Basement ก็จะเปิดเข้าไปได้

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *