[Final Fantasy VII] 20 ปีแห่งความทรงจำ กับไฟนอลภาคที่ดีที่สุดภาคหนึ่ง!!

Street Fight 2 01

หากจะนับประวัติศาสตร์ของ Final Fantasy ยุคใหม่ ก็คงต้องเริ่มจากภาค 7 กันอย่างเป็นทางการ เนื่องจากในภาคนี้เป็นภาคที่สร้างประวัติการณ์ต่างๆ เอาไว้มากมาย ทั้งเป็นภาคแรกที่ทำตัวเกมออกมาเป็นโพลีกอน 3 มิติเป็นครั้งแรก และย้ายเคื่องวางจำหน่ายมายังเครื่องเกมน้องใหม่ของโซนี่อย่าง Play Station ซึ่งก่อนหน้านั้น Final Fantasy นับได้ว่าเป็นเกมที่ถือกำเนิดขึ้นมาบนเครื่องเกมของนินเทนโด และวางจำหน่ายบนเครื่องเกมของนินเทนโดมาตลอด การย้ายมาเครื่องเกมโซนี่นั้น เท่ากับเป็นการจบประวัติศาสตร์ของ Final Fantasy ภาคหลักกับเครื่องเกมของนินเทนโดลง เพราะหลังจากนั้นเป็นต้นมา ก็ไม่เคยมี Final Fantasy ภาคหลักได้กลับไปลงให้กับเครื่องเกมของนินเทนโดอีกเลย

ในการเปิดตังวครั้งแรกของภาค 7 นั้น คงต้องท้าวความไปในช่วงเปลี่ยนผ่านจากเครื่อง Super Famicom มาเป็นเครื่อง N64 ของฝั่งนินเทนโด โดยในช่วงที่เครื่อง N64 ยังอยู่ในช่วงการพัฒนาอยู่นั้น ได้มีการปล่อยเทคเดโมของ Final Fantasy 6 ที่ออกมาเป็นรูปแบบ 3 มิติ ซึ่งถือว่าเป็นครั้งแรกของซีรี่ส์เลยทีเดียว ซึ่งเทคเดโมนั้น ก็ทำให้แฟนๆ ของซีรี่ส์ต่างก็พากันคิดไปว่า ตัวเกมภาคใหม่ก็น่าจะยังคงอยู่กับเครื่องเกมของนินเทนโดเช่นเดิมนั่นล่ะ

แต่เอาเข้าจริงๆ นั้น การพัฒนาเกมภาค 7 เริ่มต้นขึ้นในปี 1994 โดยเริ่มแรกนั้นตัวเกมได้ถูกพัฒนาเพื่อที่จะเอามาลงให้กับเครื่อง Super Famicom เช่นเดียวกับ 6 ภาคแรกนั่นเอง แต่ด้วยในช่วงนั้นเทคโนโลยีโพลีกอน 3 มิติเริ่มเข้ามามีบทบาทในแวดวงของการทำเกม ดังนั้นทีมงานพัฒนาจึงตัดสินใจที่จะพัฒนาเกมให้กลายเป็นรูปแบบ 3 มิติด้วย และเนื่องจากเครื่องเกมใหม่ของนินเทนโด N64 ได้ประกาศว่าจะยังคงใช้ตลับเป็นตัวบรรจุเกมอยู่เช่นเดิม และเมินเทคโนโลยีใหม่ CD Rom ที่ทางนินเทนโดได้ร่วมมือกับทางโซนี่ในการพัฒนา เนื่องจากทางนินเทนโดให้เหตุผลว่า ไม่ต้องการให้เกมของตนมีการโหลดข้อมูลในระหว่างเล่น เพราะจะทำให้ผู้เล่นเสียอารมณ์ในการเล่นไป ทำให้ทางโซนี่ตัดสินใจนำเอาการพัฒนาเครื่องเกม CD Rom มาสานต่อเอง และก็ได้เป็นเครื่องเกม Play Station ที่ใช้มีเดียแบบ CD Rom ในการบรรจุเกมขึ้นมา และนี่ก็เป็นเหตุผลให้ทีมพัฒนา Final Fantasy VII ย้ายการพัฒนามาลงยังเครื่อง Play Station แทน ด้วยความจุกว่า 650 เมกในตอนนั้น ซึ่งถือว่าเยอะมาก แต่ตัวเกม Final Fanytasy VII ก็ยังใช้แผ่น CD ถึง 3 แผ่นนการบรรจุเกมเลยทีเดียว
และเมื่อมาถึงปี 1996 การพัฒนาก็ใกล้จะเสร็จสิ้น ทาง Square ที่ยังไม่รวมกับ Enix ในตอนนั้น ก็เริ่มปล่อยตัวอย่างของ Final Fantasy VII ออกมาให้แฟนๆ ได้ชมกัน แน่นอนว่าโลกทรรศใหม่ในแบบ 3 มิติที่ทำให้ผู้เล่นมีส่วนร่วมมากกว่าตอน 2 มิตินั้น ทำให้แฟนๆ ต่างก็ตื่นเต้นและตั้งตารอที่จะได้เล่นเกมภาคนี้ ซึ่งนับว่าผลตอบรับในการพัฒนาเกมภาคนี้นั้นออกมาค่อนข้างที่จะดีมากเลยทีเดียว
จนมาถึงปี 1997 ในวันที่ 31 มกราคม Final Fantasy VII ก็ถึงเวลาออกมาวางจำหน่ายให้แฟนๆ ได้เล่นกันบนเครื่องเกมใหม่ Play Station โดยตัวเกมนั้นใช้งบประมาณในการพัฒนาไปถึง 80 ล้านเหรียญสหรัฐ และทีมงานกว่า 200 คนเลยทีเดียว โดยบิดาของซีรี่ส์ Hironobu Sakakushi รับหน้าที่โปรดิวซ์ตัวเกม และ Yoshinori Kitase ซึ่งต่อมากลายเป็นโปรดิวเซอร์ของซีรี่ส์หลังจากที่เฮียซากากุจิออกจากสแควร์ไป รับหน้าที่ไดเร็กเตอร์ของเกม

ในส่วนของงานออกแบบ ได้มีการเปลี่ยนมาให้ Tetsuya Nomura เป็นผู้ออกแบบวิชชั่นหลักๆ ของเกม หลังจากที่ในภาคก่อนๆ เขาเป็นผู้ที่ทำงานอาร์ตเวิร์คต่อจาก Yoshitaka Amano เท่านั้น แต่อามาโน่ก็ยังคงเป็นคนเขียนภาพคอนเซ็ฟท์อาร์ตของภาคนี้อยู่ ส่วนเพลงประกอบต่างๆ ก็ยังคงเป็นฝีมือของ Nobuo Uemutsu ที่ทำเพลงประกอบของซีรี่ส์มาโดยตลอดอยู่เช่นเดิม

Street Fight 2 01

Street Fight 2 01

หลังจากที่วางจำหน่ายที่ญี่ปุ่น เวอร์ชั่นอเมริกาก็วางจำหน่ายในวันที่ 7 ตุลาคม และยุโรปในวันที่ 14 พฤศจิกายน ตามลำดับ และหลังจากนั้นก้มีการนำมาวางจำหน่ายบน PC และมีการรีกลับมาขายใหม่อีกหลายครั้งบนเครื่องเกมใหม่ๆ รวมถึงการนำมาต่อยอดสร้างเป็นภาคต่ออย่าง Crisis Core Final Fantasy ที่จะเรียกภาคต่อก็ไม่ถูกนัก เพราะเรื่องราวจะเป็นการย้อนไปก่อนที่จะเป้นเรื่องของ Final Fantasy VII ภาคหลัก และอนิเมชั่น 3 มิติเรื่องราวการรียูเนียนทีมอีกครั้ง ใน Advent Children และในช่วงปลายปีนี้ หากไม่พลาด แฟนๆ ก็จะได้เล่นเกมนี้ในแบบรีเมคบนเครื่อง PS4 กันอีกครั้ง

Final Fantasy VII น่าจะเป็นภาคที่เป้นรอยต่อระหว่างแฟนๆ ของซีรี่ส์รุ่นเก่า กับรุ่นใหม่ได้ดีที่สุด นักเล่นที่เล่นเกมนี้ในยุคนั้นหรือรุ่นต่อๆ มา ก็งมีความประทับใจในภาคนี้ที่แตกต่างกันออกไป และคงจะปฏิเสธไม่ได้ว่า นี่คือหนึ่งในภาคที่ดีที่สุดของซีรี่ส์อย่างไม่ต้องสงสัยกันเลยทีเดียว
พิสูจน์ได้ด้วยระยะเวลา 20 ปีที่ผ่านมา ตัวเกมก้ยังถูกกล่าวถึง นึกถึงหากถามถึงเกมแนว RPG ที่น่าประทับใจในชีวิตการเล่นเกม หรือ Final Fantasy ภาคที่น่าประทับใจ ต้องมีชื่อของภาคนี้ติดอยู่ด้วยแน่ๆ
ไม่รู้ว่าภาครีเมคที่ออกมาจะทำได้ดีเท่ากับที่ของเดิมทำไว้ได้หรือไม่ ก็คงต้องรอติดตามกันต่อไปล่ะครับ

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *