[Game Review] Elden Ring ผลงานระดับมาสเตอร์พีซ จากทีมงานระดับตำนาน

ผลงานระดับมาสเตอร์พีซที่เกิดจากการจับคู่กันระหว่าง Hidetaka Miyazaki บิดาผู้ให้กำเนิดซีรี่ส์ Souls ร่วมกับ George R. R. Martin ผู้ประพันธ์เรื่อง Game of Thrones คนหนึ่งมีชื่อเสียงในวงการเกม ส่วนอีกคนหนึ่งก็เป็นนักเขียนระดับตำนานคนหนึ่ง จึงทำให้ความคาดหวัง Elden Ring เพิ่มขึ้นเป็นเท่าตัว ซึ่งท้ายที่สุดจะตอบโจทย์หรือไม่นั้น Game Review Elder Ring จะเป็นตอบคำถามนี้เอง…

Game Review Elder Ring ศึกชิงแหวน

เนื้อเรื่องในเกมเป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในดินแดนมัชฌิมาซึ่งเป็นเขตปกครองของ Queen Marika ผู้คงกระพัน และที่ดินแดนแห่งนี้ได้รับพลังจาก Elden Ring และ Erdtree แต่แล้ววันหนึ่ง Elden Ring ได้แตกสลายออกเป็นชิ้น และชิ้นส่วนใหญ่ที่แตกออกไปได้ตกไปอยู่ในมือเหล่าลูกหลานของ Marika ได้ครอบครองชิ้นส่วนของ Elden Ring หรือที่รู้จักกันในชื่อ Great Runes แต่พลังที่ได้มาก็นำมาซึ่งสงคราม นั่นจึงได้นำพาผู้มัวหมอง (ตัวเอก) ผู้ถูกขับไล่ออกจากดินแดนกลับคืนถิ่นเพื่อตามหา Elden Ring

Dark Souls ที่ยกระดับขึ้นมาอีกขั้น

ว่ากันด้วยเรื่องเกมเพลย์ ที่ไม่ว่าใครก็คงคิดว่าเป็น Dark Souls ภาคใหม่แน่นอน ซึ่งดูเหมือนว่าน่าจะเป็นแนวถนัดและเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวของคุณ Miyazaki ไปเสียแล้ว ไม่ว่าแกจะทำเกมอะไรมักคล้ายกันไปหมด ไล่มาตั้งแต่ Dark Souls, Bloodborne หรือล่าสุดอย่าง Sekiro ก็ไม่หนีกันไม่มากนัก ดังนั้น Elden Ring ก็ไม่ต่างอะไรจากเกมที่ว่ามาทั้งหมดนี้เลย โดยมีบรรยากาศเกมในลักษณะ Dark Fantasy เหมือนซีรี่ส์ Souls แต่เพิ่มฟีเจอร์ใหม่เพิ่มมิติในการเล่นเข้ามาอันเกิดจากประสบการณ์ในวงการเกม อย่างการหาของมาคราฟท์ไอเทม มีเวลากลางวัน-กลางคืน กระโดดได้ มีแผนที่ มีการพลางตัวและลอบสังหาร รวมไปถึงมีการขี่ม้าไปตามพื้นที่อันกว้างใหญ่ กลายเป็น Open World ไปอย่างแท้จริง หากให้เห็นภาพชัดเจนคือ Dark Souls ผสมกับ The Witcher กลายออกมาเป็น Elden Ring นั่นเอง

ภาพเนียนตาด้วยเทคโนโลยีที่สูงขึ้น

ในด้านกราฟฟิค มีการพัฒนาขึ้นในเรื่องเฟรมเรทที่ดูดีกว่า Dark Souls อาจเป็นเพราะการพัฒนาเกมในระดับเน็กซ์เจนอย่าง PS5 ด้วย จึงทำให้ดูลื่นไหลกว่าเดิม รวมไปถึงการปรับความละเอียดของการแสดงผลที่มีส่วนทำให้ภาพดูคมชัดขึ้น ส่วนเรื่องของเสียง มีเพิ่มเสียงพากย์ในเวลาโจมตีเข้ามา

โดยภาพรวมของเกม เป็นการอัพเกรดไปอีกขั้นหนึ่ง ด้วยการทำเกมให้ออกมาเป็น Open World และใส่ฟีเจอร์อะไรต่างๆ ที่เป็นแนวทางของอาร์พีจียุคใหม่ก็ช่วยสร้างมิติความสนุกให้ได้มากกว่าเดิม และที่ขาดไม่ได้ก็คือ ความยากที่ยังคงรักษามาตรฐานในระดับของ Hidetaka Miyazaki เอาไว้ได้

ท้ายสุดนี้ เกมมีภาษาไทยเกือบเต็มรูปแบบ นอกจากตัวเลือกตอนไตเติ้ลกับเสียงพากย์แล้ว นอกนั้นเป็นภาษาไทยหมด ซึ่งการใช้ภาษาทำได้ยอดเยี่ยมทีเดียวได้อารมณ์แฟนตาซีและลื่นไหลอ่านกันอย่างเพลิดเพลิน คะแนนเกมนี้จึงให้เลยที่ 9 เต็ม 10…

สนับสนุนการรีวิว Bandai Namco Entertainment Asia

► ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ❖ FB Bandai Namco Entertainment
► ข่าวอื่นๆ ที่เกี่ยวข้อง ❖ FB MEGAXGAMEGame Reivew

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *