เป้าหมาย สื่อบันเทิงที่ทำรายได้สูงสุดดูจะมีนัยแอบแฝงและคงต้องบอกว่าไมโครซอฟท์ทำสำเร็จ
คงต้องยินดีกับความสำเร็จของไมโครซอฟท์ ที่สามารถทำให้ HALO3 เป็นสื่อบันเทิงที่ทำรายได้สูงสุดในวันแรกอีกครั้ง หลังจากที่ HALO2 ทำเอาไว้ 125 ล้านเหรียญสหรัฐ โดยยอดรายได้ของ HALO3 ใน 24 ชม. คือ 170 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งสูงที่สุดเหนือกว่าสไปเดอร์แมน 3(150 ล้านเหรียญสหรัฐ) และแฮรี่ พอตเตอร์ ฉบับที่ 6 โดยปัจจุบัน ฮาโลทำรายได้ไปแล้ว 195 ล้านเหรียญสหรัฐ และดูถ้าจะหยุดไม่อยู่จริงๆ เบื้องหลังความสำเร็จนี้ ไม่ใช่แค่เกมเพียงอย่างเดียว แต่ไมโครซอฟท์ ได้ลงทุนไปมากมาย ทั้งสือ่โฆษณาต่างๆ และแน่นอน การโปรโมทเหล่านี้ย่อมใช้เงินลงทุนที่สูงมาก จุดหลักๆ สำคัญ ไม่ใช่เพียงแค่ การทำให้ HALO3 ทำสถิติ เท่านั้น แต่เป้าหมายหลัก น่าจะเป็นการสร้างให้เกิด "วัฒนธรรม HALO3" และการสร้างคาเรคเตอร์ มาสเตอร์ชิฟ ให้ทัดเทียมและต่อกรได้กับทุกค่ายเกม จากที่เราเห็นในการโปรโมท มาสเตอร์ชิพ ถูกนำไปใช้ในแทบทุกที่ ไม่เว้นแม้กระทั่งนำหมวกมาสเตอร์ชีพ ไปใส่กับรูปปั้นในมหาลัยฮาเวิร์ด เรียกได้ว่า มาสเตอร์ชีพ กลายเป็นลัญลักษณ์ที่สำคัญไปแล้วสำหรับ เฮโล และอเมริกา รวมถึงไมโครซอฟท์ด้วย สิ่งหนึ่งที่เป็นจุดหลักที่ไมโครซอฟท์ต้องการในปัจจุบัน คือการสร้างวัฒนธรรมของเครื่องเกมของตนเองขึ้นมา โดยแม่แบบพื้นฐานคือค่ายอย่าง นินเทนโด ที่มีเกมของตนเองเป็นวัฒนธรรมและผู้ที่ซื้อเครื่องของนินเทนโด ย่อมไม่ปฏิเสธว่า ตนเองพอใจจะเล่นเกมของนินเทนโด รวมทั้งชื่นชมเหล่าตัวละครต่างๆอย่าง มาริโอ้ เซลด้า หรือซามุส แต่ค่ายใหม่ๆอย่าง โซนี่ และไมโครซอฟท์ ไม่มีในจุดนั้น โซนี่พยายามสร้างคาเรคเตอร์ของตนขึ้นมาไม่ว่าจะเป็น แครช แบนดิคูท หรือเครโทส แต่ตอนนี้ยังไม่นับว่าประสพความสำเร็จมาก เกมของโซนี่ คอมพิวเตอร์ เอนเตอร์เทนเมนท์ ที่เรียกได้ว่าติดตลาดและคนติดตามมากที่สุด ดูจะมีเพียง แกรนทูริสโม เท่านั้น ซึ่งจุดนี้ นินเทนโด มีความโดดเด่นมากกว่า ไมโครซอฟทื ได้พยายามสร้างจุดนี้ ตั้งแต่มีการดึงตัวผู้ผลิตเกมชั้นนำของญี่ปุ่น มาสร้างเกมใหม่ๆ ให้กับไมโครซอฟท์ เพื่อสร้างให้ผู้เล่น รู้สึกว่า หากจะต้องการเล่นเกมเหล่านี้ จำเป็นจะต้องซื้อเครื่องของไมโครซอฟท์ เท่านั้น คล้ายกันกับกรณีที่หากอยากเล่น มาริโอ้ ก็จำเป็นจะต้องซื้อเครื่องของนินเทนโด แม้ว่าจุดนี้จะไม่ประสพความสำเร็จนักในญี่ปุ่น แต่ทว่า ในอเมริกากลับตรงกันข้าม ยิ่งฮาโล กลายเป็นอะไรที่พิเศษมากเท่าไหร่ ความเด่นชัดในการสร้างความรู้สึกให้คนเล่นรู้สึกว่านี่คือเกมที่ตนเองตอ้งเล่น ก็เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ จนกลายเป็นกระแสที่แรงมากว่าว่า เราต้องเล่น ฮาโล กันทุกคน และไมโครซอฟท์ ก็สามารถทำได้สำเร็จจริงๆ ซึ่งในอนาคต ก็จะมีเกมอย่าง เกียร์ ออฟ วอร์ ที่น่าจะสามารถทำได้ รวมถึงการสร้างอาณาจักร บลูดราก้อน เช่นการทำคอมมิค หนังการ์ตูน ในญี่ปุ่น ก็คืออีกจุดนึงที่สนับสนุนแนวคิดในการสร้างเกมของตนเองขึ้นมาเป็น วัฒนธรรม จนท้ายที่สุดก็จะเกิดภาพที่ว่า ฮาโล คือเกมที่สุดยอดและมันคือเกมที่หาเล่นได้บน Xbox เท่านั้น 

ป้ายโฆษณาที่ใหญ่มากๆ ของฮาโล 3 กับคำว่า Belive แล้วคุณล่ะ เชื่อไหม |