Review The DioFIELD CHRONICLE (DEMO)

  • PLATFORM: PS4, PS5, SW, XSX, X1
  • GENRE: RTS RPG
  • DEVELOPER: Lancarse
  • PUBLISHER: SQUAREENIX
  • RELEASE DATE 22 SEPTEMBER 2022

ผสมผสาน RTS กับ RPG

               พอเห็นเป็นเกมแนวซิมูเลชั่น (เรียกกันตามแบบคนเล่นเกมญี่ปุ่นไม่ได้เล่น PC) ผมก็สนใจเกมนี้ทันทีครับ ดูสไตล์แล้ว ทำให้นึกถึงเกมอย่าง เดอะ ลาสต์ แรมเนนท์ ซึ่งเวลาสู้ก็เป็นแนว Strategy แต่ว่าดำเนินเรื่องเป็น RPG มีการวิ่งไปมาในเมืองในฉาก ซื้ออาวุธ ก่อนเข้าสู่โหมดต่อสู้แบบวางแผนในพื้นที่ ซึ่งเกมนี้ก็คล้ายกันอย่างมากครับ

อย่างไรก็ตามรีวิวรอบนี้ยังไม่เต็มที่นักเพราะเกมนี้ยังเป็นเดโมนะครับ ตัวจริงจะออกเดือนกันยายน แต่เนื่องจากผมสั่งเซตลิมิตไป อาจจะได้ช้ามากถึงเกือบสองเดือนทำให้รีวิวได้ช้า เลยต้องรีบมารีวิวซะก่อน (ฮา)

               ตัวเกมนั้นมีรูปแบบการเล่นหลัก ๆ แบ่งออกเป็น 2 ส่วน ส่วนแรกคือส่วน RPG สำหรับเตรียมตัว ดำเนินเรื่อง และ ส่วนที่เป็นการวางแผนการรบเข้าฉากต่อสู้  โดยจะมีเนื้อเรื่องแทรกเป็นระยะ ๆ ในระหว่างต่อสู้ หรือดำเนินเรื่อง

             แม้ฉากรบในเกมนี้จะมีลักษณะเป็นเกมวางแผนการรบ หรือ Stretegy แบบเรียลไทม์ คือการเลือกจุดไป แต่การดำเนินเรื่องในระหว่างฉากรบ จะผสมรูปแบบเกม RPG เข้ามาด้วย คือเราจะต้องเดินตัวละครไปตามจุด ซึ่งมีลักษณะของการจิ้มเดินในแบบ 2.5D RPG ที่มีมุมมองเฉียงลงแบบ เดียโบร ต่างกันแค่ว่าเราต้องเลือกเดินทั้ง 4 ตัวละคร ไม่ใช่ลากไปเป็นกลุ่ม พอเลือกแล้วตัวละครจะโจมตีโดยอัตโนมัติ

แต่ที่ไม่เรียกเกมนี้ว่าเป็น RPG แต่กลายเป็น Strategy ก็คือ การเผชิญหน้าศัตรู ที่ออกมาตามจุด ออกมาเป็นชุด ๆ และจะต้องผ่านไปทีละจุด หรือเช็คพอยท์ เพื่อเริ่มการต่อสู้ชุดต่อไป ตรงนี้เป็นสไตล์เกมวางแผนการรบอย่างแท้จริง จึงไม่อาจแอบอ้างว่าเป็น RPG ได้ อย่างไรก้ตาม นี่เป็นเพียงเดโมจึงอาจจะเป็นแบบนี้ ตัวเกมหลัง ๆ อาจจะมีศัตรูออกมาเป็นจำนวนมากตั้งแต่ต้นก็ได้   

เรื่องราวเข้มข้นในสไตล์ Strategy

               จุดที่สัมผัสได้ในทุกเกมแนววางแผนรบของ Squareenix คือการดำเนินเรื่องที่เข้มข้น ตัวเอกถ้าไม่เป็นเจ้าชายตกอับ ก็เป็นกองโจรแล้วกลับมาเป็นทายาทอะไรสักอย่างทีหลัง เกมนี้ก็เช่นกันครับ

หลังจากสงครามใหญ่ระหว่างจักรวรรดิโทรเวลท์ สโชเวน (Trovelt-Schoevian Empire)  กับ กลุ่มพันธมิตร โรเวเทล (Rowetale Alliance) ที่จักรวรรดิสามารถเอาชนะในการรบได้ พวกเขาเริ่มคุกคามไปยังอาณาจักรอื่น อย่างเช่น อาณาจักร อัลเลเทียน (Kingdom of Alletain) ที่อยู่ใกล้กับอาณาเขตของทั้งคู่ สำหรับตัวเอกเป็นกลุ่มทหารกองโจร Blue Fox ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับอาณาจักร อัลเลเทียน (Kingdom of Alletain)  ซึ่งมีกลุ่มกองโจรกลุ่มอื่น ๆ ที่ไม่ยอมก้มหัวให้จักรวรรดิ และพร้อมให้ความร่วมมือกับ Blue Fox พวกเขาเริ่มรวมกองทัพและเข้าต่อสู้ โดยนอกจากเป้าหมายในการต่อต้านจักรวรรดิแล้ว ยังมีเรื่องของการค้นหาความลับที่ซ่อนอยู่ของเหล่าจอมเวทย์โบราณ และแน่นอน การเผชิญหน้ากับศัตรูที่ไม่ใช่มนุษย์ แต่เป็นเหล่าปีศาจ

มีมนต์อสูรจึงถูกมองเป็น ไฟนอล แฟนตาซี

               เมื่อเกมนี้ถูกวางจำหน่ายโดย Squareenix ทำให้ถูกมองเป็นเกมที่เกี่ยวข้องกับไฟนอล แฟนตาซี อย่างเลี่ยงไม่ได้ มีบางมองว่าเกมนี้คือ ไฟนอล แฟนตาซี แทคติก แบบ เรียลไทม์เลยด้วยซ้ำ แต่ที่เหมือน ไฟนอล แฟนตาซี หรือ ไฟนอล แฟนตาซีแทคติก ก็แค่ตัวเกมมีมนต์อสูร แต่เกมนี้ไม่มีส่วนคล้ายไฟนอล แฟนตาซี แทคติก เลยครับ มนอสูร ที่มีก็ใช้วิธีเรียกคนละอย่าง นอกจากนี้ ระบบอาชีพ และ สกิลต่าง ๆ ก็ยังแตกต่างมากด้วย

               อย่างที่บอกแล้วว่าตัวเกมแบ่งเป็น 2 ส่วน ตรงนี้จะขออธิบายส่วนแรกคือส่วนของการอัพเกรดต่าง ๆ ในฐานทัพก่อน เราสามารถซื้ออาวุธให้ตัวละครแต่ละคนได้ จากเงินที่ได้มาจากฉากต่อสู้ ซื้ออาวุธแล้วก็สวมใส่กับตัวละครแต่ละคน นอกจากอาวุธแล้วยังมีไอเทมอื่นเช่น แอกเซสซอรี่ และไอเทมสำหรับเติมพลังทั้งหลาย

นอกจากการซื้ออาวุธ ยังมีฝ่ายพัฒนาที่จะสามารถเลือกพัฒนาสกิลของกองทัพ ที่จะเสริมให้ตัวละครสามารถใช้ทหารในกองทัพได้ เช่นการเรียกกองธนูมาสาดลูกธนูไปข้างหน้า หรือ เรียกกองท้พม้าพุ่งทะลวงแทง ซึ่งการอัพเกรดทหารนี้จะมีรูปแบบเป็นสกิลทรี โดนตัวเลือกจะมีแบ่งเป็นอาชีพ คือ ทหารม้า ทหารเดินเท้า พลธนู และ นักเวทย์ ซึ่งแต่ละอาชีพก็จะมีกำหนดสกิลทรีไว้ตามประเภทแยกเป็นสาย ๆ แต่ว่าจะไม่เท่ากันในแต่ละอาชีพ

เมื่อเลือกไปที่ตัวละคร สามารถอัพเดทสกิลเฉพาะตัวละครได้อีกด้วย โดยจะเป็นความสามารถส่วนตัวแบบ Passive ซะส่วนใหญ่ เช่นเปอร์เซ็นการฟื้นพลัง เปอร์เซ็นการติดคริติเคิล หรือ เปอร์เซ็นการหลบหลีกเป็นต้น

นอกจากการอัพเกรดแล้ว ในฉากนี้ยังต้องดำเนินเรือ่งด้วย ตัวฉากจะมีลักษณะเป็น 3D วิ่งไปในพื้นที่ต่าง ๆ ในฐานทัพ คุยกับตัวละครอื่น ๆ ดำเนินเรื่องไปตามอีเวนท์ และจะเข้าสู่การเลือกสนามรบ นอกจากนี้ ยังสามารถเลือกซ้อมรบได้ เมื่อเพิ่มระดับถึงตามกำหนดแล้ว

เลือกเดินไปตามจุด ใช้ท่าเคลียร์ทาง

               เมื่อเข้าสู่ฉากรบจะตัดฉากเป็น 2.5D มุมมองเฉียงลง เราจะกำหนดทีมสำหรับลงไปในฉาก พร้อมกับ NPC และเป้าหมาย โดยจะมองเห็นศัตรู ปรากฏตัวในฉาก และเราสามารถรู้ระยะมองเห็นของศัตรูได้จากวงกลมที่แสดง เช่นเดียวกัน ฝ่ายเราก็มีระยะมองเห็น ซึ่งวิธีต่อสู้เป็นการเลือกที่ตัวละคร แล้วเลื่อนไปที่จุดที่ต้องการจะให้ตัวละครไปแล้วกดปุ่มตกลง ตัวละครก็จะเคลื่อนที่ไปจุดนั้นโดยอัตโนมัติ

               การเคลื่อนที่ของตัวละคร จะมีความเร็วแตกต่างไปตามประเภทของอาชีพ และเมื่อเราเข้าไปถึงระยะมองเห็นของศัตรู ศัตรูจะมุ่งมาหาเราและโจมตี โดยตัวละครฝ่ายเราก็สามารถโจมตีกลับแบบอัตโนมัติ ซึ่งเราและศัตรูยังสามารถใช้ท่าไม้ตายโจมตีได้ด้วย ฝ่ายเรานั้นได้เปรียบที่เมื่อใช้แล้วท่าออกมาเลย แต่ว่า ฝ่ายศัตรูใช้ท่าโจมตีจะมีการนับโดยดูจากแถบที่ค่อย ๆ ขึ้นบนพื้น ถ้าแถบเต็ม ท่าไม้ตายก็จะออกมา ระหว่างที่แถบกำลังขึ้น ฝ่ายเราสามารถเดินหลบจากพื้นที่ได้ ท่าไม้ตายจะมีวงบอกระยะ หรือแถบบอกระยะ บางท่าเป็นการโจมตีแบบเส้นตรง บางท่าเป็นการโจมตีเป็นวงกลม

               หลังจากกำจัดศัตรูแล้ว จะมีจุดแสงตกลงมาตามพื้น ซึ่งแต่ละสีจะมีคุณสมบัติแตกต่างกัน สีฟ้าเป็นสีแห่งพลังอสูรที่ทำให้สามารถเรียกบาฮามูธออกมาโจมตีได้ เมื่อเก็บได้ครบลูกแก้ว 1 ลูก ก็จะใช้บาฮามูทได้ 1 ครั้ง ซึ่งบาฮามูทก็จะมีวงโจมตีเหมือนท่าไม้ตายเช่นกัน

               นอกจากท่าไม้ตายแล้ว ตัวละครยังสามารถใช้ไอเทมได้ในระหว่างการต่อสู้ โดยไอเทมที่ถือจะขึ้นมาในแถบเดียวกันกับท่าไม้ตาย และตัวละครที่ใช้เวทย์ ก็จะสามารถร่ายเวทย์ได้ อย่างเช่นฟื้นพลัง หรือ เมเทโอ

เดโม ยังไม่เต็มที่ต้องรอดูของจริง

               หลังจากที่ได้ทดสอบเล่นเดโมเกมนี้ไป คงต้องบอกว่าตัวเกมน่าสนใจ แม้จะไม่แปลกใหม่แต่ก็ผสมผสานแนวเกมที่แตกต่างกันมาไว้ด้วยกันอย่างลงตัวครับ ถ้าใครอยากเล่นเกมวางแผนแบบเคร่งเครียด ถ้าแค่เดโมยังไม่ถึงขั้นนั้น แต่ที่ดูแล้ว ถ้าชอบเกมสไตล์เนื้อเรื่อง เกมนี้น่าจะตอบคำถามให้คนที่สนใจได้

  • คะแนนรีวิว
  • เกมเพลย์ 17
  • กราฟฟิค 5
  • เสียง 8

About The Author

Related posts

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *