[Monster Hunter World] คู่มือนักล่าเบฮีโมธ

 

มอนสเตอร์ฮันเตอร์เวิร์ล แพทช์ 5.0 ได้ทำการอัพเดทและเพิ่มมอนสเตอร์ใหม่เข้ามา ซึ่งเจ้าตัวใหม่ที่ว่านี้ก็คือ เบฮีโมธ (Behemoth) สัตว์ร้ายทรงพลังประจำซีรี่ย์ไฟนอลแฟนตาซี ที่ได้มีโอกาสข้ามมิติมายังโลกใหม่นี้กับเขาด้วย และฝีมือของมันนั้นโหดร้ายมาก หากไม่รู้กลไกอาจมีตายได้ ดังนั้นทาง MXG จึงขอแนะนำวิธีการต่อสู้ให้ได้ทราบกัน

 

เงื่อนไขจำเป็น

ก่อนอื่นเลย ตัวผู้เล่นต้องมี HR 16 เสียก่อนจึงจะเข้าเงื่อนไข จากนั้นก็เริ่มต้นตามหาเบฮีโมธ (Behemoth) โดยจากการพูดคุยกับ Serious Handler ที่บริเวณหน้าทางเข้าด้านล่าง ซึ่งหลังคุยจบเธอจะมอบหมายภารกิจเป็น Special Assighment “A Visitor from Another World”

เริ่มต้นออกล่าเบฮีโมธ

ภารกิจของงานนี้เป็นการออกไล่ตามซาโบเทนเดอร์หรือ Cactuar ไปเรื่อยๆ จนกระทั่งเจอกับคริสตัล หลังจากนั้นจะเกิดอีเวนท์ขึ้น และต้องไล่ล่า Kulu-Ya-Ku ซึ่งมีความพิเศษตรงที่มันจะถือคริสตัลป้องกันตัวไว้ตลอด ดังนั้นโจมตีจากด้านหน้าจะไม่ได้ผลต้องเล่นงานจากทิศทางอื่นเอา ไม่เท่านั้นยิ่งสู้ไปตัวมันจะยิ่งขยายใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ตรงนี้ทำให้มันมีพลังโจมตีที่แรงขึ้นกว่าปกติ แต่การเคลื่อนไหวไม่ต่างกัน ไม่น่าจะรับมือยากนัก

อนึ่งทริคในการต่อสู้ ให้ใช้ประโยชน์จากซาโบเทนเดอร์ที่อยู่ตามทาง ทำการยิงกระสุนใส่ไปที่ตัว มันจะพ่นเข็มพันเล่มออกมาใส่บริเวณรอบข้าง

หลังเคลียภารกิจดังกล่าว ทีนี้จะได้ภารกิจใหม่ชื่อว่า “The Legendary Beast” ซึ่งเป้าหมายของงานนี้เป็นแค่การขับไล่เบฮีโมธออกไป โดยเมื่อมันใช้ Ecliptic Meteor แล้ว ก็จะถือว่า สิ้นสุดภารกิจ (งานนี้แค่น้ำจิ้มลองเชิงเรียนรู้กลไกการเคลื่อนไหวของมัน ดูวิธีการรับมือในหัวข้อต่อไป) ทีนี้กลับมาคุยกับ Handler คนเดิมจะได้ภารกิจ “He Taken It With His Eyes” อันนี้เป็นภารกิจจริงที่ต้องปราบเบฮีโมธให้ได้ภายในเวลา 35 นาที

 

วิธีรับมือเบฮีโมธ

การสู้เบฮีโมธค่อนข้างมีความพิเศษต่างจากมอนสเตอร์ตัวอื่นเล็กน้อยเพื่อให้มีความคล้ายกับระบบเกมของไฟนอลฯ 14 ที่มีเรื่องของ Enmity เข้ามาเกี่ยวข้องด้วย โดยมีสิ่งที่ควรรู้ 4 เรื่องคือ

  1. ในเกมไฟนอลฯ 14 Enmity เป็นกลไกที่ทำให้ศัตรูเล็งเป้าหมายไปยังคนที่มีค่านี้มากที่สุด ซึ่งพอมาเป็นเกมมอนฮัน (เฉพาะการสู้กับเบฮีโมธ) ค่านี้จะเพิ่มขึ้นเมื่อตีที่ส่วนหัวของเบฮีโมธ และสะสมไปจนเกิดเป็นเส้นสีแดงโยงไปยังตัวคนๆ นั้น บอกให้รู้ว่า เบฮีโมธจะพุ่งเป้าโพกัสไปที่คนๆ นั้นเพียงคนเดียวในช่วงระยะเวลาหนึ่ง เปิดโอกาสให้ผู้เล่นคนอื่นที่เหลือสามารถโจมตีได้อย่างเต็มที่ไม่ต้องพะวงกับการหลบ
  2. เรื่องสำคัญต่อมาและสำคัญที่สุดด้วย คือ ในระหว่างที่สู้ เบฮีโมธอาจใช้ดาวตก (Comet) มาเล่นงานพวกเรา ซึ่งหลังจากตกลงสู่พื้นจะกลายเป็นก้อนหินขนาดใหญ่ และจะมีส่วนสำคัญในการเอาตัวรอดชีวิตจากการโจมตีสุดยอดต่อไป ดังนั้นต้องป้องกันไม่ให้หินนี้ถูกทำลายจากตัวมอนสเตอร์ด้วย ควรล่อมอนสเตอร์ไปให้ห่างจากหินดีที่สุด
  3. เมื่อถึงเวลาที่เหมาะสม มอนสเตอร์เริ่มใช้ Ecliptic Meteor อันเป็นท่าสุดยอด สังเกตุได้จากตัวเบฮีโมธมีสีแดงและยืนสองขา รวมถึงบรรยกาศรอบข้างเริ่มเปลี่ยนไป ระหว่างที่มันร่ายมนต์อยู่ ต้องรีบวิ่งไปหลบด้านหลังของหิน ที่เตรียมไว้ พออุกาบาตตกลงสู่พื้นแล้ว หินถูกทำลายลงไปแต่เรายังมีชีวิตอยู่ต่อไป หากไม่หลบหลังหินก็มีแต่ตายสถานเดียว! (ตรงนี้เป็นกลไกจากเบฮีโมธในไฟนอลฯ 14 ใครที่เคยเล่นคงคุ้นเคยดี)
  4. การโจมตีของเบฮีโมธทั้งหมด ยกเว้นการโจมตีทางกาย จะมีข้อความปรากฏขึ้นทางขวาของจอทุกครั้ง ช่วยบอกให้รู้ว่า มันกำลังทำอะไร จึงควรให้ความสำคัญกับตรงนี้ให้มาก โดยเฉพาะ Charybdis กับ Ecliptic Meteor  ไม่เพียงเท่านี้ ยิ่งสู้ไปมอนสเตอร์จะยิ่งโหดขึ้น

เมื่อรู้ตัวว่า มันเตรียมใช้ท่าสุดยอด ต้องรีบวิ่งเข้าหาที่กำบังทันที

 

การเคลื่อนไหว

พอรู้ถึงกลไกสำคัญที่จำเป็นไปแล้ว ทีนี้มาดูการเคลื่อนไหวของเบฮีโมธกันบ้าง โดยมันมีการเคลื่อนไหวดังต่อไปนี้

  • โจมตีทางกาย ได้แก่ ท่าตะปบ ฟาดหาง หรือพุ่งชน คล้ายกับ Negigante
  • Meteor เป็น AOE เรียกอุกาบาตตกราว 1-3 ลูก สังเกตุที่พื้นจะมีประกายไฟ แต่รัศมีความเสียหายกว้างกว่าวงบนพื้น จึงเป็นเรื่องยากในการกลิ้งหลบ ควรวิ่งหนีออกไปจะดีกว่า นอกจากนี้ยังทำให้เกิดไฟลุกที่ตัวผู้เล่นด้วย
  • Charybdisเรียกลมพายุหมุน คนที่เข้าไปใกล้จะเกิดความเสียหาย และพายุจะคงอยู่ชั่วระยะเวลาหนึ่ง โดยเวลาใช้มันต้องร่ายมนต์ก่อน ในระหว่างที่ร่ายนี้ให้ใช้กระสุนแสง (Flash Pod) ยิงใส่ไปที่ใบหน้าเพื่อสกัดการร่ายมนต์ของมัน (โจมตีไปที่หัวก็ได้เช่นกัน แต่กระสุนแสงเห็นผลทันตา) อนึ่ง ในขณะที่ร่ายมนต์จะเกิดพายุติดตามเป้าหมายไปไม่ขาด ช่วงนี้ยังไม่สร้างความเสียหายใดๆ กระทั่งร่ายมนต์เสร็จจึงเกิดพายุขนาดใหญ่ ณ จุดนั้นขึ้น ถึงจะเกิดความเสียหาย ดังนั้นให้รอนิ่งๆ ให้มันร่ายเสร็จก็รีบวิ่งออกไปเลย หากเป็นไปได้ควรลากเอาพายุไปให้ห่างจากสมาชิกคนอื่น
  • Thunderbolt การโจมตีด้วยสายฟ้ารอบตัว คล้ายการโจมตีของกิเลน (Kirin) โดยเกิดเป็นจุดสีน้ำเงินบนพื้น เมื่อเห็นแล้วก็ต้องรีบหลบ
  • Cometเรียกดาวตกลงสู่พื้น คล้าย Meteor แต่รัศมีความเสียหายแคบกว่า และมักเรียกมาทีละลูก เป้าหมายจะเป็นสมาชิกคนใดคนหนึ่ง หากสังเกตุเห็นวงรัศมีสีแดงรอบตัวก็ให้รีบวิ่งออกไปหาจุดวางหินเลย (คล้าย Charybdis) จะมีเวลาราว 5 วินาทีก่อนหินตกลงมา
  • Ecliptic Meteorอภิมหาอุกาบาต เป็น AOE รัศมีกว้างมาก และอย่างที่บอกไว้ ถ้าโดนก็ตายสถานเดียว ต้องหลบหลังหิน Comet เท่านั้นจึงมีโอกาสรอด

 

กลยุทธ์

การปราบเบฮีโมธจำเป็นต้องอาศัยทีมเวิร์คและฝีมือค่อนข้างมาก สมาชิกทุกคนควรรู้ว่า จะต้องรับมือกับมันอย่างไร และแบ่งหน้าที่ให้ชัดเจน ในหนึ่งทีมนั้นควรมีคนที่รับหน้าที่แทงค์ หรือเป็นตัวเรียกความสนใจของมันให้ได้เพื่อจำกัดรัศมีการโจมตีให้มาลงที่คนๆ เดียว ซึ่งคนรับหน้าที่นี้ควรใช้อาวุธประเภท Lance หรือ Gunlance เพราะสามารถยกโล่ป้องกันตัว และสมาชิกอีก 2 คนให้ทำหน้าที่เป็น DPS หรือสร้างดาเมจให้แก่ศัตรู และคนสุดท้ายเป็น Healer ที่ทำหน้าที่ฟื้นพลังและบัฟสมาชิก ได้แก่พวกที่ใช้ Horn หรือ Bowgun ซึ่งนอกจากคอยฮีลแล้ว ควรทำการสนับสนุนด้วยการยิงให้หลับหรือติดชาก็จะช่วยได้มาก

อย่างไรก็ตาม การเข้าไปแจมกับผู้เล่นคนอื่นที่ไม่คุ้นเคย (SOS) คงเป็นเรื่องยากที่จะกำหนดบทบาทหน้าที่ของแต่ละคน ดังนั้นจึงควรปรับเปลี่ยนตามสถานการณ์ให้เหมาะสม อย่างน้อยที่สุดควรรู้กลไกสำคัญทั้งสามดังที่บอกไว้ข้างต้นครับ

About The Author

Related posts