[Dissect] เทคนิค Sekiro Shadows Die Twice เคล็ดลับเอาตัวรอด

Sekiro เป็นเกมที่เข้าขั้นยากมาก ส่วนหนึ่งมาจากการที่ไม่มีเลเวลหรืออุปกรณ์ช่วย ต้องอาศัยฝีมือล้วนๆ ซึ่งการเรียนรู้ เทคนิค Sekiro และระบบเกมให้เข้าถึงแก่นจะช่วยให้เข้าใจได้มากขึ้น ที่สำคัญจำเป็นต้องฝึกฝนให้คล่องๆ จะช่วยให้เล่นเกมได้ง่ายขึ้นอีกนิดหนึ่ง

เทคนิค Sekiro

สมดุลร่างกายและการสังหาร

สมดุลร่างกายเป็นหนึ่งในระบบเกมที่ช่วยให้สังหารศัตรูได้ในดาบเดียว โดยทั้งตัวเอกและฝ่ายตรงข้ามจะมีเกจความสมดุลนี้อยู่ตรงบริเวณด้านบนและล่างของจอ (ด้านบนเป็นของศัตรู ส่วนด้านล่างของตัวเอก) หากทำให้เกจเพิ่มจนเต็มได้สำเร็จไม่ว่าฝ่ายใดก็ตามจะเกิดการเสียหลัก เปิดช่องให้อีกฝ่ายลงมือใช้ท่าสังหารได้ทันที ส่งผลให้พลังชีวิตหมดได้หนึ่งหลอดเต็มๆ โดยไม่สนว่าจะเหลือ HP เท่าไหร่ (ศัตรูบางตัวโดยเฉพาะบอสมักมี 2 หลอด) โดยการที่ทำให้เกจความสมดุลเพิ่มขึ้นได้นั้นมีดังนี้

  • เมื่อศัตรูบล็อคการโจมตี / เมื่อตัวเอกบล็อคการโจมตีของศัตรู
  • เมื่อปัดการโจมตีของศัตรูได้ (กดบล็อคในจังหวะก่อนที่การโจมตีจะถึงตัว)
  • เมื่อศัตรูถูกโจมตีภายหลังจากตั้งรับ
  • เมื่อศัตรูถูกกระโดดเหยียบ
  • เมื่อสร้างความเสียหายแก่ศัตรู / เมื่อตัวเอกโดยศัตรูเล่นงาน

จำนวนที่เพิ่มขึ้นนั้นขึ้นอยู่กับประเภทข้าศึกว่า เป็นประเภทไหน พวกทหารกระจอกๆ ก็ขึ้นง่ายหน่อย แต่กับบอสจะขึ้นน้อยและต้องใช้เวลามากกว่า นอกจากนี้ พลังชีวิตกับสมดุลร่างกายมีความเกี่ยวพันกัน ยิ่งเหลือพลังชีวิตน้อยลงยิ่งเสียสมดุลเยอะขึ้น และเมื่อเหลือพลังชีวิตน้อยการฟื้นตัวของความสมดุลยิ่งช้า ดังนั้นเวลาสู้กับบอสควรลดพลังชีวิตให้ได้จำนวนหนึ่งก่อน แล้วจึงทำการพุ่งเป้าไปที่สมดุลร่างกาย


ในทางตรงกันข้าม หากหลบหลีกไม่ให้โดนเล่นงานได้ระยะหนึ่ง เกจความสมดุลจะลดลง หรือถ้ากดป้องกันจะช่วยเพิ่มความเร็วในการลดลงได้เพิ่มขึ้น
ส่วนการสังหาร (Deathblow) สามารถทำได้สองวิธี โดยวิธีแรกคือ ทำให้ฝ่ายตรงข้ามเสียการทรงตัวหรือเสียสมดุลก่อน จากนั้นจะเกิดจุดสีแดงบนตัว พอกด R1 โจมตีก็จะกลายเป็นท่าสังหารไป อีกวิธีหนึ่งคือ ใช้การลอบเข้าไปสังหารจากทางด้านหลัง

ความตาย

สำหรับเกม Sekiro แล้ว ความตายเป็นเรื่องปกติที่เกิดขึ้นได้เป็นประจำ แต่ด้วยพลังบางอย่างช่วยส่งผลให้ตัวละครสามารถคืนชีพกลับมาได้ในทันทีตามจำนวนชีวิตที่เหลืออยู่ ซึ่งแสดงด้วยช่องวงกลมที่อยู่เหนือพลังชีวิตทางด้านล่างซ้ายของจอ ทว่าหากตายซ้ำอีกจนหมดชีวิตจะถือเป็นการตายจริง สังเกตุดูจากสีของตัวอักษรตอนตายก็ได้ หากเป็นสีขาวเทาๆ สามารถคืนชีพได้อยู่ แต่ถ้าเป็นสีแดงเป็นการตายจริงไม่มีฟื้น ส่วนส่งผลเสียของการตายจริงได้แก่

  • เสียเงินครึ่งหนึ่งของที่มีติดตัว
  • เสียค่าประสบการณ์ครึ่งหนึ่ง

อย่างไรก็ตาม ในบางครั้งด้วยพลังคุ้มครอง (Unseen Aid) ก็อาจช่วยปกป้องไม่ให้เกิดผลเสียใดๆ ต่อตัวละครได้เช่นกัน โดยโอกาสเกิดความคุ้มครองคิดเป็นจำนวนเปอร์เซ็นต์ ยิ่งมากก็ยิ่งมีโอกาสเกิดบ่อย

อาการไอมังกร (Dragonrot)

เป็นอาการโรคระบาดที่เกิดขึ้นกับผู้คนที่ตัวเอกไปติดต่อสัมพันธ์ด้วย สาเหตุเกิดจากการตายซ้ำๆ ไปมาจนถึงจุดที่เกมกำหนดไว้ราว 4 รอบ และส่งผลเสียต่อความคุ้มครองที่ลดลง แต่ก็มีทางรักษาโดยใช้น้ำค้างโลหิตมังกร (Dragon’s Blood Droplet) ซึ่งวิธีการรักษามีขั้นตอนดังต่อไปนี้

  1. หลังจากเกิดโรคนี้ขึ้นกับช่างแกะสลัก มาคุยกับเอมะเพื่อให้เธอค้นหาวิธีรักษา
  2. ผ่านสักพัก ย้อนกลับมาพบเอมะภายในวัดกับช่างแกะสลัก จากนั้นคุยกับเอมะถึงวิธีการรักษาแล้ว โดยให้ไปหาผู้ป่วยที่เป็นโรคนี้ และเก็บตัวอย่างเลือดจากอาเจียนมา โดยรายชื่อคนป่วยดูได้ในช่องไอเทมสำคัญ
  3. พอได้ตัวอย่างเลือดมาแล้วนำกลับมาให้เอมะ เธอจะให้ของมาสองอย่างคือ น้ำค้างโลหิตมังก กับยาบรรเทาที่ช่วยรักษาอาการป่วยให้ผู้ป่วยทั้งหมด
  4. มาที่รูปปั้นมาร จะมีหัวข้อใหม่ขึ้นมาด้านล่างสุด เอาไว้ใช้รักษาอาการป่วยที่กล่าวมา

ข้อความแสดงถึงอาการที่เกิดขึ้นกับบุคคล

สะสมค่าประสบการณ์เพื่อนำไปแลกสกิล

เกมนี้ไม่มีเลเวล แต่ยังมีค่าประสบการณ์ที่ได้จากการปราบศัตรู โดยจะแสดงเป็นแถบสีฟ้าทางขวาของจอหลังจากเอาชนะศัตรูได้ และเมื่อสะสมจนเต็มหลอดก็จะได้แต้มมา 1 แต้มไว้นำมาใช้แลกซื้อสกิลที่รูปปั้นต่อไป โดยยิ่งสกิลดียิ่งต้องใช้แต้มเยอะ ไม่เท่านั้นยังมีสกิลหลายแบบให้เลือกด้วย

หาวัตถุดิบมาพัฒนาแขนกล

ระบบอัพเกรดของเกมที่ใช้เพื่อปรับปรุงแขนกลให้ทรงประสิทธิภาพเพิ่มขึ้น โดยฟังก์ชั่นนี้ใช้งานได้ภายหลังจากเอาชนะโอนิเกียวบุได้แล้ว โดยการพัฒนาจำเป็นต้องอาศัยทั้งเงินและวัตถุดิบที่จำเป็น ซึ่งหาได้ตามสถานที่ต่างๆ หรือไม่ก็ดร็อปจากศัตรูบางตัวเช่นกัน

เทคนิคสำหรับมือใหม่

  1. พยายามหาโอกาสลอบสังหารศัตรูให้ได้มากที่สุด
  2. คอยดูจังหวะหาทางสะท้อนการโจมตี อย่ากดรัวเพราะจะเป็นการแคนเซิลการสะท้อน และอาจเปิดช่องให้ฝ่ายตรงข้ามเล่นงานได้
  3. อย่าสู้กับศัตรูหลายตัวพร้อมกัน ควรหาทางสู้ตัวต่อต่อได้เป็นดี หรืออย่างแย่ไม่ควรสู้พร้อมกันเกิน 4 ตัวขึ้นไป
  4. เลือกจัดการศัตรูที่ใช้ธนูหรือปืนก่อน
  5. ศัตรูมีจุดอ่อนเสมอ เลือกหาทางใช้ประโยชน์จากจุดอ่อนมันให้ได้
  6. ระวังการโจมตีที่บล็อคไม่ได้ (ตัวอักษรแดง) ทางรอดมีแค่ปัดการโจมตีหรือหลบเท่านั้น เลือกให้เหมาะกับสถานการณ์

ติดตามเทคนิคเกมต่างๆ ได้ที่
http://www.megaxgame.com/home/tag/how-to-win/
http://www.megaxgame.com/home/tag/dissect-zone/

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *