[How to Play] Dragon Quest Rivals [iOS/Android]

แอพเกมแนว Digital Cardgame ที่ผสมผสานความเป็น Dragon Quest และ Cardgame Battle เข้าด้วยกัน ทำให้เกมนี้นั้นไม่ใช่เกม Dragon Quest แบบ RPG ออกคำสั่งที่ทุกคนคุ้นเคยกันอีกต่อไปแล้ว หากแต่เป็นการประลองกันด้วยไหวพริบและสติปัญญาร่วมกับเด็คแห่งจิตวิญญาณที่เราทุ่มเทจัดมันขึ้นไปเพื่อพิสูจน์ว่าเด็คของเรานั้นแข็งแกร่งยิ่งกว่าใครๆ! มาร่วมเรียนรู้เทคนิคและชั้นเชิงในการเล่นเบื้องต้นไปกับ How to Play: Dragon Quest Rivals นี้ด้วยกันครับ!!

Tutorial 1 กฏการเล่นขั้นพื้นฐาน
แอพเกม DQ Rivals นี้จะเป็นเกมแนวการ์ดเกมแบทเทิลที่ต้องจัดการ์ด 30 ใบเป็นเด็คมาใช้ต่อสู้กัน โดยผู้เล่นจะสามารถเลือก ลีดเดอร์ ซึ่งจะแบ่งออกเป็น 7 อาชีพ ด้วยกัน ถ้าทำให้ลีดเดอร์ฝ่ายตรงข้าม HP ลดจนเหลือ 0 ได้ก็จะเป็นฝ่ายชนะ ซึ่งการจะทำเช่นนั้นได้เราจำเป็นจะต้องโจมตีไปยังลีดเดอร์ของฝ่ายตรงข้าม ซึ่งนั้นคือหน้าที่หลักของ ยูนิตการ์ด นั่นเอง โดยการจะส่งยูนิตลงไปบนสนามได้จะต้องจ่าย MP (Magic Power) โดยให้สังเกตตัวเลขที่อยู่มุมซ้ายบนของการ์ด นั่นคือ MP ที่เราจะต้องจ่ายเพื่อส่งยูนิตลงบนสนาม โดยให้เลือกปัดการ์ดยูนิตที่ต้องการขึ้นแล้วนำไปวางไว้ในช่องที่ต้องการ ยูนิตที่เพิ่งลงสนามในเทิร์นนั้นจะยังไม่สามารถทำอะไรได้ โดยเมื่อต้องการจะจบเทิร์นการเดินของเราให้กดปุ่ม จบเทิร์น ที่อยู่ตรงกลางด้านบน เพื่อเปลี่ยนเป็นเทิร์นของฝ่ายตรงข้าม ทำเช่นนี้สลับกันไป โดยเมื่อเข้าเทิร์นเราค่า MP จะถูกฟื้นฟูจนเต็ม พร้อมกับค่า MP สูงสุดจะเพิ่มขึ้นมาอีก 1 หน่วย และเต็มสุดที่ 10 หน่วย วิธีการดูค่าพลังของยูนิตให้สังเกตที่ด้านซ้ายล่างคือพลังโจมตี ส่วนด้านขวาล่างคือ HP หรือพลังชีวิต การสู้กันจะเป็นการเอาค่าพลังของทั้งสองฝ่ายมาวัด ถ้ายูนิตมี HP เหลือ 0 ยูนิตตัวนั้นก็จะตาย

ประเภทของการ์ดทั้ง 3 ยูนิตการ์ด, สกิลการ์ด, การ์ดอาวุธ

ยูนิตการ์ดก็อย่างที่ได้อธิบายไปแล้ว ต่อไปจะขอกล่าวถึงสกิลการ์ดซึ่งเป็นการ์ดทักษะพิเศษ เช่น วิชาดาบ ทักษะยุทธ์ เวทมนตร์ ฯลฯ ซึ่งจะออกผลลัพธ์พิเศษที่แตกต่างกันออกไป ส่วนการ์ดอาวุธคือการ์ดที่สามารถติดให้กับลีดเดอร์ของเราได้ จะแตกต่างจากยูนิตการ์ดตรงตัวเลขด้านขวาล่างคือจำนวนครั้งในการใช้ การติดการ์ดอาวุธทำให้ลีดเดอร์สามารถทำการโจมตีได้เหมือนกับยูนิตการ์ด ซึ่งที่จริงแล้วหากสามารถเพิ่มพลังให้ลีดเดอร์ได้ก็สามารถสั่งให้ลีดเดอร์ทำการโจมตีได้เช่นกัน แต่การ์ดที่ทำแบบนั้นได้ยังมีอยู่น้อยมาก การใช้การ์ดอาวุธจึงเป็นวิธีที่ดูจะมีประสิทธิภาพมากกว่านั้นเอง และการ์ดบางใบจะระบุประเภทอาชีพของลีดเดอร์เอาไว้ด้วยว่าจะสามารถใช้งานการ์ดใบนี้ได้ต่อเมื่อเป็นอาชีพนั้นๆ ดูได้จากสัญลักษณ์ทางขวาบน จะแสดงเป็นรูป ดาบ, ไม้เท้า, ปลอกแขน ฯลฯ ถ้าเป็นรูปธงก็คือเป็นการ์ดร่วม ใช้กับลีดเดอร์อาชีพอะไรก็ได้นั่นเอง

Tutorial 2 กลยุทธ์การวางบอร์ด เพื่อเน้นการป้องกัน

แนวหน้าและแนวหลัง ช่องบนสนามจะแบ่งออกเป็นแนวหน้าและแนวหลัง หากมียูนิตขวางอยู่จะไม่สามารถโจมตีใส่ยูนิตที่อยู่แนวหลังได้ เรียกว่าการบล็อค (Block)

การสร้างกำแพง (Wall) หากเรามียูนิตอยู่ครบทั้ง 3 แถว จะเกิดสภาพที่เรียกว่า กำแพง ซึ่งจะช่วยป้องกันไม่ให้ลีดเดอร์โดนโจมตีแบบปกติได้ แต่จะไม่สามารถป้องกันการโจมตีที่เกิดจากสกิลการ์ดได้

Tutorial 3 เทนชั่นสกิล กุญแจสำคัญสู่ชัยชนะ

เทนชั่นสกิล เป็นความสามารถพิเศษของลีดเดอร์ โดยสามารถจ่าย 1 MP เพื่อเพิ่มค่าเทนชั่นในเทนชั่นเกจได้ โดยเทนชั่นเกจจะมีอยู่ 3 ขีด ถ้าเต็มแล้วลีดเดอร์จะสามารถใช้เทนชั่นสกิลที่ให้ผลลัพธ์แตกต่างกันไปตามแต่ลีดเดอร์ได้ และเทนชั่นการ์ดจะสามารถใช้ได้แค่ 1 ครั้งต่อ 1 เทิร์นเท่านั้น นอกจากนี้ระบบเทนชั่นยังจำเป็นต่อการใช้การ์ดที่มีเอฟเฟคท์ ท่าไม้ตาย อีกด้วย การจะใช้งานท่าไม้ตายได้จะต้องมีเทนชั่นเกจถึง 3 ขีดแล้วเท่านั้น และเมื่อใช้ไปแล้วเกจจะเหลือ 0 โดยเอฟเฟคท์ท่าไม้ตายจะให้ผลที่ค่อนข้างรุนแรง ขนาดที่ว่าสามารถเปลี่ยนผลแพ้ชนะกันได้เลยทเดียว

Tutorial 4 แต้มต่อ

การเริ่มก่อนเริ่มหลัง เกมนี้คนเริ่มก่อนจะเป็นฝ่ายได้เปรียบกว่ามากเพราะจะได้ค่า MP เร็วกว่าอีกฝ่าย รวมถึงสามารถลงยูนิตการ์ดเพื่อทำการตั้งบอร์ดทำให้โจมตีได้เร็วกว่าอีกฝ่าย จึงต้องมีการต่อแต้มให้กับฝ่ายที่ได้เริ่มเล่นทีหลังเพื่อความสมดุลของเกมนั่นเอง โดยฝ่ายที่เริ่มก่อนจะได้การ์ดมือแรก 3 ใบ ส่วนฝ่ายที่เริ่มเล่นทีหลังจะได้การ์ดเริ่ม 4 ใบ พร้อมกับค่าเทนชั่น +2 จากนั้นเมื่อเข้าเทิร์นของฝ่ายตนเองจะได้จั่วการ์ดเพิ่ม 1 ใบ โดยการ์ดที่ขึ้นมือมาตอนแรกนั้นเราสามารถเลือกเปลี่ยนมันได้ถ้าหากไม่พอใจ แ่ต่จะทำได้เพียงแค่ 1 ครั้งเท่านั้น ซึ่งเราควรจะเลือกเปลี่ยนการ์ดที่มีค่าร่ายสูงๆ ให้กลับไปในเด็คเสียก่อน เนื่องจากยังไม่สามารถใช้งานการ์ดเหล่านั้นได้ในช่วงแรกนั่นเอง และในกรณีที่การ์ดในเด็คเหลือ 0 จะยังไม่ถือว่าแพ้เกม แต่ทุกๆ ครั้งที่ต้องทำการจั่วการ์ดจะโดนโทษปรับเป็นการลด HP ของลีดเดอร์แทน

ระบบอาชีพ

หลังจากเริ่มเกมเราจะได้เด็คเริ่มต้นมาทั้งหมด 7 เด็ค ตามสายอาชีพของลีดเดอร์อันได้แก่ นักรบ, จอมเวทย์, จอมยุทธ์, นักบวช, พ่อค้า, นักทำนาย, นักดาบเวทย์ ซึ่งแต่ละเด็คก็จะมีสไตล์การเล่นที่แตกต่างกันไป เช่น เด็คนักรบจะเน้นการใช้การ์ดอาวุธมากเป็นพิเศษ, เด็คจอมเวทย์จะเน้นการทำแดมเมจแรงๆ จากการใช้สกิลการ์ดสายยิง นักบวชจะเน้นการฟื้นฟูพลังและเวทสั่งตาย ซากี้ พ่อค้าจะเน้นสายบัฟและเติมมือด้วยการหาของขึ้นมือ เป็นต้น

Match Ranking

การจับคู่เล่นเพื่อไต่อันดับ Rank เรียกได้ว่าเป็นกิจกรรมหลักของเกมนี้เหมือนกับการแข่งหมากรุกหรือหมากล้อม โดยจะเป็นการจับคู่เล่นกับคนที่มีแต้มเท่ากันที่อยู่ใน Rank เดียวกัน โดยคนที่ชนะจะได้เลื่อนขั้นไปยัง Rank ที่สูงขึ้น โดยไล่ขึ้นไปตั้งแต่ Bronze, Silver, Gold และสุดที่ Platinum เป็นการแข่งแบบเก็บแต้มดาวเพื่อไต่อันดับ โดยจะได้ของรางวัลตาม Rank ที่เราเป็น แต่สำหรับคนเพิ่งเริ่มเล่นผมขอแนะนำให้ไปเล่นแบบ Solo Play ด้วยโหมดเทรนนิ่งเสียก่อน เพื่อที่เราจะได้รู้สไตล์การเล่นเบื้องต้นของเด็คแต่ละสาย นอกจากนี้ หากสามารถเคลียร์เทรนนิ่งสเตจของแต่ละสายได้แล้วจะทำให้ได้รับการ์ดพิเศษของสายนั้นๆ มาใช้งานอีกด้วย ไม่จำเป็นต้องรีบร้อน ให้เล่นปูพื้นฐานจนความรู้เราแน่นก่อนแล้วค่อยไปลุย Rank จะดีกว่า

การทำเควสท์

เควสท์ในเกมนี้นั้นจะแบ่งออกเป็นเควสท์ประจำวัน ซึ่งจะมีให้ทำทุกวันโดยมีของรางวัลเป็น G สำหรับใช้นำไปเปิดซองการ์ดเพื่อหาการ์ดใหม่ๆ ได้ แต่ถ้าหากคิดว่าเราไม่สามารถทำเควสท์นั้นไหว ก็สามารถเปลี่ยนเควสท์ใหม่ได้ 1 ครั้ง โดยจะสุ่มเควสท์ใหม่มาให้ทำแทน ทว่า ของรางวัลจะถูกเปลี่ยนไปตามระดับความยากง่ายของเควสท์ด้วย

การเปิดซองการ์ด

ในการเปิดการ์ด 1 ซองจะได้การ์ดทั้งหมด 6 ใบ โดยจะการันตีการ์ดระดับ 1 ดาว ให้อย่างน้อย 1 ใบ แต่ถ้าดวงดีก็มีโอกาสจะเปิดได้แรร์การ์ดระดับ 2 ดาว (อัตราการออกอยู่ที่ 6%) และการ์ดระดับ 3 ดาว (อัตราการออกอยู่ที่ 1%) ได้เหมือนกัน โดยสามารถเลือกเปิดได้ว่าจะใช้ตั๋ว (1 ใบใช้เปิดได้ 1 ซอง) หรือใช้เงิน G (240G ต่อการเปิด 1 ซอง) ในการเปิด

นอกจากนี้ยังมีตั๋วพิเศษซึ่งจะการันตีการ์ดระดับ Legend Rare (3 ดาว) อยู่ด้วย โดยการ์ดซองนั้นจะได้การ์ดระดับ 3 ดาวแน่นอนอย่างน้อย 1 ใบขึ้นไป โดยช่วงเริ่มเกมใหม่นี้ทางเกมก็จะแจกให้ผู้เล่นทุกคนกันฟรีๆ ไปเลย 1 ใบ

ระบบ Legend Rare Charge

หากเราเปิดไม่ได้การ์ดระดับ Legend Rare (3 ดาว) เลยติดต่อกัน 29 ซอง ในการเปิดซองที่ 30 เกมจะการันตีให้ว่าในซองนั้นเราจะได้การ์ด 3 ดาวแน่นอนอย่างน้อย 1 ใบขึ้นไป โดยค่า Legend Rare Charge นี้สามารถเก็บสะสมได้ แต่ถ้าหากเราเปิดได้การ์ด 3 ดาวไปแล้วแต้มจะถูกรีเซ็ตกลับไปที่ 0 ใหม่ ส่วนการเปิดด้วยตั๋วการันตี Legend Rare จะไม่ถูกนับรวมเข้าไปด้วย

ระบบการย่อยการ์ดและการสร้างการ์ด ก็เหมือนระบบซื้อขายทั่วๆ ไปครับ เราสามารถเปลี่ยนการ์ดที่ไม่ต้องการให้กลายเป็นแต้ม แล้วสะสมแต้มนั้นเพื่อไปแลกเป็นการ์ดที่ต้องการได้ โดยการ์ดแต่ละระดับก็จะมีค่าแลกแตกต่างกันตามระดับความเก่งของการ์ด โดยการ์ดที่เป็นฟลอยนั้นเรียกว่า พรีเมี่ยม หากนำไปทำการย่อยจะทำให้ได้รับแต้มเยอะกว่าปกติมาก สำหรับโฮกาสที่เราจะได้การ์ดฟลอยนั้นปกติแล้วจะมีโอกาสสุ่มเจอจากการเปิดซองการ์ดทั่วๆ ไป โดยโอกาสที่จะออกมาเป็นการ์ดฟลอยนั้นจะอยู่ที่ 5% ต่อใบ

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *